บทความเกี่ยวกับ คุมกำเนิด
คนเป็นคนที่ - 7215 [Date : 14 เม.ย. 2553 ]   
 
การป้องกันการตั้งครรภ์
 
วันที่ 14 เม.ย. 2553   โดย นายแพทย์รุ่งโรจน์ ตรีนิติ
 
 
การป้องกันการตั้งครรภ์
 

การป้องกันการตั้งครรภ์


การสืบเผ่าพันธุ์เป็นสิ่งจำเป็นของสิ่งมีชีวิตไม่ว่าคนหรือสัตว์หรือพืช เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของตนเองให้มีต่อไป ในการสืบเผ่าพันธ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดก็แตกต่างกันออกไป สำหรับมนุษย์มีการตั้งครรภ์ในมดลูก แล้วคลอดออกมาเป็นตัว

การตั้งครรภ์เกิดได้อย่างไร

การตั้งครรภ์มีองค์ประกอบ3 อย่าง คือตัวอสุจิ ไข่ และมดลูก นั่นก็คือตัวอสุจิต้องผสมกับไข่แล้วอาศัยมดลูก เป็นที่เจริญเติบโต ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งการตั้งครรภ์ก็ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้


ขบวนการผสมพันธุ์

เริ่มจากตัวอสุจิจากฝ่ายชายที่ต้องมีปริมาณมากพอและมีคุณภาพพอ เดินทางมาในช่องคลอดสตรี ผ่านปากมดลูก เข้าตัวมดลูก ผ่านท่อนำไข่แล้วผสมกับไข่ที่นี่ หรืออาจไปผสมในช่องท้องก็ได้
ส่วนไข่ของผู้หญิง ก็มีระยะเวลาที่จะสุกและตกมาพร้อมจะผสมเดือนละครั้ง ครั้งละ 24 ชั่วโมง ตัวไข่เองก็ต้องมีความสมบูรณ์จึงจะให้ตัวอ่อนที่สมบูณร์จนสามารถเจริญเติบโตเป็นตัวเองที่สมบูรณ์ได้


หลักการป้องกันการตั้งครรภ์

จะเห็นได้ว่าถ้ามีความบกพร่องที่จุดใดจุดหนึ่งไม่ว่าจะเป็นไปตามธรรมชาติหรือโดยการกระทำของมนุษย์ก็ตาม ก็ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เช่น ซึ่งจะแยกเป็น 3 องค์ประกอบดังนี้
  • ตัวอสุจิ
  • ไข่
  • ตัวอ่อน
ตัวอสุจิ   ไม่มีตัวอสุจิ (เป็นหมัน ทำหมัน) หรือตัวอสุจิไม่แข็งแรง ไม่สามารถเข้าช่องคลอดได้ (ถุงยางอนามัย หลั่งภายนอก) โดนสารเคมีในช่องคลอดฆ่าตาย (ยาฆ่าอสุจิ) สภาพปากมดลูกไม่เอื้อให้ตัวอสุจิเคลื่อนเข้าสู่โพรงมดลูก (เมือก ฝาครอบปากมดลูก) ท่อนำไข่ตีบตัน (จากการอักเสบ หรือทำหมันหญิง) ตัวอสุจิไม่สามารถพบกับไข่

ไข่   ตัวไข่เอง ถ้าไม่มีการตกไข่(กินยา ฉีดยา) ก็ไม่มีไข่ให้ผสม ไข่ตกมาแล้วไม่มีอสุจิมาผสม (ระยะปลอดภัย)ก็ฝ่อไปเอง

