clinicrak.com   คลินิกรัก



ชีวิตคู่หลังการนอกใจได้ผ่านพ้นไป


คุณนวลศิริคะ

ดิฉันมีเรื่องที่จริงๆ มันจบไปแล้ว แต่มันยังไม่จบในหัวใจดิฉันก็คือสามีของดิฉัน เคยไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่อหลายเดือนมาแล้ว
แต่บัดนี้ความสัมพันธ์นั้นได้จบลงไป แต่ดิฉันทำใจไม่ได้ รู้สึกเหมือนเขาไม่ใช่ผู้ชาย คนที่ดิฉันรักอีกต่อไป ดิฉันจะทำอย่างไรดีคะ?

จากคนมีกรรม


ตอบคุณคนมีกรรม

เรื่องของคุณเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมาก กับผู้หญิงในสังคมไทยที่สามีไปมีผู้หญิงคนอื่น ไม่ว่าจะไปยุ่งเกี่ยวในระยะเวลาสั้น เป็นวัน เป็นเดือนหรือเป็นปี หรือไปมี "เป็นตัวเป็นตน" เลยนั้น ผู้หญิงคนไหนๆ ก็มักจะทำใจลำบาก

จากการศึกษามักพบว่าการ "นอกใจ" คือไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายชาย หรือฝ่ายหญิงเป็นสาเหตุสำคัยที่ทำให้ชีวิตสมรสต้องอับปาง หรือนำไปสู่การหย่าร้างได้ง่าย

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะทนเรื่องอื่นๆ ได้หมด ยกเว้นเรื่องการนอกใจ ซึ่งดูจะมีผลกระทบทางจิตใจสูงมาก
แต่คุณ "คนมีกรรม" จะเชื่อหรือไม่ว่า หลังการนอกใจได้ผ่านพ้นไปแล้ว คู่สมรสหลายคู่พบว่า เหตุการณ์เลวร้ายนั้น ได้ทำให้เขาและเธอกลับมีความเข้าใจกันดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

เป็นไปได้อย่างไรที่เรื่องร้ายแรงจะกลายเป็นดีไปได้ ?
เป็นไปได้ และก็เป็นไปแล้ว มันขึ้นอยู่ที่ว่า ทั้งคุณและเขาจะมีความรักเป็นพื้นฐานเดิม ของการแต่งงานหรือไม่ และทั้งคู่ต้องการปรับการแต่งงานให้ยั่งยืนต่อไปเพียงใด
แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น ทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อมีการนอกใจเกิดขึ้นนั้น
ความเจ็บปวดจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน
มันเป็นสิ่งเลวร้ายแทบจะที่สุดของชีวิตสมรสทุกคู่

แต่การที่คุณจะผ่านสภาวะนี้ไปได้หรือไม่นั้น คุณจะต้องมีการปฏิบัติตัวหลายอย่าง ที่เราอยากจะเตือนคุณไว้ก่อน
การปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง อาจจะช่วยทำให้คุณก้าวออกมาจากสภาพของความทุกข์ทรมานได้ง่ายเข้า และอาจทำให้ชีวิตคู่ของคุณไม่ล่มสลายลงก็เป็นได้

การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องมีอะไรบ้าง ?
หากคุณรู้ว่าคู่สมรสนอกใจคุณ สิ่งที่เราอยากให้คุณทำก็คือ

1. อย่าตีโพยตีพาย หรือทำอะไรหุนหันพลันแล่น

ส่วนใหญ่เมื่อภรรยารู้ว่า สามีนอกใจ ปฏิกิริยาแรกก็คือ จะโกรธและมักจะทำอะไรที่เป็นการขาดการยั้งคิด หรือไตร่ตรองให้รอบคอบ และมักจะให้เหตุผลว่า เป็นการกระทำที่สาสมกับความเจ็บปวด ที่ถูกอีกฝ่ายทำร้ายจิตใจ

ผู้หญิงบางคนพอรู้ว่าสามีนอกใจ ก็จะรีบตะโกนโพนทะนาให้พ่อแม่เพื่อนฝูงรู้ถึงความ "เลวร้าย" ของสามีที่นอกใจ รวมทั้งบางคนก็ตามไปอาละวาดกับ "นังนั่น นังนี่" ให้ฉาวโฉ่หนักขึ้นไปอีก ยิ่งกว่านั้นบางคนแค้นจัด ก็ขอท้าหย่าให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยก็มีมาก

คุณจะรู้หรือไม่ว่า การกระทำดังกล่าวจะกลายเป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างยิ่ง หากเผอิญคุณกลับไปคืนดี หรือปรับความเข้าใจกันได้กับสามี คุณจะทำอย่างไรกับเรื่องร้ายๆ ที่คุณเที่ยวได้ไปเล่าให้ชาวบ้านทั้งหลายฟัง เกี่ยวกับสามีของคุณ คุณจะไปแก้ตัวอย่างไรให้เขา ?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพ่อแม่ของคุณ ท่านอาจจะโกรธเกลียดลูกเขยคนนี้ไปเลย และเมื่อเห็นคุณกลับไปคืนดีกับเขา ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจ และยังไม่รู้สึกดีนักกับเขยคนนี้ก็ได้ ทำให้คุณต้องมานั่งปริวิตกแก้ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสามีกับพ่อแม่คุณโดยไม่จำเป็นสักนิด

