บทความเกี่ยวกับ คุมกำเนิด
คนเป็นคนที่ - 3961 [Date : 14 เม.ย. 2553 ]   
 
แท้งซ้ำซาก…จากปากมดลูกหลวม
 
วันที่ 14 เม.ย. 2553   โดย รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์
 
 
: แท้งซ้ำซาก…จากปากมดลูกหลวม
 

แท้งซ้ำซาก…จากปากมดลูกหลวม



คุณรำเพย อายุ 29 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เคยตั้งครรภ์มา 4 ครั้งแล้ว ครั้งแรกเมื่อ 5 ปีก่อน หลังตั้งครรภ์ประมาณ 2 เดือน ได้ไปทำแท้งที่คลินิกแห่งหนึ่งโดยการขูดมดลูก เนื่องจากยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร ภายหลังขูดมดลูก มีอาการปวดท้องและตกขาวผิดปกติอยู่ประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นคุณรำเพยก็ตั้งครรภ์อีก 3 ครั้ง เมื่อ 4 ปี, 3 ปี และ 2 ปีก่อนตามลำดับ แต่น่าเสียดายที่การตั้งครรภ์ทั้ง 3 ครั้งนั้น สิ้นสุดลงด้วยการแท้งทุกครั้ง

ชื่อผู้ป่วย สถานที่ และเหตุการณ์ในตัวอย่างเป็นสิ่งที่สมมติขึ้น
อย่างไรก็ตามเค้าโครงของเรื่องนำมาจากเหตุการณ์จริงทั้งสิ้น
มีข้อน่าสังเกตว่า การแท้งเกิดขึ้นขณะคุณรำเพยตั้งครรภ์ได้ประมาณ 16-18 สัปดาห์แล้วทุกครั้ง ก่อนแท้งแต่ละครั้งคุณรำเพยจะรู้สึกเพียงหนักๆ บริเวณท้องน้อยเท่านั้น ไม่มีอาการปวดท้องหรือเลือดออกนำมาก่อน นอกจากนี้คุณรำเพยยังแจ้งให้ทราบว่าการแท้งทุกครั้งจะเกิดในลักษณะที่มีถุงน้ำซึ่งมีเด็กอยู่ภายใน หลุดออกมาทีเดียวทั้งหมด และไม่ต้องขูดมดลูกแต่ประการใด

เมื่อต้นปี พ.ศ.2544 คุณรำเพยตั้งครรภ์ใหม่เป็นครั้งที่ 5 จึงมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล โดยฝากครรภ์ครั้งแรกขณะตั้งครรภ์ได้ประมาณ 8 สัปดาห์ จากการทบทวนประวัติการตั้งครรภ์ในครั้งก่อนๆ คุณหมอที่ดูแลสงสัยว่า คุณรำเพยน่าจะมีความผิดปกติของปากมดลูกที่เรียกว่า Incompetent Cervix หรือภาวะปากมดลูกไม่แข็งแรง จึงได้นัดคุณรำเพยมาตรวจเป็นระยะๆ ถี่กว่าผู้ป่วยตั้งครรภ์ทั่วไป

และเมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 16 สัปดาห์ คุณหมอได้ตรวจภายในพบว่า ปากมดลูกของคุณรำเพย มีการเปิดขยายขนาดประมาณใส่นิ้วเข้าไปได้ 1 นิ้วหลวมๆ จึงวินิจฉัยว่าคุณรำเพยน่าจะมี ภาวะปากมดลูกไม่แข็งแรง (Incompetent cervix) จริงดังที่เคยสงสัย จึงได้ให้การดูแลรักษา โดยทำการเย็บผูกปากมดลูกให้แน่นขึ้น โดยใช้สายเทปสำหรับเย็บปากมดลูก ทั้งนี้เพื่อให้ปากมดลูกมีความแข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของถุงน้ำคร่ำ และเด็กในครรภ์ที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาได้

