บทความเกี่ยวกับ คู่มือเลี้ยงลูก
คนเป็นคนที่ - 3251 [Date : 28 ธ.ค. 2550 ]   
 
กินนมแม่นอกเต้า…แบบไม่ลืมเต้า
 
วันที่ 28 ธ.ค. 2550   โดย มนสิชา
 
 

 

 

ใกล้ถึงเวลาที่ต้องออกไปทำงานแล้ว คุณแม่หลายท่านคงรู้สึกกังวลใจไม่น้อย เพราะอยากมีเวลาอยู่กับลูกน้อยและอยากให้ลูกกินนมแม่ด้วย แต่จะทำยังไงดี...? ที่แม้เวลาแม่ไม่อยู่ ลูกก็ยังคงตราตรึงประทับใจเต้านมแม่

เรามีผู้เชี่ยวชายด้านนมแม่ พญ.นภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล กุมารแพทย์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 1 กับวิธีเตรียมพร้อมของช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้

 

ขวด...ไม่เอานะแม่

เมื่อพูดถึงการเตรียมให้ลูกกินนมนอกเต้า หลายท่านคิดว่าจะเลือกขวดนมแบบไหน หรือเลือกจุกนมอย่างไร ไม่ใช่ค่ะ...วันนี้จะพูดถึงการกินนมแม่นอกเต้าโดยไม่ใช้ขวดนมค่ะ

เพราะอะไรนะหรือ...? เพราะการให้ลูกกินนมจากขวดจะทำให้ลูกไม่ยอมดูดนมแม่นะซิจ้ะ ด้วยความที่การดูดนมจากขวดนั้นดูดง่าย น้ำนมออกเร็ว โดยไม่ต้องใช้ลิ้นในการรีดน้ำนมเข้าปากซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาการสับสนหัวนม (Nipple confusion) หรือ บางคนเรียกว่าติดจุก

 

เตรียมพร้อม 2 สัปดาห์ก่อนไปทำงาน

โดยปกติแล้ว หลังคลอดคุณแม่สามารถลางานได้ 3 เดือนแต่ก็มีคุณแม่บางท่านสามารถลางานได้เพียง 1-2เดือน ดังนั้น ก่อนที่คุณแม่จะไปทำงานจึงควรเตรียมความพร้อมทั้งเจ้าตัวเล็กและพี่เลี้ยงก่อนประมาณ 2 สัปดาห์ เช่น ถ้าลางานได้ 3 เดือน พอถึง 2 เดือนครึ่งก็ชักชวนพี่เลี้ยงไปรับคำปรึกษาที่คลินิกนมแม่เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันถึงความสำคัญ ตลอดจนวิธีการเตรียมความพร้อมและการฝึกให้ลูกกินนมแม่นอกเต้าอย่างถูกวิธีค่ะ

 

แก้ว/ช้อน ผู้ช่วยนอกเต้า

วิธีให้ลูกกินมแม่นอกเต้าที่คลินิกนมแม่จะแนะนำให้ป้อนนมด้วยแก้วเป็นอันดับแรก รองลงมาคือการป้อนด้วยช้อน ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้จะต้องได้รับคำแนะนำและฝึกป้อนอย่างถูกวิธีด้วยค่ะ

 

ช่วงเวลาสำคัญ ของเต้านมแม่

ช่วงเวลากลางคืนและวันหยุดควรปล่อยให้ลูกน้อยได้ดูดนมจากเต้าอย่างเต็มที่ สำหรับวันที่คุณแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านโดยก่อนออกจากบ้านจะต้องให้ลูกดูดนมแม่ก่อน 2 มื้อนะคะ คือ มื้อแรกตอนที่คุณแม่ตื่นนอน และมื้อที่สองก่อนที่คุณแม่จะออกไปทำงานข้างนอกค่ะ

 

ฝึกลูกน้อย (พี่เลี้ยง) กินนอกเต้า

 

ก่อนจะเริ่มให้พี่เลี้ยงหรือญาติสนิทมาทำหน้าที่ป้อนนมลูกนั้นคุณแม่ควรบอกวัตถุประสงค์ของการป้อนนมด้วยแก้วให้พี่เลี้ยงรู้ก่อนค่ะ จากนั้นจึงให้พี่เลี้ยงและลูกได้ใกล้ชิดกันเพื่อสร้างความคุ้นเคยให้มากขึ้น เพราะถ้าพี่เลี้ยงไม่เห็นความสำคัญและไม่เข้าใจขั้นตอนในป้อน หรือว่าลูกต่อต้านขึ้น การให้ลูกกินนมแม่ด้วยแก้วหรือช้อนก็อาจจะไม่สำเร็จได้ค่ะ