ตัวอ่อน   เมื่อมีการผสมกันแล้ว ตัวอ่อนก็ต้องเดินทางมาฝังตัวที่มดลูก ถ้าเดินทางมาช้า (กินยา ฉีดยา ฝังยา) ตัวอ่อนก็ไม่สมบูรณ์ทำให้แท้งไปเองได้ หรือถ้าตัวอ่อนไม่สมบูรณ์ ก็ไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ก็แท้งออกมาเอง และเมื่อมาถึงมดลูกแล้วถ้าสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม (ใส่ห่วงอนามัย) ก็ไม่สามารถฝังตัวได้ก็แท้งไปเอง หรือมีฮอร์โมนไม่เหมาะสมฮอร์โมนบางตัวที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ลดน้อยลง (ยา RU486) ก็ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถเกาะผนังมดลูกได้ก็หลุดออกมา หรือถ้ามดลูกบีบตัว (ยาบางชนิด) ก็ทำให้ตัวอ่อนหลุดลอกตัวได้


วิธีการคุมกำเนิด

การคุมกำเนิดก็คือ การป้องกันการตั้งครรภ์เมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งแบ่งได้เป็นการคุมกำเนิดของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
ฝ่ายชาย   ที่ใช้กันในปัจจุบันมี 3 วิธีคือ ใช้ถุงยางอนามัย หลั่งภายนอก และทำหมัน

ฝ่ายหญิง   ที่ใช้กันในปัจจุบันคือ กินยาเม็ดคุมกำเนิด ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด ทำหมัน ใส่ห่วงอนามัย นับวันปลอดภัย ยาฆ่าอสุจิ ฝาครอบปากมดลูก ห่วงสอดช่องคลอด แผ่นแปะผิวหนัง

รายละเอียดของการคุมกำเนิดแต่ละแบบ

การคุมกำเนิดฝ่ายชาย
  • ถุงยางอนามัย

ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดที่หาง่าย ราคาไม่แพง ใช้ง่าย ใช้แล้วทิ้งเลยไม่ต้องมีภาระในการล้างทำความสะอาด ถุงยางอนามัยทำจากวัสดุหลายชนิด แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดและมีจำหน่ายในประเทศไทย เป็นถุงยางอนามัยที่ทำจากยางธรรมชาติ มีสองขนาดคือ ขนาด 49มิลลิเมตรและ 52 มิลลิเมตร ขนาดวัดโดยการคลี่ถุงยางให้แบนราบแล้ววัดความกว้าง ส่วนความยาว 178 มิลลิเมตรโดยประมาณ

มีหลากหลายยี่ห้อ มีทั้งแบบเรียบ แบบเป็นปุ่ม มีทั้งแบบกลิ่นยางธรรมชาติและกลิ่นรสผลไม้สำหรับใช้กับโอษฐกาม (ออรัลเซ็กส์) บางยี่ห้อก็อาจมีสารเคมีฆ่าเชื้ออสุจิเคลือบไว้ด้วยเผื่อถุงแตกถุงรั่วก็ยังมีอีกปราการไว้ป้องกันโดยใช้ชื่อว่ารุ่น N11 (Nonoxynol 11) ชอบแบไหนก็เลือกเอา

เคล็ดลับการใช้ถุงยางอนามัย
  • เวลาซื้อก็ซื้อเผื่อไว้สัก 2 - 3 อัน เผื่อแตกเผื่อรั่วจะได้มียางอะหลั่ยไว้ใช้
  • การเก็บอย่าให้โดนแสงโดนแดด อย่าเก็บไว้ในรถที่ตากแดด
  • ถ้าเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ ก็มีอายุใช้งานไม่เกินหนึ่งเดือน
  • ถ้าจะใช้สารหล่อลื่นเพิ่มเติม ห้ามใช้วาสลินเพราะนอกจากจะเหนียวเหนอะหนะแล้วยังทำให้ถุงยางเสื่อมสภาพได้ง่าย ให้ใช้ jelly ที่ละลายน้ำได้ (water soluble) เช่น k y jelly, top gel เป็นต้น
  • การสวมใส่ ก็เหมือนสวมถุงเท้า ค่อยๆคลี่ม้วนขึ้นมาที่โคน จนสุดถุงหรือสุดโคน
  • การใส่ต้องใส่ตั้งแต่อวัยวะแข็งเต็มที่ ไม่ใช่มาใส่ตอนจะหลั่ง เมื่อเสร็จกิจ อย่าแช่นานจน penis อ่อนตัว ให้รีบถอนตัวออก ตอนถอนก็ใช้ทิชชูจับโคนไว้ด้วยไม่งั้นอาจหลุดคาในช่องคลอดได้


