บทความเกี่ยวกับ คุมกำเนิด
คนเป็นคนที่ - 2294 [Date : 14 เม.ย. 2553 ]   
 
แท้ง จะดูแลกันอย่างไร
 
วันที่ 14 เม.ย. 2553   โดย น.พ. วีระ สุรเศรณีวงศ์
 
 
แท้ง จะดูแลกันอย่าง
 

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 324 กุมภาพันธ์ 2542]

แท้ง จะดูแลกันอย่างไร

น.พ. วีระ สุรเศรณีวงศ์



ในร่างกายมีของเหลวอยู่ 3 ชนิด ที่สามารถออกจากร่างกาย ในสภาวะต่างๆ ซึ่งจะก่อความรู้สึกต่างๆ ให้เกิดขึ้นต่อผู้พบเห็น หนึ่งคือ อาจพวกของเสียเห็นแล้วคลื่นเหียน หนึ่งน้ำเหลือง ซึ่งจะก่อให้เกิดความหยะแหยงหรือขยะแขยงแก่ผู้พบเห็น อีกหนึ่งคือเลือด เห็นแล้วหวาดเสียวอย่าว่าแต่คนทั่วๆ ไปเลย แม้หมอเองเห็นเลือดก็ยังเสียว แต่เสียวว่างานใหญ่รออยู่ข้างหน้า

หญิงสาวผู้หนึ่งเธอเพิ่งแต่งงานได้ 8 เดือน ด้วยวัยเบจญเพศทั้งคู่ ด้วยฐานะทางบ้านทั้งสองที่ร่ำรวย เธอถูกวางแผนการครองเรือนอย่างดี จากผู้ใหญ่ มีการเตรียมตัวฉีดวัคซีนก่อนตั้งครรภ์ ตรวจเลือด หาความผิดปกติทั้งคู่ เพื่อให้หลานของตระกูลเกิดมาอย่างดีที่สุด พอเธอขาดระดู คุณแม่ก็พาไปทำการตรวจปัสสาวะเพื่อต้องการ ที่จะทราบว่าท้องหรือไม่ ผลออกมาเป็นใจกับคุณยายคือ ผลตรวจปัสสาวะเป็นบวก คือ มีการตั้งครรภ์ เท่านั้นบ้านแทบแตก เพราะความดีใจที่จะได้หลานคนแรก ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม งานการไม่ให้ทำจะให้เธอลาออกจากงานที่ทำ อาหารการกิน ต้องควบคุมดูแลกินแต่อาหารดีๆ แพงๆ ทุกอย่างอยู่ในความควบคุมหมดจนเธอเครียด

ชีวิตคู่เริ่มมีอุปสรรคเพราะคุณย่าคุณยายลงมายุ่งมากเกินไป เดี๋ยวพาไปตากอากาศเดี๋ยวจะพาไปทำอุตราซาวนด์อยากดูหลาน โดยเฉพาะว่าเป็นหญิงหรือชาย

หมอเพื่อนกันที่เธอสนิทและได้ฝากฝังกันไว้และคิดว่าจะให้ดูแล ขณะเธอตั้งครรภ์ ก็ถูกปฏิเสธจากครอบครัว ต้องเอาแพทย์หรือหมอ ที่คุณแม่แนะนำ เธอเข้ารับการฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ พร้อมกับทำอุลตร้าซาวนด์ เมื่อขาดระดูได้ 2 สัปดาห์ เพราะแพทย์ทนความคะยั้นคะยอของผู้เป็นแม่ไม่ได้ พอตรวจไม่พบทารกในโพรงมดลูกเท่านั้นเป็นเรื่อง คุณแม่ร้อนใจ แทนคุณแม่ผู้ตั้งครรภ์เสียเอง กลัวว่าจะมีความผิดปกติในการตั้งครรภ์ เที่ยวไปปรึกษาคนโน้นบ้าง คนนี้บ้าง ซึ่งก็ได้คำแนะนำผิดๆ ถูกๆ ซึ่งผิดมากกว่าถูก

เธอพาลูกสาวไปคลินิกต่างๆ เพื่อขอคำปรึกษาแนะนำ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้ความเห็นตรงกันว่าไม่ต้องทำอะไร ให้รออีกหนึ่งถึงสองสัปดาห์ค่อยทำการตรวจติดตามใหม่ เพราะอายุครรภ์หรือการตั้งครรภ์ขณะนั้นตัวทารกอาจจะแฝงอยู่มาก ไม่เห็นหรืออาจจะทารกยังเล็กมาก เพราะการตกไข่ช้ากว่าปกติ อาจจะเนื่องจากการจำระดูผิดพลาดทำให้การคำนวณผิดไป