หลังจากนั้นได้นัดคุณรำเพยมาตรวจครรภ์เป็นระยะ โดยเน้นว่าถ้าเกิดการเจ็บครรภ์ ต้องรีบมาโรงพยาบาลโดยทันที คุณรำเพยมาตรวจตามนัดเป็นอย่างดี และไม่พบความผิดปกติอะไร จนกระทั่งตั้งครรภ์ได้ประมาณ 38 สัปดาห์ ซึ่งคุณหมอประเมินแล้วว่าคุณรำเพยตั้งครรภ์ครบกำหนด และลูกในครรภ์โตมากพอแล้ว จึงได้นัดคุณรำเพยมารับการตัดสายเทปที่ผูกปากมดลูกไว้ออก

2 วันภายหลังการตัดสายเทปออก คุณรำเพยก็เจ็บครรภ์และคลอดบุตรเป็นเพศชาย น้ำหนักแรกเกิด 2,900 กรัม ภายหลังคลอดทั้งแม่และลูกแข็งแรงดี คุณหมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้หลังจากพักในโรงพยาบาล 4 วัน


ภาวะปากมดลูกไม่แข็งแรงคืออะไร

เมื่อกล่าวถึงความผิดปกติชนิดนี้ เชื่อว่าคงมีคุณแม่ตั้งครรภ์น้อยคนที่จะทราบว่ามันคืออะไร และมีปัญหาอย่างไร เนื่องจากความผิดปกติชนิดนี้พบไม่บ่อยนัก และกว่าที่หมอจะวินิจฉัยได้ คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ก็มักผ่านปัญหาการแท้งซ้ำซากมาแล้วหลายครั้ง ดังเช่นคุณรำเพยที่ยกมาเป็นตัวอย่างในครั้งนี้

ก่อนที่จะอธิบายต่อไปเกี่ยวกับความผิดปกติชนิดนี้ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นหมอขอกล่าวถึง มดลูกของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ก่อนเล็กน้อย

ถ้าเราเปรียบมดลูกของคุณแม่ตั้งครรภ์เหมือนขวดใส่น้ำ มดลูกของคุณแม่จะเหมือนขวดที่คว่ำลง โดยเอาปากขวดแหย่ลงมาที่ด้านบนหรือด้านในช่องคลอด โดยปกติขวดน้ำจะมีจุกหรือฝาปิดปากขวดไว้ เพื่อไม่ให้น้ำไหลออกมาแม้ว่าจะคว่ำขวดก็ตาม แต่สำหรับมดลูกแล้ว ปากมดลูกซึ่งทำหน้าที่คล้ายปากขวด จะมีคุณสมบัติพิเศษต่างจากขวดน้ำธรรมดา กล่าวคือตัวปากขวดเองสามารถตีบหรือขยายได้โดยไม่จำเป็นต้องมีจุกหรือฝาปิด ขณะตั้งครรภ์ปากมดลูกจะมีการตีบแคบจนปิดสนิทและสามารถรองรับน้ำหนักของถุงน้ำและเด็กในครรภ์ได้อย่างสบาย จนเมื่อคุณแม่เจ็บครรภ์จะคลอด ปากมดลูกจึงจะมีการบางตัวและเปิดขยายขึ้น ทำให้เด็ก รก และถุงน้ำคร่ำ คลอดออกมาได้

แต่ในคุณแม่ที่มีภาวะปากมดลูกไม่แข็งแรง เมื่อตั้งครรภ์ไปได้เพียงไม่นาน ถุงน้ำคร่ำ น้ำคร่ำและเด็กในครรภ์มีการเติบโตมากขึ้นจนมีน้ำหนักมากพอควร ปากมดลูกของคุณแม่กลุ่มนี้จะรับน้ำหนักไว้ไม่ไหว ทำให้ปากมดลูกหลวมและมีการเปิดขยายก่อนเวลาอันควร และทำให้ถุงน้ำคร่ำและเด็กหลุดออกมาจากมดลูก ที่เราเรียกว่าเกิด การแท้ง นั่นเอง