  • การหลั่งภายนอก (withdrawal)

หมายถึงการหลั่งน้ำอสุจิภายนอกช่องคลอด เมื่อมีเพศสัมพันธ์กันจนฝ่ายชายจะถึงจุดสุดยอดก็ดึง penis ออกมาหลั่งนอกช่องคลอดสตรี วิธีนี้หนุ่มๆชายไทยใช้กันแยะ ด้วยความเชื่อกันว่าจะดึงออกทัน แต่แล้วก็พลาดกันมาแยะตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ การคุมกำเนิดวิธีนี้ได้ผลแค่ 80 %เท่านั้น ดังนั้นถ้าไม่พร้อมจะมีเด็ก จึงไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ เพราะอาจเป็นพ่อโดยประมาทได้

  • การทำหมันชาย (vasectomy)

การทำหมันไม่ใช่การตอน เพราะไม่ได้ตัดเอาลูกอัณฑะออก เพียงแต่ตัดท่อส่งตัวอสุจิเท่านั้น ก็เหมือนเราตัดต่อท่อปะปาที่บ้านนั่นแหละครับ ตัวอสุจิผลิตโดยลูกอัณฑะ เมื่อผลิตแล้วก็จะส่งออกโดยท่อส่ง แต่เมื่อท่อส่งถูกตัดขาด ก็ไม่สามารถออกมาดูโลกได้ การทำหมันก็เป็นหมันแบบถาวร ไม่มีหมันชั่วคราว ดังนั้นจะทำหมันก็ต้องแน่ใจว่ามีลูกพอแล้วเท่านั้น

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหมันชาย
  • ทำหมันแล้วก็ยังมีการหลั่งน้ำกามเหมือนปกติ เพียงแต่มีแต่น้ำไม่มีตัวอสุจิ
  • ตัวอสุจิที่สร้างแล้ว ไม่สามารถออกมาได้ ร่างกายก็จะดูดซับกลับไปใช้ใหม่แบบรีไซเกิ้ล
  • เมื่อสร้างแล้วออกไม่ได้ ร่างกายก็จะปรับตัวสร้างน้อยลง
  • การเป็นหมันหมายถึงไม่สามารถให้หญิงท้องได้ ก็อาจทำให้ชายหลายคนคึกคักมากขึ้น
  • มีชายหลายคนไม่ยอมใช้ถุงยางอนามัยเมื่อฝ่ายหญิงร้องขอ โดยใช้การทำหมันเป็นข้ออ้างว่าทำหมันแล้ว ซึ่งความมาแตกเมื่อฝ่ายหญิงเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมา
  • การทำหมันไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ เพียงเจาะรูเล็กๆขนาดหนึ่งเซนติเมตรเข้าไปผูกและตัดท่ออสุจิ แผลผ่าตัดอาจไม่จำเป็นต้องเย็บด้วยซ้ำไป
  • ต่อไปอาจมีการวิจัยโดยใช้แสงเลเซอร์หรือคลื่นความถี่สูงมาช่วยทำหมันโดยไม่ต้องผ่าตัด ก็ไม่ต้องเจ็บตัว

การคุมกำเนิดฝ่ายหญิง
  • ยาเม็ดคุมกำเนิด

ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดที่นิยมมากที่สุด โดยการรับประทานวันละครั้ง ครั้งละเม็ด ยาเม็ดคุมกำเนิดแบ่งได้ 3 ประเภท คือ
1. ประเภทที่มีตัวยาเท่ากันทุกเม็ด
2. ประเภทที่มีตัวยาไม่เท่ากันทุกเม็ด
3. ประเภทที่มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจนอย่างเดียว

1. ประเภทที่มีตัวยาเท่ากันและเหมือนกันทุกเม็ด

ยาคุมประเภทนี้มีตัวยาอยู่สองชนิดคือเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจน ความแตกต่างของแต่ละยี่ห้อ ขึ้นอยู่กับชนิดของเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจน ดังตารางที่ 1 และตารางที่ 2

