บทความเกี่ยวกับ คุมกำเนิด
คนเป็นคนที่ - 2159 [Date : 14 เม.ย. 2553 ]   
 
ขูดหรือไม่ขูด...มดลูก
 
วันที่ 14 เม.ย. 2553   โดย น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์
 
 
ขูดหรือไม่ขูด...มดลูก
 

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 321 พฤศจิกายน 2541]

ขูดหรือไม่ขูด...มดลูก

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


มนุษย์เรานั้นถ้าทำอะไรจำเจๆ เป็นเวลามากกว่า 5 ปีไปแล้ว กิจกรรมหรือลักษณะงานประจำที่ทำอยู่ ก็จะซึมซับเข้าสู่สายเลือด กลายเป็นยึดติกับอาชีพไป เช่น พวกที่มีอาชีพเป็นตำรวจก็จะเป็นตำรวจ 24 ชั่วโมง พวกครูก็จะเป็นครู 24 ชั่วโมง เจอะเจอกันก็คุยเรื่องการเรียนการสอน เรื่องลูกศิษย์ เผลอไผลกลับถึงบ้านครูผู้หญิงบางท่านก็เห็นสามีเป็นลูกศิษย์ ทวงถามการบ้านที่ค้างส่ง เล่นเอาสามีหนาวๆ ร้อนๆ บางคนถึงกับบ่นภรรยา ที่เป็นครูบาอาจารย์ว่า จะเคี่ยวเข็ญให้สามีติดบอร์ดได้ จะให้ส่งการบ้านทุกวัน พ่อเจ้าประคุณคงย่ำแย่

ฉันใดก็ฉันนั้นพวกแพทย์หรือหมอก็ไม่ยกเว้น อาชีพอื่น ยังพอจะเปลี่ยนอาชีพกันได้ง่ายๆ แต่พวกแพทย์คงยากถ้าจะเปลี่ยนอาชีพ แต่ก็มีตัวอย่างไม่มากนักที่ออกไปประสพความสำเร็จ เช่น เจ้าของบริษัทก่อสร้างข้ามชาติ เป็นบริษัทก่อสร้างใหญ่โตที่ชอบทำหล่นเหล็ก ใส่หัวชาวบ้าน ท่านก็เป็นแพทย์แต่ต้องเรียกได้ว่า ไม่เคยรักษาผู้ป่วยจริงจัง เพราะประกอบอาชีพกรรมกรคือ รับเหมาะก่อสร้างจนใหญ่โตมาก และที่เห็นใกล้ตัวคือ แพทย์รุ่นน้องท่านหนึ่ง ชอบความตื่นเต้น เมื่อไม่ได้เป็นหมอผ่าตัด ก็เลยไปสมัครขับเครื่องบิน ปัจจุบัน เป็นกัปตันสายการบินไปแล้ว

เมื่อหมอมาพบหมอก็ไม่พ้นที่จะต้องคุยวกไปเข้าเรื่องของคนไข้ อาชีพหมอ ซึ่งต้องอยู่กับความทุกข์ของคนไข้ อยู่กับสิ่งสกปรก น้ำเหลือง น้ำเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ บางครั้งต้องให้คนไข้สั่งขี้มูกให้ดู ขากเสมหะให้ดูบ้าง (พวกแพทย์จบใหม่ๆ) จะได้สัมผัสเสมอคือ คนไข้ปัสสาวะรดหน้า โดยเฉพาะเวลามาทำงานในแผนกสูตินรีกรรม ในคนไข้กระบังลมหย่อน ปัสสาวะเล็ดราด จำเป็นต้องตรวจดูระบบการปล่อยและกลั้นปัสสาวะ ก็ต้องมีให้ลองไอในท่านอนบนขาหยั่ง พอไอปัสสาวะก็พุ่งใส่หน้า แพทย์ที่จ้องดูการตรวจ คนรอบข้างได้เฮ แต่คนโดนฉี่ที่หน้าเหยเก ความซื่อของคนไข้ ความจริงใจของคนไข้ ที่แสดงออกทางการพูดจา คือ คิดอะไรก็บอกออกมา จะได้มุขมาคลายความตึงเครียดในวงการแพทย์ เมื่อไม่นานมานี้แพทย์รุ่นน้องท่านหนึ่งได้วางประเด็นคำถาม ซึ่งฟังดูแล้วก็สะท้อนความเข้าใจของชาวบ้านทั่วๆ ไป ของเราชายไทยว่า ยังขาดความเข้าใจพื้นฐานทางสุขอนามัยมาก แม้จะเป็นผู้ที่มีการศึกษา พอสมควรก็ตาม