สิ่งที่น่าสังเกตประการหนึ่งของคนที่มีความผิดปกติชนิดนี้ก็คือ การแท้งมักจะเกิดภายหลังการตั้งครรภ์ไปได้นานพอควร คือประมาณ 16-18 สัปดาห์ ไปแล้ว ไม่แท้งเร็วเหมือนคนที่แท้งจากสาเหตุอื่น การที่เป็นเช่นนี้อธิบายได้ว่า เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ใหม่ๆ น้ำหนักของถุงน้ำคร่ำและเด็กในครรภ์ยังไม่มากนัก แม้ปากมดลูกจะไม่แข็งแรงก็ยังพอจะรับน้ำหนักไหวอยู่ จนเมื่อการตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปน้ำหนักของถุงน้ำคร่ำและเด็กจะมากขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดที่ปากมดลูกรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว ก็จะเกิดการแท้งขึ้นมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมักเกิดขณะตั้งครรภ์ประมาณ 16-18 สัปดาห์

สำหรับคุณรำเพยในตัวอย่างก็เป็นเช่นเดียวกับที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น
ทำไมปากมดลูกไม่แข็งแรง ?
อ่านมาถึงตรงนี้คุณแม่หลายคนคงพอจะเข้าใจแล้วว่า ปากมดลูกที่หลวมหรือไม่แข็งแรง ทำให้เกิดปัญหาต่อการตั้งครรภ์อย่างไร แต่สิ่งที่ทุกคนคงจะสงสัยคล้ายๆ กันก็คือ แล้วทำไมปากมดลูกจึงหลวมหรือไม่แข็งแรงล่ะ และคุณแม่ตั้งครรภ์คนไหนบ้างที่จะมีปัญหานี้

สาเหตุอะไรที่ทำให้ปากมดลูกเกิดหลวมหรือไม่แข็งแรง ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัด แต่พบว่า คุณแม่ที่เคยมีประวัติบางอย่าง เช่น
  • เคยขูดมดลูก
  • เคยรักษาโรคที่ปากมดลูก ไม่ว่าจะเป็นผ่าตัดที่ปากมดลูก การใช้ไฟฟ้าจี้ที่ปากมดลูก หรือการใช้สารเคมีบางอย่างจี้ที่ปากมดลูก
  • เคยคลอดยากและมีการฉีกขาดของปากมดลูกอย่างรุนแรง
  • ปากมดลูกมีความเปราะบางหรือไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เกิด ซึ่งในปัจจุบันพบจากสาเหตุนี้ได้น้อย ในอดีตเคยพบมากเนื่องจากความผิดปกติชนิดนี้มักเกิดจากการที่คุณแม่ของคุณแม่ตั้งครรภ์ (ยายของเด็กในครรภ์) รับประทานยาฮอร์โมนบางชนิดที่เรียกชื่อว่า ดีอีเอส (DES) เพื่อป้องกันการแท้ง
    จากการศึกษาในภายหลังพบว่า ยาตัวนี้ทำให้เด็กในครรภ์ที่เป็นผู้หญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูก หรือมีความผิดปกติของปากมดลูกภายหลังคลอดได้มากกว่าปกติ ยาตัวนี้จึงถูกเลิกใช้แล้วในปัจจุบัน แต่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์บางรายยังอาจจะมีปัญหานี้ได้บ้าง จากการที่แม่ของตัวเองเคยรับประทานยานี้ขณะตั้งครรภ์
คุณแม่ที่มีประวัติเหล่านี้มีโอกาสที่จะมีปัญหาปากมดลูกหลวมหรือไม่แข็งแรงได้มากกว่าคุณแม่ที่ไม่มีปัญหาดังกล่าว เหตุผลก็น่าจะเป็นเพราะปากมดลูกของคุณแม่เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ถูกทำให้ไม่แข็งแรงทั้งสิ้น อาจจะมากบ้าง น้อยบ้าง ก็แล้ววิธีการที่กระทำกับปากมดลูก สำหรับคุณรำเพยที่เป็นตัวอย่างของผู้ป่วยในครั้งนี้ก็เคยมีประวัติทำแท้งโดยการขูดมดลูกมาก่อน ซึ่งก็น่าจะเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้ปากมดลูกไม่แข็งแรงได้เช่นกัน
จะให้การรักษาอย่างไร ?
ก่อนจะให้การรักษาที่ถูกต้อง จำเป็นต้องวินิจฉัยให้ถูกต้องเสียก่อน ส่วนมากแล้วผู้ป่วยมักมีประวัติแท้งซ้ำซาก มาแล้วอย่างน้อย 2-3 ครั้ง คุณหมอที่ดูแลจึงจะสามารถวินิจฉัยได้ว่าผู้ป่วยมีปากมดลูกหลวมหรือไม่แข็งแรง กรณีคุณรำเพยเป็นตัวอย่างได้ดีสำหรับประเด็นการวินิจฉัยความผิดปกตินี้