ตารางที่ 1 ยาเม็ดคุมกำเนิดในกลุ่มนี้มีปริมาณเอสโตรเจนมาก ปัจจุบันไม่นิยมใช้เป็นยาเม็ดคุมกำเนิดแล้ว แต่ใช้เพื่อการรักษาความผิดปกติทางนรีเวช


ตารางที่ 1 ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวมที่มีฮอร์โมนสูง (high dose)

ชื่อยาเม็ดคุมกำเนิด
ชนิดและขนาดของฮอร์โมนสังเคราะห์/เม็ด
ขนาดของฮอร์โมนสังเคราะห์ทั้งแผง 21 เม็ด
Estrogen (ไมโครกรัม)Progestogen (ไมโครกรัม) Estrogen (ไมโครกรัม)Progestogen (ไมโครกรัม)
Ovulen
M100
Ethynodiol Diacetate 1000
2,100
21,000
Lyndiol
M75
Lynestrenol 2500
1,575
52,500
Anovlar
EE50
Norethisterone Acetate 4000
1,050
84,000
Gynovlar
EE50
Norethisterone Acetate 3000
1,050
63,000
Minilyn
EE50
Lynestrenol 2500
1,050
52,500
Ovostat
EE50
Lynestrenol 1000
1,050
21,000
Eugynon,
Ovral
EE50
Nogestrel 500
1,050
10,500
Norinyl,
Noriday
M50
Norethisterone Acetate 1000
1,050
21,000
Microgynon ED50
EE50
Levonorgestrel 125
1,050
2,625
คำย่อ   ED= Every Day,   EE= Ethinyl Estradiol,   M=Mestranol


ตารางที่ 2 ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวมที่มีฮอร์โมนต่ำ (low dose)

ตารางที่ 2 มีปริมาณเอสโตรเจนค่อนข้างต่ำ (30 - 35 ไมโครกรัม ) ถึงต่ำมาก (20 ไมโครกรัม)

ชื่อยาเม็ดคุมกำเนิด
ชนิดและขนาดของฮอร์โมนสังเคราะห์/เม็ด
ขนาดของฮอร์โมนสังเคราะห์ทั้งแผง
Estrogen (ไมโครกรัม)Progestogen (ไมโครกรัม) Estrogen (ไมโครกรัม)Progestogen (ไมโครกรัม)
Diane-35
EE 35
Cyproterone acetate 2000
735
42,000
Preme
EE 35
Cyproterone acetate 2000
735
42,000
Yasmin (ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย)
EE 30
drospirenone เม็ดละ 3 mg (เป็นprogestogen ตัวใหม่สุด)
630
63 mg
Microgynon ED30,
Nordette,
Microgest,
AnNa
EE 30
Levonorgestrel (LNG) 150
630
3,150
Marvelon ,
Prevenon
EE 30
Desogestrel (DG)150
630
3,150
Minulet,
Gynera
EE 30
Gestodene(GSD) 75
630
1,575


ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวมที่มีฮอร์โมนต่ำมาก (ultralow dose)

ชื่อยาเม็ดคุมกำเนิด
ชนิดและขนาดของฮอร์โมนสังเคราะห์/เม็ด
ขนาดของฮอร์โมนสังเคราะห์ทั้งแผง
Estrogen (ไมโครกรัม)Progestogen (ไมโครกรัม) Estrogen (ไมโครกรัม)Progestogen (ไมโครกรัม)
Mercilon
EE 20
DG 150
420
3,150
Meliane
EE 20
GSD 75
420
1,575


2. ประเภทที่มีปริมาณตัวยาไม่เท่ากันทุกเม็ด

ยาคุมชนิดนี้ได้ใส่ตัวยาในแต่ละเม็ดเลียนแบบปริมาณฮอร์โมนตามธรรมของร่างกาย ดังตารางที่ 3