หมอท่านนั้นได้เล่าว่า คนไข้อาชีพรับจ้างทำงานในออฟฟิศ ได้มาขอให้คุณหมอ ขูดทำความสะอาดมดลูก เพราะอยาก และพร้อมจะตั้งครรภ์แล้วหลังจากแต่งงานได้ 4 ปี โดยคุมกำเนิด แบบนับวันตามความเชื่อของชาวบ้านว่าสูตรก่อน 7 และหลัง 7 คือ หมายถึงว่า ระยะปลอดภัย ของการร่วมเพศที่จะไม่มีบุตรทั้งก่อน และหลังประจำเดือนมา 7 วัน เธอโชคดีที่ไม่ท้องเพราะสูตรก่อน 7 และหลัง 7 นี้ โอกาสล้มเหลวสูงมาก เพราะประจำเดือนของคุณสุภาพสตรี มักไม่มาตรงตามกำหนดทุกเดือน และมีปัจจัยหลายอย่าง ที่ทำให้ประจำเดือนคลาดเคลื่อน มีไข้ก็ทำให้ประจำเดือนคลาดเคลื่อน มีความเครียด ยิ่งยุค IMF ตกงาน ถูกลดเงินเดือน เงินไม่พอส่งรถ ส่งบ้าน หุ้นตก ล้วนแต่ทำให้ระดูคลาดเคลื่อนไปได้

แต่เลือดที่จะออกมาเป็นระดูนั้น ถูกต้องแล้วต้องเป็นเลือด ที่เกิดจากการที่รังไข่มีการตกไข่ และไม่ได้รับการปฏิสนธิ ถ้าไม่ตกไข่เลือดที่ออกมาจะไม่ใช่ระดูที่แท้จริง ดังนั้นสตรีที่ทานยาคุมกำเนิด แล้วมีเลือดออกจะเรียกว่า รอบเดือน เพราะไม่มีการตกไข่ ในขณะทานยาคุมกำเนิด จึงไม่ใช่ระดู (ตามความหมายที่ถูกต้อง) แต่เป็น "รอบเดือน"

สตรีบางท่านจะสังเกตเห็นช่วงกลางของระดู จะมีเลือดออกทางช่องคลอดได้เล็กน้อย ลักษณะเช่นนี้ก็ถือว่า ไม่ผิดปกติเพราะมักจะเกิดจากขณะมีการตกไข่คือ ตัวไข่ในรังไข่ เจริญเต็มที่พร้อมปฏิสนธิก็จะแตกออกจากรังไข่ รังไข่ขณะนั้น ก็จะมีบาดแผลฉีกขาดเกิดขึ้นที่ผิว และจะมีการลดลงของฮอร์โมนเพศ ที่สร้างโดยรังไข่ การลดลงของฮอร์โมนเพศจะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออก บางส่วนออกมากลายเป็นเลือดที่เข้าใจผิดว่า ระดู ถ้าไม่มีการร่วมเพศ ในระยะนี้ตามสูตรก่อน 7 หลัง 7 เพราะเข้าใจผิดว่า เป็นระดู ก็จะทำให้เกิดการปฏิสนธิได้

ที่ใช้สูตรดังกล่าวแล้วไม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่เป็นเพราะ มีสภาวะของการมีบุตรยากแฝงอยู่แล้ว ดังรายของผู้ป่วยที่มา ขอขูดทำความสะอาดโพรงมดลูก เพราะเธอมีระดูผิดปกติบ่อยๆ สาเหตุเนื่องจากสามีชอบเที่ยวเตร่และนำโรคมาติดเธอ ด้วยพื้นฐานความเชื่อของชาวไทยว่า เลือดระดูหรือรอบเดือนนั้น เป็นเลือดเสียที่ร่างกายต้องปล่อยออกทิ้ง เพราะมักจะพบว่า เลือดระดูเป็นสีดำคล้ำ ซึ่งเข้าใจผิด และถ้ารอบเดือนออกมาเป็นสีแดงและมาก ก็จะพึงพอใจว่าเลือดลมในร่างกายดีสมบูรณ์ก็ผิดอีก

