บทความเกี่ยวกับ คุมกำเนิด
คนเป็นคนที่ - 4539 [Date : 14 เม.ย. 2553 ]   
 
หมันนี้ เพื่อเมีย
 
วันที่ 14 เม.ย. 2553   โดย สมรส สมรัก
 
 
ทำหมัน
 

หมันนี้ เพื่อเมีย


จะมีผู้ชายสักกี่คนที่ยอมเจ็บปวดแทนภรรยา ด้วยการเดินเข้าตะแลงแกงทำหมันเสียเอง ด้วยเหตุผลที่ว่า “เมียผมเจ็บมามากพอแล้ว” คุณพ่อขอเมาท์ในคราวนี้ เป็นเรื่องราวของคุณสามีที่รักภรรยามากๆ คนนี้เองล่ะครับ

เชื่อหรือไม่ครับว่า ผมแต่งงานมาแล้วสามปี ถึงวันนี้ผมมีลูกมาแล้วสามคน (จากภรรยาคนเดียวนะครับ) เป็นความสามารถเฉพาะตัวห้ามเลียนแบบ (ไม่ได้โม้!!) แฟนผมเคยคำนวณเล่นๆ ว่า 36 เดือนของชีวิตแต่งงาน มีเพียง 9 เดือนเท่านั้นที่เธอไม่ต้องอุ้มท้อง อีก 27 เดือน มีชีวิตน้อยๆ ให้ต้องอุ้มอยู่ตลอด

ผมปวารณาตัวมาตั้งแต่ตอนมีลูกคนแรกแล้วว่า จะเป็นฝ่ายไปทำหมันเสียเอง ตอนลูกชายคนที่สองคลอดออกมา ผมลงทุนอุ้มลูกชายคนโตไปคุยกับคลินิกชุมชนของสมาคมพัฒนาประชากรย่านสุขุมวิท ซอย 12 แจ้งความประสงค์ว่าจะมาสอบถาม เรื่องการทำหมันตนเอง ก็ได้รับคำตอบว่า “ทางคลินิกยึดถือตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขค่ะ” คือต้องให้บุตรคนที่สองมีอายุ 18 เดือนเสียก่อน จึงจะทำหมันให้ผมได้ ผมจึงจำต้องอุ้มลูกชายกลับไปแจ้งข่าวให้ภรรยาทราบอย่างลิงโลดใจ

ต่อมาเมื่อบุตรคนที่สามคลอดออกมา ผมจึงโทรศัพท์ไปสอบถามที่คลินิกชุมชนอีกครั้งหนึ่งโดยแจ้งคุณสมบัติส่วนตัวว่า “บัดนี้ ผมมีบุตรสามคนแล้ว จะทำหมันให้ผมได้หรือยัง ?” เจ้าหน้าที่รับสายตอบกลับมาด้วยเสียงสดใสกลั้นหัวเราว่า “มาได้เลยครับ แต่แนะนำให้มาวันพุธ พฤหัสฯ หรือศุกร์นะครับ เพราะวันจันทร์-อังคาร คนไข้ผู้หญิงจะเยอะมาก” พร้อมสำทับว่าให้นำหลักฐานมาแสดงด้วย จะเป็นทะเบียนบ้านหรือสูติบัตรของลูกทั้งสามก็ได้ ก่อนวางสายผมถามไปว่า “ผมต้องเตรียมตัวอะไรอีกบ้างไหม ?” (เช่น งดอาหารและน้ำ งดการมีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ) ทางนั้นตอบว่า “ไม่ต้อง” ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจอีกเพียงอย่างเดียว

ผมไม่รอให้ความลังเลเข้ามารบกวนความตั้งใจ วันพุธถัดมา ผมจึงขออนุญาตภรรยาและลูกลากิจมาทำหมันที่กทม.

