บทความเกี่ยวกับ ผู้หญิง ผู้หญิง
คนเป็นคนที่ - 2068 [Date : 14 เม.ย. 2553 ]   
 
ยาระบายกับคุณแม่ตั้งครรภ์
 
วันที่ 14 เม.ย. 2553   โดย ภ.ญ.อุบลรัตน์ ประดิษฐ์กุล
 
 
: ยาระบายกับคุณแม่ตั้งครรภ์
 

[ คัดลอก จากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 318 สิงหาคม 2541 ]

ยาระบายกับคุณแม่ตั้งครรภ์

ภ.ญ.อุบลรัตน์ ประดิษฐ์กุล


ท้องผูก ถ่ายไม่ออก อึดอัดแน่นท้อง!! เมื่อต้องประสบกับอาการเหล่านี้ คนส่วนใหญ่ มักพึ่งยาระบาย ซึ่งหากใช้เป็นครั้งคราวก็คงไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ แต่ก็มีคนบางกลุ่ม นิยมใช้ยาระบายเป็นประจำหรือแม้แต่ต้องการใช้ในวัตถุประสงค์อื่น ที่นอกเหนือจาก การช่วยให้ถ่าย เช่น นำมาเป็นยาลดความอ้วน ก็อาจเป็นเหตุให้ติดยาระบายโดยไม่รู้ตัว

ยิ่งไปกว่านั้นคือ การใช้ยาระบายเป็นประจำยังอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง ซึ่งเป็นการนำไปสู่การเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ มากมาย อาทิ เกิดภาวะการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ทำให้อ่อนเพลีย ไม่มีแรง กระหายน้ำ ผนังช่องท้องอักเสบ คลื่นไส้ ระคายเคืองและปวดแสบปวดร้อนบริเวณทวารหนัก

ยาระบายที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดมีหลายประเภทด้วยกัน โดยแต่ละประเภท อาจออกฤทธิ์ ในการระบายได้ไม่เท่ากัน ขณะเดียวกันผลข้างเคียงที่ได้รับจากการใช้ยา ยังแตกต่างกันด้วย เช่น

ผลข้างเคียงที่ได้รับจากการใช้ยาระบาย
  • ยาระบายมะขามแขก และยาบิสโคดิล ยาระบายกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์กระตุ้น การเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ และกระตุ้นให้กล้ามเนื้อลำไส้บีบรัดตัวแรงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองผนังลำไส้ใหญ่ และกระตุ้นให้กล้ามเนื้อลำไส้ บีบรัดตัวแรงขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองผนังลำไส้ใหญ่ และยากลุ่มนี้ยังสามารถขับออกทางน้ำนมด้วย โดยเฉพาะยาระบายมะขามแขก ซึ่งจะทำให้น้ำนมมีสีน้ำตาล และมีผลต่อเด็ก คือทำให้เด็กถ่ายเหมือนกับผู้ใหญ่ ที่ได้รับยาระบาย
  • เกลือ แมกนีเซียม โปรแตสเซียม และโซเดียม เป็นยาระบายจำพวกเกลือแร่ โดยตัวยาจะซึมผ่านเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการดูดน้ำออกจากเนื้อเยื่อและระบายน้ำ ออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดการสูญเสียน้ำ การรับประทานยาในกลุ่มนี้จึงควรดื่มน้ำตามมาก ๆ และห้ามใช้กับผู้ป่วย ที่เป็นโรคหัวใจ ผู้ป่วยที่ใช้ยาขับปัสสาวะ และผู้ป่วยโรคไตบกพร่อง เพราะอาจเป็นอันตรายร้ายแรง เนื่องจากทำให้ความดันโลหิตต่ำ และกดระบบหายใจได้
  • ยาระบายประเภทน้ำมันแร่ พาราฟินเหลว ยาระบายกลุ่มนี้จะทำให้อุจจาระอ่อนตัว และจะมีผลกระทบต่อการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันทำให้ร่างกายขาดวิตามิน
    เอ ดี อี เค เพราะจะถูกขับออกไปด้วย ที่สำคัญคือ ห้ามใช้เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ เพราะอาจสำลักยาทำให้เกิดโรคปอดบวม การใช้กับหญิงตั้งครรภ์อาจทำให้ทารกขาดวิตามินดังกล่าวที่ละลายในน้ำมันได้
  • ยาระบายชนิดไฟเบอร์ผง ยาระบายกลุ่มนี้จะใช้เวลาออกฤทธิ์ 12-24 ชั่วโมง
    โดยจะไปช่วยเพิ่มกากอาหารในลำไส้ใหญ่เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อลำไส้ใหญ่ ทำงานมากขึ้น การรับประทานยาพวกนี้จึงต้องดื่มน้ำตามมาก ๆ เนื่องจากมีอัตรา เสี่ยงต่อลำไส้ใหญ่อุดตัน นอกจากนี้อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการผื่นคันตามผิวหนัง คล้าย ๆ อาการแพ้ละอองเกสรดอกไม้


โดยเฉพาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มักประสบกับปัญหาท้องผูก การใช้ยาระบาย นอกจากจะไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกวิธีแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบถึงทารกในครรภ์ด้วย เพราะยาระบายจะไปกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ส่งผลให้มดลูกบีบตัวไปด้วย

ที่สำคัญคือ การรับประทานยาระบายยังส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ซึ่งในภาวะ ที่ตั้งครรภ์ร่างกายไม่ควรขาดน้ำ เพราะจะทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลง หัวใจเต้นเร็ว ซึ่งจะส่งผลถึงทารกในครรภ์ด้วย นอกจากนี้ยังทำให้ทารกขาดสารอาหาร โดยเฉพาะ ยาระบายประเภทน้ำมันระหุ่งนั้นจะทำให้ทารกขาดวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น เอ ดี อี เค เพราะจะถูกระบายออกไปด้วย

และหากคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอาการท้องผูกและต้องการที่จะเพิ่มการขับถ่ายควรรับประทาน พรุนสด หรือพรุนสกัดเข้มข้น ซึ่งจะช่วยให้ระบายได้ดีเช่นกัน แต่การออกฤทธิ์ จะนุ่มนวลกว่า ไม่ทำให้ปวดเสียดท้อง ขาดวิตามิน น้ำ และเกลือแร่ หรือถ่ายกะปริดกะปรอย เหมือนการรับประทานยาทั่วไป

ฉะนั้นก่อนใช้ยาระบายทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และหากเลี่ยงได้ ก็จะเป็นการดี เพราะไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาระบายประเภทใดก็ไม่ได้ให้ผลในทางบวก 100% โดยเฉพาะบุคคลที่ใช้ยาระบายเป็นประจำอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา และอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้

การใช้ยาระบายเพื่อรักษาอาการท้องผูกหรือลดความอ้วนตามคำโฆษณาด้วยชาชง เพื่อสุขภาพ ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ จึงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนัก การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือการเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารไฟเบอร์มาก ๆ เพราะหน้าที่ของไฟเบอร์คือการเพิ่มปริมาณอุจจาระให้กับลำไส้ใหญ่ ช่วยกระตุ้น ให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ

"กากใยอาหาร" โดยมากจะมีอยู่ในผักและผลไม้ เช่น พรุน ส้ม มะละกอ ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ผักโขม ข้าวกล้อง ฯลฯ โดยเฉพาะพรุนนั้นเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์ มากเป็นพิเศษ และยังเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ในทางการแพทย์จึงนิยมใช้พรุน ซึ่งเป็นผลไม้ ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายตามธรรมชาติ แก้ไขอาการท้องผูก

ภ.ญ.อุบลรัตน์ ประดิษฐ์กุล

 
 

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors/drug_laxative1.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]