ตารางที่ 3 ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวมที่มีฮอร์โมนไม่เท่ากัน (multiphasic pills)

ชื่อยาเม็ดคุมกำเนิด
ชนิดและขนาดของฮอร์โมนสังเคราะห์/เม็ด
ขนาดของฮอร์โมนสังเคราะห์ทั้งแผง
Estrogen (ไมโครกรัม)Progestogen (ไมโครกรัม) Estrogen (ไมโครกรัม)Progestogen (ไมโครกรัม)
Triquilar
EE (30x6)
(40x5)
(10x30)
LNG (50x6)
(75x5)
(10x125)
680
1,952
Trinordiol
EE (30x6)
(40x5)
(10x30)
LNG (50x6)
(75x5)
(10x125)
680
1,925
คำย่อ   LNG=Levonorgestrel


3. ประเภทที่มีแต่ตัวยาโปรเจสโตเจน

มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจนอย่างเดียว ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ ยาคุมฉุกเฉินที่ชื่อ โพสตินอร์ (postinor) และ มาดอนน่า (madonna) ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป รวมทั้งร้านยาในห้างด้วย


ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนชนิดโปรเจสโตเจน

ชื่อยาคุมกำเนิดชนิดของProgestogenปริมาณโปรเจสโตเจน (มิลลิกรัม)
microlut
levonorgestrel
0.030
exluton
lynestrenol
0.5
ovrette
levonorgestrel
0.075
Postinor, Madonna
levonorgestrel
0.75


ข้อควรทราบเกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉินคือ
1. ยานี้ใช้เมื่อยามฉุกเฉินเท่านั้น หมายถึงยามที่ไม่ได้ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน หรือคุมกำเนิดแบบอื่นแล้วเกิดผิดพลาดเช่นถุงยางแตกขาด
2. ยานี้ไม่ใช่ยาทำแท้ง
3. การกินยา ให้กินหลังร่วมโดยกินเม็ดแรกโดยเร็วที่สุด (หรือภายใน 72 ชั่วโมง) แล้วอีก 12 ชั่วโมงกินเม็ด ที่เหลือเริ่มกินช้าประสิทธิภาพของยาก็จะลดลงตามชั่วโมงที่ผ่านไป
4. ถ้ากินถูกต้อง ก็จะช่วยลดโอกาสตั้งครรภ์ลง 70 - 80 %
5. หลังกินยา 4 – 5 วันอาจมีเลือดออกได้ แต่ไม่ได้เป็นกับทุกคน
6. กินยานี้แล้วอาจทำให้รอบเดือนแปรปรวนไม่อาจคาดเดาได้


......จะเริ่มกินยาเม็ดคุมกำเนิดเมื่อไร
ยาคุมทุกชนิด แผงแรกเม็ดแรกให้เริ่มกินภายใน 5 วัน นับจากวันแรกที่มีรอบเดือน มิฉะนั้นจะยับยั้งไข่ตกไม่ทันในรอบนั้น ยกเว้นยาคุมแบบ 20 ไมโครกรัมควรเริ่มตั้งแต่วันแรกที่รอบเดือนมา เมื่อเริ่มกินยาคุมแล้ว ก็สามารถมีผลคุมกำเนิดได้ตั้งแต่แผงแรกทันที ไม่ต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นช่วย ทั้งสามารถหลั่งภายในช่องคลอดได้เลย และไม่ต้องไปนับวันปลอดภัย (7หน้า 7 หลัง) อีกต่อไป