จากนั้นคุณหมอก็จะนัดคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีปัญหามาเย็บผูกปากมดลูก เพื่อให้ปากมดลูกที่ค่อนข้างหลวมมีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถรองรับน้ำหนักของถุงน้ำคร่ำและเด็กในครรภ์ได้

การเย็บปากมดลูกจะต้องทำขณะตั้งครรภ์ในระยะก่อนที่จะมีการแท้งเกิดขึ้น คือเมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 14 สัปดาห์ การเย็บจะใช้สายเทปที่ไม่ละลายผูกรัดปากมดลูกให้แข็งแรงขึ้น (ดูรูป) แล้วปล่อยทิ้งไว้ รอให้ลูกในครรภ์โตจนครบกำหนด จึงนัดคุณแม่ตั้งครรภ์มาตัดสายเทปที่มัดปากมดลูกไว้ออก ซึ่งภายหลังการตัดสายเทปก็มักมีการคลอดตามมาในระยะเวลาไม่นาน


สิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ซึ่งได้รับการเย็บผูกปากมดลูกต้องระมัดระวังอย่างยิ่งก็คือ ต้องคอยดูแลตัวเองอย่างดี งดเว้นการกระทำต่างๆ ที่จะกระทบกระเทือนต่อมดลูกและปากมดลูกเช่น การทำงานหนัก การมีเพศสัมพันธ์ ผู้ป่วยบางรายคุณหมออาจต้องให้นอนโรงพยาบาล จนกว่าจะคลอดก็มี ส่วนในรายที่คุณหมออนุญาตให้พักอยู่ที่บ้านได้ต้องสามารถติดต่อกับโรงพยาบาลและคุณหมอที่ดูแลได้ตลอดเวลา เนื่องจากถ้าเกิดเจ็บครรภ์ขึ้นโดยไม่คาดหมายขณะที่ยังมีสายเทปผูกปากมดลูกอยู่ อาจทำให้ลูกในครรภ์และอาจรวมถึงตัวคุณแม่เอง ด้วยเสียชีวิตได้จากมดลูกแตก เพราะการเจ็บครรภ์จะทำให้มดลูกมีการบีบรัดตัวเพื่อขับลูกในครรภ์ออกมา แต่เนื่องจากปากมดลูกถูกผูกไว้ ไม่สามารถขยายตัวได้ มดลูกจึงอาจแตกได้ เหมือนกับลูกโป่งที่รัดปากถุงจนแน่นและถูกบีบจนแตก
ภาวะปากมดลูกหลวมหรือไม่แข็งแรงแม้จะพบได้ไม่มาก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สามารถก่อปัญหาได้มากมาย ทั้งต่อตัวคุณแม่เองและลูกในครรภ์ การฝากครรภ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างสม่ำเสมอ จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้


(update 22 ตุลาคม 2002)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่  ปีที่ 7 ฉบับที่ 75 มกราคม 2545 ]
 
 

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors45/lady_abortion003.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]