ความที่เธอมีเลือดออกกะปริดกะปรอยบ่อยๆ จากการอักเสบ ของเยื่อบุโพรงมดลูกไม่สะอาด เจ้าของไข้ต้องทำความเข้าใจอยู่นาน เพื่อให้เธอได้ละลายความเชื่อเก่าเสีย มิฉะนั้นก็จะเร่ร่อน ไปตามสถานพยาบาลต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อความเข้าใจผิด ซึ่งสถานพยาบาลมาตรฐานทั่วไปไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผลสุดท้ายเธออาจจะหลงไปยังสถานพยาบาลเถื่อนที่จะตอบสนองเธอ เพื่อความพึงพอใจ แต่ในที่สุดก็จะเกดสภาวะแทรกซ้อนเหมือนคนไข้ รายที่กำลังดูแลอยู่ภายในโรงพยาบาลของผู้เขียน

เธอผู้นี้มีอาชีพเป็นหญิงบริการมาก่อน ชีวิตของเธอโชกโชน ถ้าเป็นข้าราชการก็ต้องให้เทียบเท่ารัฐมนตรีหรือนายกกันทีเดียว เพราะรายได้ของเธออาจจะมากกว่าเงินเดือนของนายก เพราะเวลาขับรถสวนกับเธอ ต้องคอยหลบ ด้วยกลัวจะไปเฉี่ยวรถยุโรป ที่เธอขับขี่อยู่ตรงสามแยกที่เธอขับขี่อยู่ โดยอาชีพเธอต้องเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ในระบบอวัยวะสืบพันธุ์อยู่แล้ว เธอได้สามีเป็นหลักเป็นฐาน และมีธุรกิจเล็ก เป็นของตัวเอง มีบ้าน มีรถพร้อม เธอจึงต้องการมีบุตร เพื่อความสมบูรณ์ของครอบครัว

เธอหยุดการคุมกำเนิดได้ปีเศษแต่ก็ไม่ประสพความสำเร็จ ประจวบกับเธอมีรอบเดือนผิดปกติ เธอจึงคิดว่า ควรจะทำความสะอาดโพรงมดลูก เพื่อให้การตั้งครรภ์เกิดได้ง่าย เธอได้เข้าไปรับการขูดมดลูก ที่สถานพยาบาลแห่งหนึ่งตามคำแนะนำของเพื่อนๆ ซึ่งน่าจะเป็นสถานพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ด้วยความรอบคอบ เธอขอให้สถานพยาบาลซึ่งขูดมดลูกเธอช่วยส่งชิ้นเนื้อตรวจ ซึ่งทางการแพทย์แล้วชิ้นเนื้อทุกชิ้นที่ออกจากร่างกาย ต้องส่งตรวจทางพยาธิวิทยา

ปรากฏว่าผลพยาธิวิทยารายงานว่าเธอท้อง และชิ้นเนื้อที่ขูดออกมานั้น เป็นเนื้อเยื่อของทารก เธอเสียใจและซึมเศร้ากับเหตุการณ์ ที่เธอกระทำลงไปอย่างมาก เพราะเธอมีความต้องการบุตรมาก จึงมาพบแพทย์เพื่อปรึกษาแนะนำในการดูแลตนเองที่โรงพยาบาล จากการตรวจติดตามพบว่า เธอมีสภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น จากการขูดมดลูกที่มีการขูดอย่างรุนแรง จนเยื่อบุโพรงมดลูก ถูกขูดออกจนหมดถึงชั้นกล้ามเนื้อของมดลูก ต้องเรียกว่า ขูดจนเอี่ยมอ่องตามศัพท์ชาวบ้าน คือ ขูดจนไม่เหลือชั้นเยื่อบุโพรงมดลูก ที่จะเป็นเนื้อเยื่อที่ทำให้เกิดการมีระดู เกิดการตกขาวบางส่วนด้วย

หลังขูดคุณเธอจะรู้สึกว่าตกขาวก็ดี รอบเดือนก็ดี จะแห้งสะอาด เพราะไม่มีเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกซึ่งจะเป็นที่ฟูมฟักตัวอ่อนหลงเหลืออยู่ ทุกอย่างแห้งหมดพร้อมกับโอกาสมีบุตร และในระยะต่อมาก็จะไม่มีระดู เพราะโพรงมดลูกได้เกิดแผลเป็น เกิดพังผืดยึดให้โพรงมดลูกแฟบติดกัน ในรายที่เกิดแผลเป็นน้อยก็จะสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ก็จะเกิด การตั้งครรภ์ที่ผิดปกติตามมาอีกมากมาย

สำหรับเธอผู้นี้มีระดูมา 3-4 เดือน เริ่มแรกของการไม่มีระดู เธอก็ดีใจคิดว่าจะได้มีบุตร แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบการตั้งครรภ์ และจากการนัดผู้มีบุตรยาก ได้แนะนำให้ทำการฉีดสีเข้าโพรงมดลูกก็พบว่า เธอแทบจะไม่เหลือโพรงมดลูกเลย เพราะเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก ขูดจนแทบหมด เธอต้องเข้ารับการบำบัดด้วยขบวนการพิเศษ เพื่อเรียกเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกฟื้นคืนมา ซึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน

อีกรายซึ่งตรงข้ามกับเธอผู้นี้...