ดังนั้นข้อควรปฏิบัติก็คือ
อย่าทำทุกอย่างด้วยอารมณ์ ใจเย็นๆ ถ้าคุณต้องการรักษาชีวิตคู่ให้ยืนยาวนาน

2. อย่าประชดชีวิต

ผู้หญิงบางคนพอรู้ว่าสามีแอบไปมีผู้หญิงอื่น ก็แก้เผ็ดด้วยการไปมีความสัมพันธ์กับผู้ชายอื่น เป็นการประชด คล้ายเกลือจิ้มเกลือปรากฏว่าเรื่องกลับยิ่งเลวร้ายหนักลงไปอีก เพราะนอกจากสามีจะไม่กลับมาแล้ว ความรู้สึกผิด ละอาย เป็นบาปในใจก็จะเกิดกับผู้หญิงคนนั้น ทำให้รู้สึกตัวเองเป็นผู้หญิง "ต่ำๆ " ไปเลยก็มี

ดังนั้นโปรดอย่าประชดชีวิตเพราะไม่เกิดประโยชน์และไม่แก้ปัญหาให้กับใครเลย

3. อย่าคาดหมายให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม

คุณ "คนมีกรรม" บอกมาในจดหมายว่า รักเขาเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ก็ถูกของคุณ การนอกใจเมื่อเกิดขึ้น จะมีผลทำให้คุณมองคู่สมรสและการสมรสเปลี่ยนไปจากเดิม
ถ้าคุณเคยมองโลกจาก แว่นสีชมพู คาดว่าชีวิตจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ สามีคงจะน่ารัก และแสนดีตลอดไปละก็ แสดงว่า คุณเป็นคนไร้เดียงสาอย่างไม่น่าเชื่อ

คุณต้องเลิกมองโลกแบบ "หวานแหวว" กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งก็คือ
การยอมรับในจุดอ่อนและจุดเด่นของทั้งตัวคุณและตัวเขา
การยอมรับในจุดเด่นและจุดอ่อน จะช่วยทำให้คุณอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง และเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การสมานความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเขาได้

4. ยุติการนอกใจ ก่อนการสมานใจ

การนอกใจ จะต้องเลิกหรือจบลงไปก่อนการสมานใจจึงจะเกิดขึ้นได้ ตราบใดที่คู่สมรสไม่ยอมเลิกรา จากการมี "คนอื่น" ตราบนั้นการปรับความเข้าใจกันจะเกิดขึ้นไม่ได้และการกระแหนะกระแหนกัน จะต้องมีเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

นักจิตวิทยามองว่า การนอกใจ มักเป็นลักษณะที่ทำให้บุคคลเกิดความตื่นเต้น เร้าใจ การไปยุ่งกับของต้องห้าม การหลบๆ ซ่อนๆ มักทำให้ของต้องห้ามนั้นดูพิสมัยน่าลิ้มน่าลอง

ของต้องห้ามทุกอย่าง จะมีลักษณะที่กระตุ้นความอยากลองของมนุษย์ด้วยกันทั้งนั้น
แต่ของต้องห้ามไม่ใช่ของวิเศษ ความรู้สึกดึงดูดมักจะเป็นภาพลวงตามากกว่าเป็นความรักที่แท้จริง
ความรักที่แท้จะมีพื้นฐานมาจากความเข้าใจ การยอมรับ ในทุกๆ ส่วนของผู้เป็นที่รัก

คุณคนมีกรรม ลองพิจารณาดูซิว่า คุณจะทำใจให้ยอมรับในความเป็นมนุษย์ของสามีคุณได้หรือไม่ เพราะไหนๆ คุณก็ได้บอกว่า เรื่องมันจบไปแล้ว แต่คุณเองต่างหากที่ยังติดอยู่กับภาพที่แสนดีของสามี และไม่พยายามที่จะมองว่าแท้จริงเขาก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่ยังมีจุดอ่อนเหมือนมนุษย์คนอื่นๆ ที่ทำผิดได้ และเมื่อเรื่องมันจบไปแล้ว เหตุใดคุณจังไม่ยอมให้มันจบลงในใจของคุณ

