clinicrak.com   คลินิกรัก


 เรียนรู้จากรักร้าว


ถ้าคุณไม่เคยเจอกับความผิดหวังจากความรัก คุณไม่เคยอกหักเลย หรือไม่เคยเสียใจเพราะความรัก ที่ไม่ผลิดอกออกผลของคุณ ก็นับได้ว่า คุณเป็นคนที่ หายาก และโชคดีเอามากๆ เพราะในความเป็นจริง แทบจะไม่มีใครในโลกที่ไม่เคยเจ็บปวดกับความรัก ทุกคนเคยเจอกันมาแทบทั้งนั้น บางคนมากครั้ง บางคนน้อยครั้ง บางคนก็ถลำลงไปลึกแล้ว ในขณะ ที่บางคนก็แค่เจ็บๆ คันๆ เล็กน้อย

ความรักที่ไม่ใคร่ผลิดอกออกผล ความรักที่ทำให้คุณสุดแสนจะเจ็บปวดใน หัวใจนั้น เลวไปหมดจริงๆ หรือ

คนเราทุกคน เมื่อเข้าไปมีความสัมพันธ์ก็ล้วน แต่มีความรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ของเขาและเราคงจะ ดำเนินไปด้วยดี คืออย่างน้อย ตอนคุณเข้าไปมี ความสัมพันธ์ในช่วงแรกๆ คุณก็มีความสุขบ้างมิใช่ หรือ? เพราะถ้าคุณจะปฏิเสธและบอกว่า ความรัก ของคุณเริ่มต้นก็ทุกข์เสียแล้ว คุณก็คงจะไม่เข้า ไปมีความสัมพันธ์กับเขาเป็นแน่

นี่ย่อมแสดงว่า ถ้าคุณมองความรักด้วยสายตาที่ยุติธรรม คุณต้องคิดได้ว่า ในความรักนั้นมีทั้งสุขและทุกข์

ถ้าคุณเป็นสาวที่นอกจากจะ "เปรียว" แล้ว คุณยังเป็นคนที่พอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง คุณอาจจะบอกตัวคุณเองก่อนมีความสัมพันธ์กับใครว่าในความรักนั้นคุณจะต้องเจอทั้งสุขและทุกข์

การเตือนตัวเองก่อนการถลำใจไปรักใคร ก็อาจจะทำให้คุณไม่เจ็บตัวมากเกินไป เมื่อเกิดการพลัดพรากหรือความแปรเปลี่ยน เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของคุณ
แต่ผู้หญิงหลายคนก็อาจจะเถียงว่า เมื่อเวลาเรารักใครแล้ว เราก็มักจะถูกความรักความหลง มาปิดบังจนทำให้ความมีเหตุมีผล ไม่มีโอกาสได้โผล่หน้าเข้ามาเตือนคุณได้เลย

ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่มักใช้อารมณ์นำเหตุผล คุณอาจจะไม่มีตัวบอกตัวเตือน ให้คุณได้ระวังเมื่อจะรักใคร
เมื่อหัวใจนำสมอง คุณก็ทุ่มสุดตัวทั้งกายและใจ เรียกได้ว่า ถ้าเป็นการลงทุนละก็ ผู้หญิงบางคนหมดตัวได้จริงๆ
แต่กระนั้นก็ตาม แม้ว่าคุณจะถูกความรักทำร้ายจิตใจ จนเหวอะหวะมากมายเพียงใดก็ตาม คุณก็ยังสามารถที่จะใช้ความเจ็บปวดนั้น มาเป็นผลกำไรให้กับชีวิตคุณได้เสมอ