เธอผู้นี้วัยเพียง 20 ปีเศษ มีการศึกษา ครอบครัวมีหน้าตาทางสังคม ซึ่งประเด็นหลังกลายเป็นปัจจัยทำร้ายเธอ เพราะเธอเกิดพลั้งเผลอตั้งครรภ์ กับเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน ด้วยความมืดแปดด้าน หรือต้องเรียกว่า มืดสิบด้าน คือ ไม่เห็นทางออกทางอื่นๆ ไม่ได้ใช้ปัญญาไตร่ตรอง เชื่อตามคำแนะนำของเพื่อน เธอไปทำแท้งในสถานพยาบาลเถื่อน เพราะสถานพยาบาลมาตรฐานไม่แนะนำให้เธอทำแท้ง เพราะเธอตั้งครรภ์ประมาณ 18 สัปดาห์ หรือ 4 เดือนเศษ ซึ่งการทำสิ้นสุดการตั้งครรภ์ขณะนั้นจะอันตรายมาก แพทย์จะทำให้ก็ต่อเมื่อ มีข้อบ่งชี้ว่า การตั้งครรภ์นั้นจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพแม่ และกฎหมายของประเทศไทยไม่อนุญาตให้มีการทำแท้งโดยเสรี

เธอก็ดั้นด้นจนไปลงเอยที่สถานพยาบาลเถื่อน มดลูกที่ตั้งครรภ์ ขณะ 4 เดือนเศษนั้น นิ่มและง่ายต่อการทำทะลุและการติดเชื้อมาก เธอได้รับผลแทรกซ้อนครบทุกประการที่ตำราบอกไว้ หลังทำเพียง 1 วัน เธอมีไข้ ปวดท้องมาก อาการเลวลง จนแฟนและเพื่อนต้องนำส่งโรงพยาบาล และพ่อแม่ได้รับการแจ้งให้ทราบ เพราะเธอจำต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน เนื่องจากมดลูกทะลุ และมีการติดเชื้ออักเสบในช่องท้องอย่างรุนแรง ไม่เพียงเธอเท่านั้นที่ช็อก พ่อแม่ก็ช็อก เพราะตกใจในเหตุการณ์ที่ประสบของลูก โดยพ่อแม่ไม่ทราบมาก่อน แต่เพื่อการรักษาชีวิต แพทย์ก็ต้องทำการผ่าตัด เพื่อตัดมดลูกที่ทะลุและติดเชื้ออย่างรุนแรงออก พร้อมกับรังไข่ทั้งสองข้าง ซึ่งมีการติดเชื้อลุกลามไปถึง เธอต้องเข้ารับการรักษาในหออภิบาล หรือ ICU หลังผ่าตัดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เนื่องจากสภาวะไตวาย จากการติดเชื้ออย่างรุนแรงลุกลามเข้าสู่กระแสโลหิต

สิ่งซึ่งจะเป็นผลตามมาจากการบาดเจ็บทางกายของเธอ คือ บาดแผลทางจิตใจ ซึ่งอาจจะหนักหนาจนประเมินลำบาก และมักจะติดตัวไปนานมาก ยิ่งเธอจำต้องรับประทานฮอร์โมนเพศ ไปตลอดชีวิตทุกครั้ง ทุกวันที่เธอจับหยิบฮอร์โมนเธอจะระลึกถึงว่า เป็นผลพวงจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเธอ ผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ดังได้สาธยายนั้น แม้ในสถานพยาบาลมาตรฐานก็มีโอกาสเกิดได้เช่นกัน จึงได้มีการคิดค้นวิธีที่จะดูแลรักษาขึ้นมาทดแทนการขูดมดลูก เพื่อลดอัตราผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น