เมื่อเริ่มกินยาคุมแล้ว ให้กินไปเรื่อยๆเรียงไปตามลูกศร ระหว่างกำลังกินยา ถ้ารอบเดือนมากระปริบกระปรอยก็ไม่ต้องหยุดยา เดินหน้ากินต่อไปเรื่อยๆ จนหมดแผง หมดแผงแล้ว ถ้าเป็นแบบ 28 เม็ดวันรุ่งขึ้นให้กินแผงใหม่ต่อทันที ไม่ต้องรอรอบเดือน ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา รอบเดือนจะหยุดหรือไม่หยุดก็ตาม ถ้าเป็นแบบ 21 เม็ดหมดแผงแล้ว (ปกติหมดเม็ดที่ 21 แล้ว อีก 2-3 วันรอบเดือนก็จะมา) เว้นไม่กิน 7 วัน เมื่อครบ 7 วันที่ไม่กินแล้ว วันที่ 8 ให้เริ่มแผงใหม่ทันที ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา รอบเดือนจะหยุดหรือไม่หยุดและระหว่างที่ไม่กินยา 7 วันนั้น ก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องกังวลว่าจะตั้งครรภ์
......จะเริ่มแผงแรกเมื่อไหร่
1. กรณีปกติทั่วไป รอรอบเดือนมาก็กินได้ทันที
2. กรณีหลังคลอดบุตร โดยปกติหลัง คลอดบุตร 6 สัปดาห์ไข่ก็จะตกเป็นครั้งแรก ดังนั้นจึงควรเริ่ม 4-6 สัปดาห์หลังคลอด แต่ถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็อาจเริ่มกินช้ากว่านี้ได้
3. กรณีแท้งบุตร
- ถ้าท้องน้อยกว่า 12 สัปดาห์ (3 เดือน) จะมีไข่ตกทันทีในรอบเดือนถัดมา ดังนั้นต้องเริ่มกินทันทีหลังแท้ง
- แต่ถ้าแท้งเมื่อท้องได้ 12-28 สัปดาห์ (3-7 เดือน) ไข่จะตกราว 3 สัปดาห์หลังแท้ง จึงควรกิน ภายในสัปดาห์แรกหลังแท้ง
......ถ้าลืมกิน
1. ถ้าลืมกิน นึกได้เมื่อไหร่ ให้ไปหยิบเม็ดที่ลืมมากินทันที (เท่ากับกินเม็ดนั้นช้าไปหน่อย) ห้ามผัดวันอีกต่อไป แล้วกินเม็ดถัดมาตามเวลาที่เคยกิน แต่ถ้านึกได้ในเวลาที่ต้องกินอีกเม็ด ก็กินสองเม็ดควบเลย

2. ในกรณีที่ลืมกิน 2 เม็ด ให้กิน 2 เม็ดที่ลืม แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นกินอีก1เม็ด เย็นนั้นกิน 1 เม็ด เช้าวันรุ่งขึ้นกินอีกเม็ด (เพิ่มตอนเช้า สองเช้า เช้าละเม็ด) กรณีเช่นนี้อาจทำให้รอบเดือนมากระปริบกระปรอยได้ และถ้าลืมในช่วง 1 - 7 เม็ดแรก โอกาสพลาดอาจเกิดขึ้นได้ จึงต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นช่วย เช่น ถุงยางอนามัย แต่ถ้าลืมในช่วงท้ายๆหรือจะหมดแผงก็ไม่ค่อยมีผลมากเท่าไหร่

3. ถ้าลืมกิน 3 เม็ด ก็จบเลยครับ หยุดยา รอให้รอบเดือนมา แล้วเริ่มแผงใหม่ภายใน 5 วัน นับจากวันแรกที่มีเลือด
......กรณีท้องเสีย อาเจียน
1. ถ้ากินยาแล้วอาเจียน ถ้าอาเจียนหลัง 2ชั่วโมงไปแล้วก็ไม่มีผลอะไร แต่ถ้าอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมง ก็ต้องกินซ้ำอีกเม็ด ถ้าเป็นแบบที่มีฮอร์โมนเท่ากันทุกเม็ด จะกินเม็ดไหนก็ได้ แต่ถ้าเป็นแบบ triphasic คือ แต่ละเม็ดมีฮอร์โมนไม่เท่ากัน ก็ต้องซื้ออีกแผงมาเสริมเม็ดที่อาเจียนออกไป (กินตรงเม็ดที่อาเจียน)

2.กรณีท้องเดินหลายวัน การดูดซึมของยาจะไม่ดี ควรใช้การป้องกันวิธีอื่นช่วยด้วย (กรณีเช่นนี้อาจมีเลือดออกกระปริบกระปรอยได้)