 

วิธีการฝึกป้อนนมด้วยแก้ว

ในช่วงแรกให้คุณแม่เป็นผู้ฝึกให้ก่อนค่ะ ขณะที่ลูกกำลังดูดนมแม่จากเต้า พอลูกใกล้จะหลับแล้วคุณแม่ลองเปลี่ยนเป็นป้อนด้วยแก้ว (ตามขั้นตอนข้างล่างค่ะ)

เมื่อลูกเริ่มชินกับการป้อนด้วยแก้วบ้างแล้วต่อไปลองให้พี่เลี้ยงเป็นคนป้อนอย่างน้อยวันละครั้ง เลือกช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับที่คุณแม่ต้องออกไปทำงานจริงๆ

ขณะที่พี่เลี้ยงฝึกป้อนนม คุณแม่ควรอยู่ห่างๆ และไม่ควรให้ลูกเห็น ได้ยินเสียง หรือแม้แต่ได้กลิ่น

ควรห่อตัวลูกด้วยผ้าที่มีกลิ่นของแม่อยู่ แทนสัมผัสจากแม่

พี่เลี้ยงและลูกควรนั่งอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบ สบาย ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อช่วยลดความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย

 

ขั้นตอนการป้อนด้วยแก้ว

ถึงเวลาที่ต้องลงสนามจริงของพี่เลี้ยงแล้วค่ะ เพราะคุณแม่จะต้องออกไปทำงานน้ำนมแม่ที่เตรียมไว้ในตู้เย็นก็ถึงเวลาต้องเอาออกมาใช้ ซึ่งก่อนจะนำมาให้ลูกจะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ถ้าเป็นนมแม่ที่แช่อยู่ในช่องฟรีซ ก่อนจะนำมาให้ลูกกินต้องนำออกมาแช่ไว้ในช่องธรรมดาก่อน 1 คืน

2. ถ้าเป็นนมที่แช่อยู่ในช่องธรรมดาควรนำออกมาตั้งทิ้งไว้นอกตู้เย็นหรือแช่น้ำอุ่นในอุณหภูมิที่ใกล้เคียงกับนมแม่ในเต้าให้มากที่สุด

3. เตรียมแก้วที่มีขีดบอกจำนวนออนซ์ ขนาดของแก้วยาจะเหมาะสมที่สุด เพราะมีขนาดเล็ก ปากแก้วไม่หนา และสามารถมองเห็นน้ำนมเวลาเอียงแก้ว (เพื่อจะได้ดูว่าลูกกินนมแต่ละครั้งจำนวนมากน้อยเท่าใด) เมื่อลูกกินเสร็จแล้วทำความสะอาดโดยนำไปล้าง ต้มหรือนึ่งให้สะอาด

4. เทนมใส่แก้วครั้งละประมาณครึ่งแก้ว เพราะถ้าน้ำนมมากอาจหกเลอะเทอะ หรือถ้าน้อยไป อาจพลั้งมือเทน้ำนมเข้าปากลูกจนเกิดอาการสำลักได้

5. อุ้มลูกให้นั่งบนตักในท่าที่ใกล้เคียงกับท่าที่ลูกกินนมแม่มากที่สุด หรืออุ้มให้นั่งในท่าครึ่งนั่งครึ่งนอน และใช้ฝ่ามือรับที่ต้นคอลูก ศรีษะอยู่สูงทำมุม 45 องศากับลำตัว

6. วางผ้ากันเปื้อนไว้ใต้คางลูก

7. ใช้มือจับแก้วแบบใช้นิ้วช่วยกระดกแก้วโดยใช้นิ้วก้อยหรือสันมือแตะที่หน้าอกลูก จากนั้นป้อนนมโดยวางปากแก้วให้อยู่บริเวณริมฝีปากล่างของลูก เอียงแก้วให้ระดับน้ำนมปริ่มขอบแก้วเสมอรินนมลงในปากลูกเล็กน้อย เมื่อลูกเริ่มใช้ลิ้นยื่นออกมาไล้นมที่ปากแก้วเองแล้ว ก็ค่อยๆ เอี้ยงแก้วให้นมปริ่มที่ขอบแก้วตลอดเวลา เพื่อให้ลูกควบคุมจังหวะการดูดกลืนด้วยตนเอง ห้ามเทนมเข้าปากลูกเด็ดขาด เพราะจะทำให้ลูกสำลักได้