การแท้งนั้นมีวิวัฒนาการทางการแพทย์เจริญก้าวหน้ามาก ก็จะพบว่า อุบัติการณ์การแท้งเกิดขึ้นมากกว่าที่เคยรายงานไว้ว่า 10 เปอร์เซ็นต์เศษนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะปัจจุบันสามารถตรวจพบ การตั้งครรภ์ได้แต่เนิ่นๆ มากขึ้น นั่นคือ อุบัติการณ์การแท้งอาจมากเกิน 25 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นสตรี ที่มีรอบระดูผิดปกติ ไม่ว่าจะขาดหายไป หรือมีรอบเดือนกะปริดกะปรอย หรือตกเลือด ก็ควรจะมาตรวจทดสอบการตั้งครรภ์ ซึ่งปัจจุบันสะดวกมาก ใช้เวลาสั้นๆ ก็ทราบผล เพื่อจะได้วางแผนดูแลรักษาได้เหมาะสม

สถิติจากแทบทุกโรงพยาบาลจะพบว่า มากกว่าครึ่งของคนไข้ที่มาฉุกเฉิน ทางสูตินรีเวชนั้นเป็นการแท้งบุตร เกือบครึ่งจะเป็นการแท้งที่ครบคือ ไม่มีเศษเนื้อเยื่อทารกค้างคาในโพรงมดลูก จึงไม่ต้องใช้หัตถการแก่คนไข้เลย ปัจจุบันนี้เครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก จนสามารถที่จะนำมาใช้ตรวจเพื่อแยกโรคการแท้งเพื่อให้การรักษาที่เหมาะสม

การแท้งไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยการขูดมดลูกเสมอไปตามความเข้าใจ เพราะการแท้งมีหลายประเภท แยกง่ายๆ ได้ 3 ประเภทคือ แท้งคุกคาม แท้งครบและแท้งไม่ครบ หรือแท้งค้างคา ทั้งสามประเภทปัจจุบัน เครื่องตรวจอุลตร้าซาวด์ หรือเครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง สามารถตรวจแยกได้ด้วยความแม่นยำสูงถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ด้วยการสอดใส่เครื่องมือตรวจที่เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กเข้าทางช่องคลอด

แท้งคุกคาม นั้นเป็นสภาวะที่ยังไม่แท้งจริง เพียงแต่มีสิ่งบอกเหตุ คือ มีเลือดออกผิดปกติ ชาวบ้านเรียกว่า เลือดล้างหน้าเด็ก (ทารก) เมื่อตรวจพบ การให้การรักษาก็เพียงให้พักผ่อน ลดการทำงานให้น้อยลง ให้มดลูกและรกกระเทือนน้อยที่สุด และคอยดูอาการถ้าเลือดหยุด การตั้งครรภ์ก็อาจจะดำเนินต่อไปได้ ถ้าอาการผิดปกติไม่น้อยลง ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงกลายเป็นแท้งจริงได้

ในรายแท้งจริงนั้นแยกได้สองชนิด คือ แท้งที่ดำเนินต่อไป จนอาจจะเป็นแท้งครบ หรือแท้งไม่ครบ ในขบวนการธรรมชาติคือ การปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม โอกาสที่จะแท้งไม่ครบอาจจะมากกว่าครึ่ง ทำให้ต้องมาใช้หัตถการในภายหลัง จึงได้พยายามพัฒนาขบวนการดูแลการแท้ง ให้ขบวนการเกิดสมบูรณ์ในเวลาอันสั้น และด้วยขบวนการใช้ยามากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงหัตถการที่อาจจะก่อเกิดผลแทรกซ้อนแก่ผู้ป่วยได้

แม้ว่าหัตถการที่ใช้ในการดูแลรักษาการแท้งจะพัฒนาไปมากจนปัจจุบัน อุปกรณ์ดังกล่าวมีขนาดเท่าหลอดกาแฟสามารถสอดใส่เข้าไปในโพรงมดลูก โดยไม่ต้องถึงกับดมยาสลบ ทำให้คนไข้อาจจะไม่จำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาล หรือถ้าต้องอยู่ก็ในระยะเวลาอันสั้น แต่อย่างไรก็ยังมีผลแทรกซ้อน ที่อาจจะเกิดได้ คือ การทะลุหรือการฉีกขาดของปากมดลูก รวมทั้งตัวมดลูกเองและขีดจำกัดที่สำคัญคือ การค้างคา ของเนื้อเยื่อทารกที่แท้ง