เป็นไปตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ผู้รับโทรศัพท์เพราะเมื่อผมไปถึงที่คลินิกชุมชน มีคนไข้ไม่มากนักที่มารับบริการ หลังจากแสดงหลักฐานการมีบุตรให้เจ้าหน้าที่รับทราบแล้ว ผมได้รับเอกสารชี้แจงวิธีการทำหมันชาย ให้มานั่งอ่านระหว่างรอแพทย์เรียก ยังไม่ทันจะไล่สายตาไปจนถึงบรรทัดสุดท้าย ก็มีเสียงเชิญให้เข้าไปข้างใน

เมื่อเข้าไปตรวจในห้อง พยาบาลอาวุโสชี้แจงให้ผมถอดรองเท้า และขึ้นนอนบนเตียงทำหมัน ผมมองเพดานอยู่ครู่หนึ่งก็ถูกเอาผ้ามาปิดตา (ชายใดหายกล้าจะปฏิเสธไม่เอาผ้าปิดตาก็ได้นะครับ) และให้ดึงกางเกงทั้งนอกและในลงไปที่เข่า พร้อมทั้งแนะนำให้กอดอกไว้ มือไม้จะได้ไม่ไปยุ่มย่าม

ที่คลินิกชุมชนนี้จะทำหมันชายด้วยวิธีที่เรียกว่า “หมันเจาะ” เป็นการทำหมันแบบถาวร ที่ที่ผมจะถูกเจาะนั้นคือ บริเวณหนังหุ้มลูกอัณฑะ ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงต้องโกนขนบริเวณนั้นเสียก่อน เอโกนเสร็จแล้วแพทย์จะทาน้ำยาฆ่าเชื้อโรค แล้วเอาผ้าคลุมบริเวณนั้นไว้ เหลือเพียงบริเวณทำหมันที่ถูกเปิดอยู่ ขณะนั้นผมได้รับรู้ผ่านความรู้สึกโดยไม่เห็นภาพใดๆ ทั้งสิ้น ผมสังเกตว่าในห้องตอนนี้ มีเสียงพูดคุยของผู้คนสัก 3 คน แพทย์ 1 พยาบาล 2

ขั้นต่อไป แพทย์ได้คลำหาท่อน้ำเชื้อที่อยู่ใต้ผิวหนังของลูกอัณฑะทั้งสองข้างเพื่อฉีดยาชา แล้วเริ่มลงมือทำหมันที่ถุงข้างซ้าย เริ่มจากใช้เครื่องมือคีบท่อน้ำเชื้อจากภายนอกผิวหนัง แล้วใช้เครื่องมืออีกชิ้นเจาะผิวหนังลงไปถึงท่อน้ำเชื้อที่จับไว้ จากนั้นก็ทำการดึงท่อน้ำเชื้อมาตัดออกส่วนหนึ่งประมาณ 1 ซม. ผูกปลายท่อที่ตัดนั้นด้วยไหมดำเป็นอันเสร็จไปข้างหนึ่ง ขณะที่แพทย์คีบท่อน้ำเชื้อตัดนั้น ผมรู้สึกจุกที่หน้าท้อง เหมือนเวลาที่เคยถูกภรรยากระแทกแรงๆ บริเวณนั้นล่ะครับ อู๊ย..ยย!! อาการจุกคล้ายๆ กัน จากนั้นแพทย์ก็จะดำเนินกระบวนการเดียวกันกับถุงอัณฑะอีกข้างหนึ่ง คราวนี้จุกน้อยลงกว่าเดิม บรรยากาศในห้องขณะที่กำลังสาละวนกันอยู่นั้น ทีมงานก็สนทนาเรื่องสัพเพเหระกันอย่างอารมณ์ดี ทำให้ผมซึ่งปิดตาอยู่ในความมืดมิดพลอยเพลิดเพลินเจริญใจไปด้วย

เมื่อตัดและผูกท่อน้ำเชื้อทั้งสองข้างแล้ว แพทย์จะปล่อยท่อน้ำเชื้อกลับลงไปใต้ผิวหนังตามเดิม จากนั้นพยาบาลก็แปะผิวหนังด้วยปลาสเตอร์ยา 1 แผ่น เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ เสียงพูดคุยหายเงียบไป ผมดึงกางเกงขึ้นดังเดิม พยาบาลเปิดผ้าปิดตาแล้วให้ผมลุกขึ้นจากเตียงได้ การทำหมันเสร็จสิ้นลง โดยที่ผมไม่ได้เห็นหน้าค่าตาของแพทย์หรือพยาบาลท่านอื่นเลย นอกจากพยาบาลอาวุโส ที่ให้การต้อนรับในตอนแรก เวลาถูกใช้ไปทั้งหมดประมาณ 10 นาที