 

8. ไล่ลมให้ลูกเป็นระยะๆ ในระหว่างที่ป้อนนมและหลังจากป้อนนมให้ลูกเสร็จแล้ว โดยการให้นั่งก้มหน้าเล็กน้อย แล้วใช้มือลูบหลังเบาๆ และไม่ต้องป้อนน้ำภายหลังการป้อนนมด้วยแก้ว

9. การป้อนนมให้ลูกแต่ละวันควรป้อนตามช่วงเวลาที่ลูกดูดนมแม่ตามปกติ แต่ไม่ควรป้อนนมในช่วงเวลาที่คุณแม่ใกล้จะกลับจากทำงาน เพราะจะทำให้ลูกอิ่มและดูดนมแม่จากเต้าได้น้อย

สำหรับการป้อนนมแม่ด้วยช้อนก็ใช้หลักการเดียวกันกับการป้อนด้วยแก้วค่ะ คือ ให้ลูกไล้นมกินเองแต่จะไม่เทน้ำนมเข้าปากลูกเพราะทำให้ลูกสำลักได้ค่ะ

คราวนี้คุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน คงไปทำงานแบบสบายใจไร้กังวลกันแล้วนะคะ

 

วิธีบีบและเก็บน้ำนมแม่

ขณะที่อยู่ที่ทำงาน คุณแม่ควรจะบีบน้ำนมเก็บอย่างน้อยวันละ 3 ครั้งๆ ละประมาณ 10 นาที หรืออาจบีบเป็นสูตร คือ 5 : 15 : 5 คือ บีบน้ำนมช่วงเวลาสิบโมงประมาณ 5 นาที ช่วงเที่ยง 15 นาที และช่วงบ่ายสองอีก 5 นาที เพื่อเป็นการกระตุ้นการสร้างน้ำนมค่ะ

1. ก่อนบีบน้ำนมล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง

2. เตรียมภาชนะใส่น้ำนมเก็บไว้ เช่น ถุงเก็บน้ำนมหรือขวดปากกว้างที่ผ่านการล้างและต้มในน้ำเดือดนานประมาณ 10-15 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรค ไม่ควรใส่ภาชนะโลหะ เนื่องจากเม็ดเลือดจะเกาะภาชนะทำให้ภูมิต้านทานในน้ำนมแม่ลดลง

3. ทำใจ กายให้สบาย คลายกังวล และนั่งในท่าที่ผ่อนคลาย

4. ใช้มือทั้ง 2 ข้าง นวดคลึงเต้านมและหัวนมเบาๆ สลับกัน

5. เริ่มบีบด้วยใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้วางไว้ห่างจากขอบนอกของลานนมเล็กน้อย โดยนิ้วโป้งอยู่ด้านบน นิ้วชี้อยู่ด้านล่าง ในตำแหน่งตรงกันข้าม ส่วนอีก 3 นิ้วคอยประคองเต้านมไว้

6. กดนิ้วทั้งสองเข้าหาหน้าอกก่อน แล้วจึงค่อยบีบเข้าหากันจนสุด ปล่อยเป็นจังหวะ น้ำนมจากกระเปราะจะออกมาหลังจากทำซ้ำๆ สัก 3-4 ครั้ง

7. จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นบีบ-ปล่อยเป็นจังหวะจนน้ำนมในกระเปราะทั้งหมด แล้ววนนิ้วไปที่กระเปราะอื่นๆให้รอบ (ทุกครั้งที่เปลี่ยนกระเปราะให้บีบตามข้อ 5 ทุกครั้ง) การบีบน้ำนมควรทำสลับกันไปทั้งสองเต้าจนกว่าจะรู้สึกว่าเต้านมนิ่มลง

8. น้ำนมที่บีบได้ให้เก็บใส่ถุงพร้อมกับเขียนวัน เดือน ปี ไว้ที่ข้างถุงให้เรียบร้อย

9. การเก็บนมในตู้เย็น ถ้าเก็บในช่องธรรมดา จะเก็บได้นาน 2 วัน ถ้าเก็บในช่องฟรีซประตูเปิดบานเดียว ได้นาน 2 อาทิตย์ และถ้าเก็บในช่องฟรีซประตูแยก ได้นาน 3 เดือน

 
 

[ ที่มา...นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 298 พฤศจิกายน 2550 ]

URL Link : http://www.planpublishing.com

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]