5. ยอมรับผิด ถ้าคุณเป็นฝ่ายที่นอกใจ

คนเราพลาดไปด้วยสาเหตุหลายประการ ไม่มีใครสมบูรณ์ ถ้าเผอิญคุณพลาดพลั้งลงไป คุณก็คงต้องยอมรับและขอให้คู่สมรสให้อภัย
การสมานใจจะเกิดไม่ได้ ถ้าฝ่ายทำผิดไม่คิดจะขอโทษ สามีบางคนที่นอกใจ แทนที่จะมีการแสดงความเสียใจในเรื่องที่เกิด กลับกล่าวหาว่าภรรยาบกพร่อง ทำให้เขาต้องออกไปมีใหม่
ทัศนคติเช่นนี้ นอกจากไม่เอื้อต่อการกลับมาคืนดีกันแล้วยังทำให้การสมรส อาจมีจุดจบที่ไม่พึงปรารถนา

6. สร้างความไว้วางใจให้เกิดกับคู่สมรสอีกครั้ง

การนอกใจ มักจะทำให้เกิดบาดแผลที่นำไปสู่การไม่ไว้วางใจกันขึ้น คู่สมรส จะต้องมานั่งจับเข่าคุยกันว่า แต่ละฝ่ายจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร คุณจะให้อะไรเขาได้และเขาจะให้อะไรคุณได้ เป็นสิ่งที่คนทั้งสองจะต้องมาตกลงกันใหม่เอง
การสมรสที่มั่นคง สามีภรรยาจำเป็นต้องมีความไว้วางใจในกันและกัน ถ้าสิ่งนี้เผอิญสูญหายไป คนทั้งคู่จะต้องสร้างขึ้นมาใหม่

7. ให้อภัยและไม่นำมากล่าวตอกย้ำ

คุณเชื่อหรือไม่ว่า การให้อภัยเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสิ่งหนึ่งของชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้อภัย ในคู่สมรสที่นอกใจคุณ ดังเช่นเรื่องของคุณคนมีกรรม
ทั้งๆ ที่เรื่องราวของผู้หญิงคนนั้นและสามีของคุณปิดฉากลงไปแล้วก็ตาม แต่คุณก็ยังไม่ยอมให้อภัยเขา และยังยึดติดว่า ความรู้สึกได้เปลี่ยนไปจากเดิมเสียแล้ว ทำใจไม่ได้

เรื่องบางอย่างในชีวิต เป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้ว แม้ว่าคุณจะไม่อยากให้มันเกิดขึ้นก็ตาม แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วและเปลี่ยนแปลงไม่ได้อีกแล้ว หน้าที่ของคุณไม่ควรจะมานั่งคำนึงถึงสิ่งที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่คุณควรจะทำปัจจุบันให้ดีที่สุดต่างหาก

การนึกว่า เขาไม่ดี เขาไม่เหมือนเดิม เขานอกใจ คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมา จะมีก็แต่การนั่งเจ็บปวด สงสารตัวเองเท่านั้น

ชีวิตคู่เปรียบเสมือนการนั่งเรือที่จะต้องเผชิญมรสุมลูกแล้วลูกเล่า ถ้าคุณเป็นกัปตันเรือ คุณคงต้องฟันฝ่ามรสุม และนำนาวาลำนี้ให้ไปตลอดรอดฝั่ง ไม่ใช่พอมีมรสุมมาลูก 2 ลูก คุณก็ทำท่าจะยอมแพ้ ให้เรือชีวิตคุณต้องอับปางลงง่ายๆ

ลองคิดย้อนไปสักนิดคุณจะพบว่า การที่คนเราจะแต่งงานกันได้ก็คงต้องฟันฝ่าอุปสรรคมาไม่มากก็น้อย และเหตุใดเล่าที่คุณจะมานั่งเซ็งในเรื่องที่เกิดขึ้น
ความรักที่คุณมีต่อเขาตอนที่คุณเริ่มแต่งงานกัน ก็น่าจะเป็นพลังที่ทำให้คุณและเขาหันหน้าเข้าหากัน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

โปรดอย่าเสียเวลาของชีวิตอีกต่อไป ความสัมพันธ์ในชีวิตคู่เป็นสิ่งละเอียดอ่อนที่ต้องการความเข้าใจ และการเป็นผู้ใหญ่ของทั้งสามีและภรรยา คุณต้องมองโลกด้วยความเป็นจริง ให้อภัย ไม่ติดใจจดจำ และก้าวไปข้างหน้าต่อไป

ความตั้งใจที่จะรักษาชีวิตสมรสของคุณให้ตลอดรอดฝั่งเท่านั้น ที่จะทำให้คุณและเขาเข้าใจกันได้ และสมานแผลใจนี้ได้ในที่สุด

โดยนวลศิริ เปาโรหิตย์

(update 20 ธันวาคม 2000)


[ ที่มา...หนังสือ รักให้เป็น โดยนวลศิริ เปาโรหิตย์ ]

[ BACK TO LIST]

[Home] [ เพศ] [ครอบครัว] [ ผู้สูงวัย ] [วัยรุ่น] [ เลี้ยงลูก ] [ โรคเด็ก ][คุมกำเนิด] [ โรคสตรี ] [กามโรค] [เกย์] [ สุขภาพจิต] [ law ]