คุณเชื่อหรือไม่ว่า ความรักที่คุณคิดว่าแย่ เลวร้ายเสียจนไม่มีอะไรเปรียบปานนั้น ถ้าคุณแก้มุมมองเสียใหม่ คุณอาจจะเรียนรู้และช่วยทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นกว่าเก่า อีกตั้งเยอะก็เป็นได้
ความรักที่เลวร้ายสอนอะไรคุณได้บ้าง ?
ความรักที่เลวร้ายอาจจะสอนเราได้มากมาย
เราอาจจะเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเราเอง มีความเข้าใจชีวิตที่ดีขึ้น
เราอาจจะเป็นบุคคลที่งอกงามสมบูรณ์มากกว่าเก่า
หรืออาจจะช่วยทำให้เราได้แก้ไขความขัดแย้งใจ หรือบุคลิกภาพในวัยเด็กได้

ถ้าคุณไม่เชื่อสิ่งที่กล่าวมาแล้ว ก็ขอให้ลองอ่านเรื่องราวของสาว "เปรียว" ต่อไปนี้ดูบ้าง แล้วคุณจะรู้สึกว่า ทุกความสัมพันธ์ที่เลวร้าย ได้ช่วยให้คุณมีความเข้าใจชีวิตได้ดีขึ้น เข้าใจชีวิตมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น

ธัญญา สาววัย 28 ปี คุณแม่ของลูกวัย 5 ขวบ เล่าให้ฟังว่า เธอได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตดีขึ้น จากความสัมพันธ์กับสรยุทธ อดีตสามีคนแรกของเธอได้อย่างไร

ในสมัยที่เธอยังเป็นสาวน้อยวัย 20 ปี คุณแม่ได้ส่งเธอไปเรียนต่อ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ธัญญาได้ไปรู้จักกับ สรยุทธ นักเรียนไทยด้วยกัน สรยุทธเป็นลูกนักธุรกิจ ที่มีฐานะดี ลูกคนรวยที่พ่อแม่ไม่เคยให้รู้จักกับความยากลำบาก เขาจะเข้ามาเอาอกเอาใจเธอ พาไปเที่ยวที่สุดหรู ใช้สินค้าที่ราคาแพง ชีวิตไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย

ในวันสุดสัปดาห์ เขาก็จะพาเธอไปรู้จักกับกลุ่มเพื่อนๆ ของเขา และบางครั้งก็จะมีการเล่นการพนันกันสนุกสนาน ซึ่งธัญญาก็ไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหน ทั้งคู่ตกลงใจที่จะแต่งงานกันเมื่อกลับมาประเทศไทย

ชีวิตสมรสในระยะต้นก็ดูจะไปกันได้ดี แต่เมื่อแต่งได้ไม่กี่ปี ธัญญาสังเกตว่า สามีเริ่มอยู่ไม่ติดบ้าน โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ เขาจะหายไปทั้ง 2 วัน และเมื่อเหตุการณ์เกิดบ่อยขึ้น เธอก็ถามเขาตรงๆ เขาก็จะแสดงอารมณ์หงุดหงิดเอากับเธอ
ต่อมาเธอทราบความจริงว่า สามีชอบไปเล่นการพนัน เมื่อเล่นแล้วก็จะมือเติบ ต่อมาเมื่อมีปัญหาทางการเงิน เขาจะดื่มจัดและบางครั้งก็จะใช้คำพูดหยาบคายกับเธอ และ 2-3 ครั้งเขาจะเผลอลงมือทำร้ายเธอ

ธัญญาตัดสินใจหย่าขาดจากเขา เธอคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี ปัจจุบันเธอแต่งงานใหม่กับสมภพ วิศวกรที่รักเธอ เขาเป็นคนสุภาพและมีความเป็นผู้ใหญ่และรับผิดชอบสูง เธอรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่กับเขา ชีวิตเธอได้รับความสุขที่แท้จริง

ธัญญากล่าวว่า การแต่งงานครั้งแรก ได้สอนให้เธอเรียนรู้ที่จะเป็นคนรอคอย อดทนและอดกลั้น เธอคิดว่า ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เข้าใจชีวิตยิ่งขึ้น และหากเธอไม่ประสบเหตุการณ์ของความล้มเหลวในชีวิตครั้งแรก เธออาจจะไม่พร้อมที่จะเข้าใจหรือได้มีโอกาสเจอสมภพสามีที่รักของเธอคนนี้ก็ได้