  • ยาฉีดคุมกำเนิด

ก็เป็นยาอีกประเภทที่นิยมกันสำหรับคนที่ไม่ชอบกินยาหรือมักลืมกินยา ยาคุมชนิดฉีดมีหลายแบบ แต่ที่มีใช้ในบ้านเราเป็นชนิด 3เดือน คือฉีดหนึ่งเข็มคุมได้ 3 เดือน เป็นตัวยาโปรเจสโตเจนที่ชื่อ medoxyprogesterol acetate 150 มิลลิกรัม ฉีดสะโพก
- ข้อดีของยานี้ก็คือ ฉีดครั้งเดียวสามารถคุมกำเนิดได้ 3 เดือน ประสิทธิภาพ 98 %
- ข้อเสียคือฉีดแล้วรอบเดือนมักไม่มา หรืออาจมาแบบกระปริบกระปรอย มีส่วนน้อยเท่านั้นทีมีรอบ เดือนมาตามปกติ ซึ่งก็ไม่มีอันตรายอะไร ยกเว้นคนที่มีอุปาทาน ก็อาจรู้สึกอึดอัดที่เคยมาแล้วไม่มา

  • ยาฝังคุมกำเนิด

มีประสิทธิภาพและอาการข้างเคียงเช่นเดียวกับยาฉีด เหมาะสำหรับคนที่มีลูกแล้วและต้องการเว้นช่วงไม่มีลูกไปหลายๆ ปี แต่เดิมเป็นยา 6 แท่ง ฝังเข้าใต้ผิวหนังบริเวณข้อศอก สามารถคุมกำเนิดได้ 5 ปี ปัจจุบันมียาชนิดใหม่ แท่งเดียว คุมได้ 3 ปี การฝังก็ง่ายมากแท่งยาอยู่ในเข็ม การฝังก็คล้ายการฉีดยา นาทีเดียวก็เสร็จ


ยาฝังแบบเก่า 6 แท่ง


จุดที่ฝังยาใต้ผิวหนังบริเวณข้อศอก


Implanon แท่งเดียว เทียบกับฝ่ามือ



เหมือนฉีดยา เข็มเดียว 3 ปี


  • ใส่ห่วงอนามัยในโพรงมดลูก

ก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ต้องการใช้ยา หรือมีอาการข้างเคียงจากการใช้ยา หรือมีข้อห้ามในการใช้ยา เหมาะสำหรับคนที่มีลูกแล้ว ห่วงอนามัยมีหลายชนิด ทั้งชนิดไม่มีตัวยา และชนิดที่มีตัวยาฮอร์โมนร่วมด้วย โดยปกติก็ใส่ครั้งละ 3 ปี


ห่วงอนามัยแบบดั้งเดิม



ห่วงอนามัยแบบใหม่ที่มีฮอร์โมนด้วย


  • ทำหมันหญิง

ก็เหมือนฝ่ายชายคือผูกและตัดท่อนำไข่ ทำหมันแล้วก็เป็นหมันถาวรเลย ไม่มีหมันชั่วคราวแบบผูกๆ ไว้ก่อนแบบั้นไม่มีครับ การทำหมันหญิงมีสองแบบคือหมันเปียก ทำหลังคลอด กับหมันแห้งทำตอนมีรอบเดือน ผลคุมกำเนิดได้ 99.9 %


  • การนับวันปลอดภัย

ก็เป็นที่เข้าใจของคนทั่วไปว่า 7หน้า7หลัง แต่ก็เพราะคำว่าหน้าๆหลังๆนี่แหละที่ทำให้เข้าใจผิดกันมาโดยตลอด การนับ 7 หลังนี่เขานับ 7 วันนับตั้งแต่วันแรกที่รอบเดือนมา ไม่ใช่นับจากวันหมดรอบเดือนนะครับ