เรื่องของการตั้งครรภ์ซึ่งโดยปกติถ้าทารกอายุครรภ์ 1 เดือนขึ้นไป มักจะตรวจพบโดยอุลตร้าซาวนด์แต่เห็นเป็นเพียงถุงน้ำคร่ำเรื่อๆ ไม่ได้เห็นตัวทารกเป็นสัดส่วนชัดเจน แต่ถ้าตั้งครรภ์ 6 สัปดาห์ หรือเดือนครึ่งแล้วหัวใจทารกจะตรวจพบได้โดยอุลตร้าซาวนด์ เพราะมีการเต้นของหัวใจแล้ว

ในรายที่ไม่พบถุงน้ำหรือการที่พบถุงน้ำแต่ไม่พบการเต้นของอวัยวะ ในถุงน้ำก็ไม่ได้บ่งบอกร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าทารกเสียชีวิต หรือท้องลมหรือท้องแต่ทารกไม่เจริญ ซึ่งแพทย์มักจะนัดตรวจ ยืนยันซ้ำในระยะสั้นๆ เพื่อดูความเป็นไปของการตั้งครรภ์ มีไม่น้อยที่ตรวจครั้งแรกพบว่า เป็นลักษณะท้องลมคือ ท้องแต่ทารกไม่เจริญ พอตรวจติดตามไปอีก 1-2 สัปดาห์ต่อมา ปรากฎว่า พบว่ามีการเต้นของหัวใจในถุงน้ำคร่ำ ซึ่งถ้าด่วนสรุป พอพบครั้งแรกจากอุลตร้าซาวนด์แล้วได้การวินิจฉัยว่าแท้ง และขูดมดลูกก็จะกลายเป็นการทำแท้งส่งไป

หลังจากทำอุลตร้าซาวนด์ได้ 1 สัปดาห์ เธอก็เริ่มมีเลือดออก ทางช่องคลอดเล็กน้อย เธอไปพบแพทย์ซึ่งเธอฝากครรภ์อยู่ และได้ทำอุลตร้าซาวนด์ก็พบว่า มีถุงน้ำทารกในโพรงมดลูก หมอไม่แน่ใจว่าจะแท้งหรือไม่ เพราะไม่พบการเต้นของหัวใจ และลักษณะถุงน้ำก็ไม่ค่อยเรียบ ซึ่งขนาดและรูปร่างของถุงน้ำ จากการตรวจแพทย์ของระยะคร่าวๆ ได้ว่าน่าจะแท้งหรือไม่ เน้นว่า "น่าจะ" เธอได้รับการบอกเล่าผลการตรวจจากแพทย์ต่อหน้าคุณแม่เธอว่า น่าจะเป็นการแท้งคุกคาม

พอได้ยินคำว่าแท้ง เธอก็ใจหาย คุณแม่เธอยิ่งแสดงออกถึง การตกอกตกใจมากไปกว่านั้น จนหมอต้องอธิบายว่า แท้งคุกคาม นั้นหมายถึง มีอาการส่อว่าอาจจะเริ่มขบวนการที่จะนำไปสู่การแท้ง แต่ยังไม่ได้แท้ง ซึ่งคนทั่วไปหมายถึงการสูญเสียชีวิตของทารกในครรภ์

การแท้งคุกคามนั้นในขณะที่ทารกยังมีชีวิตแต่มีความผิดปกติ ให้ตรวจพบว่า มีเลือดออก อาจจะจากการฉีดขาดของเส้นเลือดเล็กๆ แพทย์จะแนะนำให้พักผ่อนให้ทุเลา เพื่อให้เนื้อเยื่อที่ผิดปกติ ได้ฟื้นฟูกลับสู่ปกติ ซึ่งโดยทั่วๆ ไปภายใน 1 สัปดาห์อาการผิดปกติคือ เลือดออกจะต้องค่อยๆ ลดลงหยุดและไม่มีอาการปวดท้อง หรือการหลุดลอกออกมาของชิ้นเนื้อทางช่องคลอด