ขณะนี้เธอมีความเป็นผู้ใหญ่และเธอก็ชอบที่ตัวเองได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีอย่างทุกวันนี้
รู้จักบุคลิกภาพของตัวเองและมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น
นอกจากการเข้าใจชีวิตดีขึ้นแล้ว บ่อยครั้งความสัมพันธ์ที่เจ็บปวดอาจจะทำให้เราได้รู้และเข้าใจตัวเอง รวมทั้งบุคลิกภาพของเราดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ลองอ่านเรื่องเทพินดูก็ได้
ตั้งแต่เด็กใครๆ ก็เรียก เทพินว่า ลูกพ่อ เธอรักพ่อเป็นชีวิตจิตใจ จนบางครั้งแม่จะมองด้วยความหมั่นไส้ และกล่าวว่าเธอแย่งความรักของพ่อไปจากทุกคนหมด
พ่อเสียชีวิตไปเมื่อเธออายุได้ 15 ปี เธอแทบจะเป็นบ้า เทพินต้องอยู่กับแม่ตามลำพัง

แม่ซึ่งตามปกติจะเป็นเพียงช้างเท้าหลังของพ่อ เมื่อต้องมาทำหน้าที่เป็นผู้นำครอบครัว ก็จะสับสนว้าวุ่นทำอะไรไม่ถูกไปหมด เมื่อมีอารมณ์ แหล่งที่แม่จะมาลงง่ายที่สุดก็คือ เทพิน เธอเหมือนคนหายใจไม่ออก เธอต้องทนรับกับอารมณ์ร้ายของแม่วันแล้ววันเล่า

ดังนั้นเมื่อปรเมศเข้ามาในชีวิตของเธอ เทพินก็รู้สึกว่า เขาจะเป็นคำตอบของทางออก สำหรับชีวิตที่น่าเบื่อของเธอ

ชีวิตแต่งงานของเธอและปรเมศมีอายุเพียง 5 ปี เมื่อลูกคนแรกอายุได้ 4 ขวบ เธอก็เลิกกับเขา เทพินเล่าว่าการตัดสินใจแต่งงานเพราะต้องการออกมาจากบ้านนั้น เป็นเหตุผลที่ผิดพลาด เพราะสิ่งที่เธอเคยคาดหวังไว้ว่าปรเมศจะเป็นให้กับเธอ กลายเป็นเรื่องในหนังสืออ่านเล่นโดยสิ้นเชิง

ปรเมศได้แสดงให้เธอเห็นลักษณะที่แท้จริงของเขาหลายด้านและด้านเทพินทนไม่ได้ที่สุดก็คือ ความเห็นแก่ได้ของเขา และการคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องเงินๆ ทองๆ นอกจากนี้ ปรเมศยังกลายเป็นผู้ชายเจ้าอารมณ์ และมีการแสดงออกที่คล้ายๆ กับที่เทพินเคยเจอกับแม่ของเธอเอง เทพินรู้สึกหนีเสือปะจระเข้
แต่แม้ว่าชีวิตจะล้มเหลวสักปานใดก็ตาม เทพินกลับกล่าวว่า เธอได้ประสบการณ์ที่มีคุณค่า ในชีวิตสมรสระยะสั้นของเธอมากมาย เป็นต้นว่า
เธอและแม่มีความเข้าใจที่ดีต่อกันมากขึ้น

ในช่วงที่เธอผิดหวังจากปรเมศเธอได้พบว่าแม่ของเธอ ได้ช่วยให้ความอบอุ่นและให้กำลังใจที่มีคุณค่ามาก มันทำให้เธอรู้สึกถึงความเข้มแข็งที่เธอจะต้องเรียนรู้ที่จะสร้างให้เกิดขึ้น แม่ได้เล่าประสบการณ์ของแม่เมื่อไม่มีพ่อ สิ่งที่แม่ต้องสู้ และกำลังใจที่จะต้องแสวงหาด้วยตัวเอง