ผมได้รับคำแนะนำให้กลับบ้านไปพักผ่อน งดออกกำลังกาย เล่นกีฬา ยกของหนัก หรือกิจกรรมอื่นอันก่อให้เกิดการกระแทกหรือกระทบกระเทือนบริเวณนั้น ราว 24 ชั่วโมง สามารถขับรถได้ เดินไปเดินมาได้บ้าง แต่ควรใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งหรือนอนจะดีกว่า และต้องระมัดระวังอย่าให้แผลเปียกน้ำเป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้แผลแห้งสนิทก่อน และผมถูกเน้นเป็นพิเศษมากก็คือห้ามมีเพศสัมพันธ์ใน 7 วันแรกหลังการทำหมัน ต่อจากนั้นหากจะมีก็จำเป็นต้องคุมกำเนิดไปอีกอย่างน้อย 3 เดือน จะด้วยวิธีใดๆ ก็ได้ เนื่องจากยังมีเชื้ออสุจิค้างอยู่อีกจำนวนหนึ่ง (ไม่เช่นนั้น ภรรยาท่านอาจจะตั้งท้องได้อีก) และเมื่อครบกำหนดก็สามารถนำเชื้อไปตรวจดูว่ายังมีเชื้ออยู่หรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นหมันชัวร์ !!!

หลังจากถูกทำหมันหั่นอนาคตแล้วนั้น ผมเดินกระมิดกระเมี้ยนออกจากซอยมาขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง แวะหาซื้อของฝากแม่ยายและภรรยา ไม่รู้สึกเจ็บแผลเท่าใดนัก แม้ยาชาจะหมดฤทธิ์ไปนานแล้วก็ตาม แต่กลับมีอาการจุกและหน่วงทีท้องอยู่เกือบตลอดเวลา เลยพลอยให้ผมเดินตัวเกร็งไปด้วย ความรู้สึกตอนนี้คล้ายๆ กับตอนเข้าวัดเพื่อปฏิบัติธรรม จะเดินจะเหินจะก้มจะหยิบอะไรก็ดูจะสำรวมไปเสียหมด ผมเกรงว่าตัวเองจะซ่ามากเกินไป เพราะเดินอยู่นาน พอได้ของฝากครบเลยขอกลับบ้านพักผ่อนก่อนจะดีกว่า ที่สำคัญคือผมอยากจะดูด้วยว่า บริเวณที่ถูกทำหมันนั้นเป็นอย่างไรบ้างแล้ว เพราะตั้งแต่เสร็จพิธีกรรม ก็ยังไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันเลย พอถึงบ้านจึงดูโล่งใจ ทุกอย่างดูปกติมีเพียงปลาสเตอร์ยาแผ่นเดียวที่เป็นสิ่งแปลกปลอมมาปิดถุงอัณฑะส่วนบนอยู่

หลังจากครบสามวัน ผมจึงทำพิธีเปิดแพรคลุมป้ายด้วยตนเอง พบว่ามีร่องรอยเป็นจุดอยู่ 2 จุด ที่ 2 ข้างถุงอัณฑะ ซึ่งหากไม่ไปเพ่งพินิจพิจารณาโดยละเอียดแล้ว ก็แทบจะมองไม่เห็นอะไร

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ผ่านมาเกือบครบ 1 เดือนเต็มแล้วครับ อาการทางกายของผมเป็นปกติดี ความรู้สึกจุกและเจ็บเหมือนโดนเตะผ่าหมากอยู่ 3-4 วันก็หายไป ส่วนอาการอื่นๆ ไม่มี

ต้องขอขอบคุณคลินิกชุมชน ขอบคุณสมาคมพัฒนาประชากรฯ ขอบคุณภรรยาที่ให้กำลังใจ และขอบใจตัวเองแทนภรรยา คิดเสียว่าทำอะไรให้เธอได้บ้างก็ทำเถอะครับ เจ็บตัวแค่นิดเดียวเอง ผู้หญิงเสียสละให้โลกนี้มามากแล้วครับ อย่างน้อยเธอก็เสียเลือดมาก และเจ็บตัวมากกว่านี้เป็นร้อยๆ เท่าตอนคลอดลูก แค่นี้ก็เทียบกันไม่ได้แล้วล่ะคู้ณ....


(update 30 กันยายน 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 101 มีนาคม 2547 ]
 
 

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors47/birth_sterile001.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]