เธอได้รับคำแนะนำให้นอนพักผ่อน ให้งดการทำงาน ยกเว้นการทำธุระส่วนตัว คือ กิน นอน ขับถ่าย เท่านั้น คุณแม่ของเธอก็พยายามจะให้หมอฉีดยาหล่อเลี้ยงทารก ซึ่งเธอได้รับคำแนะนำจากเพื่อนบ้าน ซึ่งแพทย์ผู้ดูแลก็ได้ปฏิเสธ และอธิบายให้ฟังว่า การฉีดฮอร์โมนเพื่อหล่อเลี้ยงทารกนั้นไม่จำเป็น อาจจะก่อให้เกิดการแท้งค้างได้ ในกรณีที่เกิดการแท้งจริง และจะก่อปัญหาในการที่จะต้องให้การดูแลรักษาสภาวะแท้งค้าง ซึ่งต้องขูดมดลูก จนบางครั้งก่อให้เกิดแผลเป็นอย่างกว้างขวางกับผนังมดลูก จนอาจจะทำให้เกิดท้องต่อมามีความผิดปกติของรกตามมาได้ เช่น รกเกาะต่ำ หรือบ้างอาจจะเกิดแผลเป็นลุกลามมาก จนไม่มีเนื้อมดลูกดีเหลืออยู่เลย

พอกลับมาบ้านเธอก็มีชีวิตที่เปลี่ยนไปทุกอย่าง ในชีวิตคู่ของเธอ ถูกยึดอำนาจโดยคุณแม่ เธอถูกแยกให้อยู่กันคนละห้องกับสามี คุณแม่มาทำหน้าที่ดูแลแทน 1 สัปดาห์เลือดก็หยุด เธอไปพบแพทย์ ทำการตรวจอุลตร้าซาวนด์ก็พบว่า มีการเต้นของหัวใจทารกให้เห็น ได้โล่งอกไปทั้งเธอและแม่เธอเอง และที่สำคัญของตัวหมอด้วย เพราะจะได้ลดภาระการอธิบายซ้ำซากกับว่าที่คุณยาย หลังจากนั้นมาเธอก็ตั้งครรภ์ปกติแต่ชีวิตคู่เธอเริ่มไม่ปกติ ชีวิตคู่เธอถูกยึดโดยคุณว่าที่คุณยายสามีถูกกันออกไปจากเธอ คุณแม่มาดูแลเธอด้วยเกรงว่าการอยู่ร่วมกันแบบสามีภรรยา จะก่อให้เกิดการแท้ง

ความเครียดค่อยๆ ก่อตัวในชีวิตคู่เธอจนเธอต้องทำใจ รวมทั้งสามีเธอ และในที่สุดเธอก็คลอดก่อนกำหนด แต่ด้วยการแพทย์สมัยใหม่เธอปลอดภัยทั้งแม่และลูกซึ่งหนักเพียง 2 กิโลเศษเล็กน้อย แต่ก็ได้ก่อรอยแผลทางจิตใจให้กับชีวิตครอบครัวเธอ เธอกลัวการตั้งครรภ์และไม่ยอมตั้งครรภ์อีก เธอโชคดีในโชคร้าย เธอได้บุตรแต่ก็ได้บาดแผลทางจิตใจและเกือบต้องทำให้ชีวิตคู่ล้มละลายไป

หญิงกลางคนอายุประมาณ 35 ปี เธอมีบุตรมาแล้ว 2 คน ตั้งครรภ์ 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อ 8 ปีเศษ หลังแท้งครั้งนั้น (ตั้งครรภ์ครั้งสุดท้าย) เธอก็ทำหมันแห้ง ใน 6 เดือนต่อมา เธอแท้งบุตรขณะที่ตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน เธอแท้งเองที่บ้าน โดยมีการแท้งเป็นเป็นถุงเนื้อคล้ายกระเพาะปลา และร่วงหล่นลงในโถส้วม หลังจากนั้นเธอก็ไปโรงพยาบาล แพทย์ตรวจและเห็นว่า เลือดหยุดแล้วบอกเพียงว่าแท้ง ควรให้มาตรวจหลังแท้งแต่เธอก็ละเลยไม่มาพบแพทย์ตามนัด จน 6 เดือนก็ไปขอทำหมันแห้ง หลังจากนั้นต่อมาเธอก็ปกติ และมาตรวจภายในเพื่อตรวจมะเร็งปากมดลูกทุกปีประจำมาตลอด

จน 3 เดือนก่อนมาพบแพทย์เธอมีเลือดออกกะปริดกะปรอยเล็กน้อย เธอได้ไปพบแพทย์ที่คลินิกก็ได้ยามาทานเป็นครั้งคราว เป็นๆ หายๆ ใน 2 เดือนต่อมาเธอเริ่มไอมากขึ้นๆ ไปพบแพทย์ที่คลินิกก็ได้ยา เพื่อรักษาโรคระบบทางเดินหายใจอาการก็ไม่ดีขึ้น และแพทย์ได้แนะนำให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล

แพทย์ได้ทำการตรวจทางรังสี คือ ให้เอกซเรย์ปอด เพราะเธอมีอาการไอมากและน้ำหนักลดและบางวันมีไข้ ซึ่งอาการเช่นนี้ในยุคเอดส์ครองโรค วัณโรค ก็พ่วงโรคเอดส์ มาถล่มโลกมนุษย์โดยอาศัยผู้ป่วยโรคเอดส์เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังพล และขณะนี้ก็กำลังกล้าแข็งแพทย์ก็สงสัยไว้ก่อน

ฟิล์มออกมาปรากฏว่า มีก้อนเนื้อผิดปกติที่ปอดทั้งสองข้างด้วย มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด จึงต้องให้สูตินรีแพทย์มาช่วยดูผู้ป่วย จากการทางห้องปฏิบัติการง่ายๆ เพียงอาการปัสสาวะเท่านั้น ก็ให้การวินิจฉัยโรคว่า เธอเป็นโรคเนื้องอกของรกหรือกลุ่มโรคครรภ์ไข่ปลาอุก ก็คือ มะเร็งของรกชนิดหนึ่งที่เริ่มจากครรภ์ไข่ปลาอุกแล้วพัฒนา หรือต่อมาค่อยกลายเป็นเนื้องอกร้ายกลายพันธุ์เป็นมะเร็งของรก และแพร่กระจายไปตามท่อเลือดไปที่ปอดซึ่งเป็นที่ๆ ชอบไปฝังตัวอยู่

ในรายคุณเธอผู้นี้มะเร็งของรกนั้นพัฒนามา จากการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกซึ่งเกิดจากการตั้งครรภ์ในครรภ์ที่ 3 แล้วแท้งนั่นเอง เพียงแต่ไม่ได้วินิจฉัยตั้งแต่แรก เพราะเธอไม่ได้เอาชิ้นเนื้อที่เกิดจากการแท้งและตกในโถส้วม มาให้แพทย์ตรวจพิสูจน์ ในรายที่ชัดเจนจะเห็นรกกลายเป็น ถุงน้ำเล็กๆ มากมาย บ้างก็ว่าคล้ายเม็ดสาคู บ้างก็ว่าคล้ายเม็ดองุ่น บ้างก็ว่าคล้ายไข่ปลา และเป็นที่มาของชื่อครรภ์ไข่ปลาอุก ซึ่งโรคนี้มีเพียง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะกลายเป็นโรคเนื้องอกร้ายได้ และเนื้อจากโรคมะเร็งชนิดนี้สร้างฮอร์โมนเฉพาะตัวทำให้ตรวจติดตามได้ว่า ครรภ์ไข่ปลาอุกนั้นจะกลายหรือไม่กลายเป็นมะเร็ง และแม้จะกลายเป็นมะเร็ง และลุกลามแผ่กระจายก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาเคมีบำบัด อาจจะไม่ต้องผ่าตัด

โรคนี้ในเมืองไทยเรายังพบได้มากจึงมีข้อแนะนำว่า ชิ้นเนื้อที่หลุดออกมาจากช่องคลอดต้องนำมาให้แพทย์ตรวจพิสูจน์ เธอผู้นี้เมื่อได้วินิจฉัยโรคว่า เป็นมะเร็งของโรคที่แพร่กระจายไปปอด เธอก็ได้รับตัวไว้ในโรงพยาบาลและได้รับการรักษาตามขบวนการ จนครบการรักษา และหายจากโรคแต่ต้องติดตามต่อไป

จะเห็นว่าการแท้งนั้นมีหลากหลาย ผลแทรกซ้อน อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ตัวผู้ป่วยรายแรกแต่ก็ถูกทำให้เป็นเรื่องใหญ่ หรืออาจจะเป็นเรื่องใหญ่ดังผู้ปองร้ายที่สอง แต่ด้วยความไม่รู้ และปล่อยปละละเลยจนทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่

ขั้นตอนที่สำคัญของการดูแลของผู้ที่แท้งบุตรนั้นเป็นสภาวะที่เสี่ยง ต่อการเกิดวิกฤติต่อสุขภาพได้ควรจะต้องให้แพทย์เป็นผู้ดูแลอย่างถูกต้อง เมื่ออยู่ในความดูแลของแพทย์แล้วโดยเฉพาะสูติ-นรีแพทย์ ก็ควรที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเข้าใจเพราะถ้าทำผิดขั้นตอน ที่ควรจะปฏิบัติเรื่องเล็กก็อาจจะบานปลายใหญ่โตได้และจะเล่าให้ฟังต่อไป

น.พ. วีระ สุรเศรณีวงศ์

 
 

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors/lady_abortion4.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]