เทพินรู้สึกว่า เธอเพิ่งมีโอกาสรู้จักส่วนนี้ของแม่เธอ ส่วนที่เป็นความอบอุ่นและพลัง ที่เธอคิดว่าพ่อเท่านั้น ที่มีให้เธอได้ เธอได้เกินความเข้าใจแม่มากขึ้นในตัวเธอ และได้ความสัมพันธ์ที่หายไป ระหว่างแม่และเธอ กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง

ปัจจุบันเธอแต่งงานใหม่แล้วกับอาคม ผู้ชายที่เข้าใจเธอและยังมีลักษณะบางอย่าง คล้ายกับพ่อของเธออีกด้วย
เธอกล่าวว่า การแต่งงานอย่างเร่งรีบในช่วงแรก เพียงเพื่อให้ได้ออกมาจากบ้าน เป็นสิ่งผิดพลาด เพราะเธอได้กลายเป็นเหยื่อของการกระทำของตัวเอง และของการสมรสที่ขาดการกลั่นกรองให้รอบคอบ

ขณะนี้เธอมีความสุขมากขึ้นมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น แม่ของเธอได้ลูกสาวกลับคืนมา และเธอก็ได้ทั้งแม่ และพ่อในเวลาเดียวกัน สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเธอไม่ได้ผ่านความรักที่เลวร้ายมา

มีคนจำนวนมากที่มองความผิดหวัง ขมขื่นของความสัมพันธ์อย่างเคียดแค้นและชิงชัง เขาเหล่านั้นจะจมอยู่กับความทุกข์ ความชอกช้ำกลายเป็นคนที่ปิดกั้นตนเองจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
เขาเป็นเช่นนั้นเพราะ เขาไม่เคยคิดว่า แม้ความรักที่เลวร้ายก็อาจจะให้คุณแก่ชีวิตได้ ถ้าเรามองให้เป็น

เราทุกคนล้วนมีอดีต มีประวัติ มีความทุกข์ที่เกิดมาพร้อมกับการมีชีวิตด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าพิจารณาให้ดีเราจะพบว่า ความสัมพันธ์ที่เรามีกับคนที่เรารักในปัจจุบัน ในอดีต ในอนาคต ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสมหวัง ความขมขื่น ความสับสนกังวลที่เราเคยมีกับพ่อแม่ของเราทั้งนั้น

ถ้าเราเปิดใจได้เช่นนี้ เราก็คงจะไม่เจ็บปวดนักกับความรักที่เป็นทุกข์เพราะเราได้เห็นแล้วว่า ประสบการณ์และคุณค่าที่เราได้รับนั้น มีความยิ่งใหญ่และช่วยทำให้เราเป็นคนที่เข้มแข็งมากขึ้น เป็นผู้ใหญ่ที่หนักแน่น และเข้าใจตัวเองมากขึ้น และข้อสำคัญสิ่งที่เราเรียนรู้นั้น อาจช่วยแก้ไขความสัมพันธ์ ที่เราเคยมีกับคุณพ่อคุณแม่ให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

ขอเพียงเราให้โอกาสแก่ตัวเองสักนิด อย่าฝังตัวเองกับความเจ็บปวด เกลียดชัง หรือเคียดแค้น แล้วเราก็จะพบว่า เมื่อเมฆหมอกผ่านไป เราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยความสุขสดใสยิ่งขึ้นได้จริง

โดยนวลศิริ เปาโรหิตย์

(update 21 ธันวาคม 2000)


[ ที่มา...หนังสือ รักให้เป็น โดยนวลศิริ เปาโรหิตย์ ]

[ BACK TO LIST]

[Home] [ เพศ] [ครอบครัว] [ ผู้สูงวัย ] [วัยรุ่น] [ เลี้ยงลูก ] [ โรคเด็ก ][คุมกำเนิด] [ โรคสตรี ] [กามโรค] [เกย์] [ สุขภาพจิต] [ law ]