ถ้าการตั้งครรภ์นั้นอายุครรภ์มากจะทำให้เนื้อเยื่อทารกมีขนาดใหญ่ และยังจะมีส่วนของเนื้อเยื่อที่แข็งเช่น กระดูกอ่อน และกระดูกทำให้ ไม่สามารถจะดูดเอาออกได้ และจะต้องใช้การขูดมดลูกเพิ่มเติม ซึ่งมีอุบัติการณ์ถึงมากกว่าหนึ่งในสามของผู้ป่วยที่มารับการรักษา เพื่อให้การดูแลรักษาการแท้งได้รับผลดี และไร้ผลแทรกซ้อน

การวินิจฉัย การแท้งแต่เนิ่นๆ จะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด โดยการใช้เครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงตรวจค้นหาการตั้งครรภ์ผิดปกติ ในการตั้งครรภ์ เพราะแพทย์สามารถที่จะอาศัยเครื่องมือดังกล่าว ตรวจวินิจฉัยการแท้งก่อนที่จะมีอาการเพื่อให้คนไข้ได้รู้ถึงความผิดปกติ แล้วจึงมาพบแพทย์ได้ จึงเห็นได้ว่า แพทย์พยายามที่จะทำการตรวจ คลื่นเสียงความถี่สูงในหญิงตั้งครรภ์แต่เนิ่นๆ ก็ด้วยเหตุผลดังกล่าว

แท้งคุกคามนั้นปัจจุบันพบได้มาก เพราะประชาชนมีความสนใจ ในสุขอนามัยมากขึ้น และสถานพยาบาลมีมากขึ้นแต่ก็มีไม่มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ที่แท้งคุกคาม แม้จะได้รับการดูแลอย่างดีเพียงใด ก็ยังไม่สามารถจะหยุดขบวนการแท้งได้และมักจะเข้าสู่การแท้งจริง

ซึ่งในขั้นตอนของการแท้งจริงนั้นจะมีอาการที่สำคัญคือ มีการปวดท้องร่วมกับการมีเลือดออกเพราะมีการบีบตัวของมดลูก ซึ่งพยายามจะขับสิ่งแปลกปลอมซึ่งก็คือ ทารกที่เสียชีวิตออกจากโพรงมดลูก ถ้าเนื้อเยื่อของทารกและรกถูกขับออกมาหมดก็เป็นแท้งคุกคาม เลือดก็จะหยุดไหล คนไข้ไม่ต้องการหัตถการการรักษา คงต้องการเพียงยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด ถ้าแท้งนั้นเกิดไม่ครบ มีบางส่วนค้างคาอยู่ คนไข้ก็จะมีเลือดออกมาเรื่อยๆ อาจจะน้อยบ้างมากบ้าง บางรายอาจจะตกเลือดจนถึงกับเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ และเศษรกที่ค้างคาอยู่ ก็ยังเป็นน้ำเชื้ออย่างดีในการที่จะเกิดการอักเสบติดเชื้อ ทำให้ลุกลาม รุนแรงได้ง่าย และถ้าเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสโลหิตก็อาจจะอันตรายถึงชีวิตได้

การรักษาจึงต้องรีบกระทำโดยการเอารกที่ค้างคาในโพรงมดลูก ออกให้หมด โดยการขูดมดลูกด้วยเครื่องมือที่คล้ายช้อนด้ามยาวเป็นโลหะ จึงเสี่ยงต่อการเกิดการฉีกขาดทะลุของมดลูกได้ถ้าไม่ระมัดระวัง หรือขาดประสบการณ์ดังเช่นตัวอย่างข้างต้น และการขูดมดลูกนั้น จะต้องให้ผู้ป่วยได้รับยาระงับปวดซึ่งส่วนมากจะให้ยาสลบกันเลย จึงต้องมีการเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัดขูดมดลูกและหลังจากเสร็จหัตถการ (ขูดมดลูก) เมื่อคนไข้ฟื้นแล้วต้องได้รับการดูแลหลังหัตถการอีกอย่างเข้มงวด และการขูดก็จะต้องทำให้พอเพียง ถ้าทำมากไปก็จะเกิดผลแทรกซ้อน ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น คือ แผลเป็นของโพรงมดลูก ถ้าขูดไม่เพียงพอก็จะมีเศษรกค้าง ผู้ป่วยหรือคนไข้ก็อาจจะตกเลือด และติดเชื้อในโพรงมดลูกอีกได้

จะเห็นว่าการขูดมดลูกไม่ใช่หัตถการที่ไร้ผลแทรกซ้อน แต่เป็นหัตถการที่ทำเมื่อจำเป็น คือ เมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่นึกจะดูดก็มาขอให้หมอทำไม่ใช่ขูดมะพร้าวนี่คุณ!!!

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์

 
 

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors/lady_abortion6.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]