หลักการก็คือเว้นการมีเพศสัมพันธ์ช่วงที่ไข่น่าจะตก
ปกติเมื่อมีไข่ตกแล้วไม่มีการผสม อีก 14 วันเลือดก็จะมา (ไม่ใช่มีรอบเดือน14วันแล้วไข่จะตก)
การคุมกำเนิดแบบนี้ใช้ได้กับคนที่มีรอบเดือนมาส่ำเสมอเท่านั้น ประเภทมาไม่แน่นอนใช้ไม่ได้
การจะใช้ช่วงก่อนรอบเดือนมา ก็แปลว่าคนนั้นต้องสามารถกะได้ว่าคราวหน้าเลือดจะมาเมื่อไร


การคุมกำเนิดชนิดอื่นที่ไม่มีใช้ในเมืองไทย
  • กอเอี๊ยะคุมกำเนิด หรือแผ่นแปะคุมกำเนิด    มีปริมาณยาเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนเช่นเดียวกับยาเม็ดคุมกำเนิด ใช้แปะผิวหนังบริเวณสะโพก หน้าท้อง แผ่นละ 1 สัปดาห์ แปะ 3 แผ่น 3 สัปดาห์เว้นไม่แปะหนึ่งสัปดาห์ ปัจจุบันมียี่ห้อเดียว เพิ่งได้รับอนุมัติให้จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ยังไม่มีจำหน่ายในเมืองไทย

  • ยาคุมใส่ในโพรงมดลูก    มีตัวยา levonorgestrel ซึ่งค่อยๆซึมออกมา ใส่ครั้งเดียวให้ผลการคุมกำเนิด 99 % เป็นเวลาถึง 5 ปี (levonorgestrel-releasing intrauterine system)

  • ห่วงสอดช่องคลอด (vaginal ring)    เป็นวงแหวนใส่ช่องคลอด เป็นอีกทางเลือก สำหรับคนที่ไม่อยากกินยา หรือไม่อยากกินยาทุกวัน มีลักษณะเป็นวงแหวนขนาดเล็ก มีความยืดหยุ่น ตัวแหวนจะปล่อยยาออกมา 2 ตัว คือ EE ปริมาณ 15 ไมโครกรัม และ etonogestrel 120 ไมโครกรัมออกมาทุกวัน สอดช่องคลอด 3 สัปดาห์ เว้นหนึ่งสัปดาห์

  • ตัวยาฆ่าอสุจิ (spermicidal)    เป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติสามารถฆ่าตัวอสุจิได้ ใช้โดยใส่เข้าช่องคลอด มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบแผ่น แบบโฟม แบบเจล แบบเม็ดฟู ไม่มีจำหน่ายในเมืองไทย แต่ถึงมีก็ไม่น่าใช้เพราะถ้าใช้บ่อยๆสารเคมีเหล่านี้จะกัดผนังช่องคลอดทำให้เกิดรอยถลอก เสี่ยงต่อการติดเอดส์มากทีเดียว

  • ฟองน้ำคุมกำเนิด ( Contraceptive sponge)    เป็นก้อนฟองน้ำรูปหมอนกลม แบนมีขนาดเล็ก มีตัวยาฆ่าอสุจิเคลือบด้วย

  • ฝาครอบปากมดลูก (Cervical Cap)    เหมือนหมวกครอบปากมดลูกป้องกันตัวอสุจิไม่ให้เล็ดลอดเข้าโพรงมดลูก หรือแม้เข้าได้ก็ปริมาณน้อยมาก มีหลายรูปแบบหลายขนาดอาจมีตัวยาฆ่าอสุจิร่วมด้วยก็ได้ การใช้ค่อนข้างยุ่งยากและต้องอาศัยประสบการณ์ค่อนข้างมาก

  • ถุงยางอนามัยสตรี    ก็เป็นอีกทางเลือกของหญิงที่ฝ่ายชายไม่ยอมคุมกำเนิดหรือไม่ยอมใช้ถุงยางอนามัย หรือแม่บ้านที่มีพ่อบ้านชอบเที่ยว เป็นการป้องกันตนเอง แต่การใช้ก็ค่อนข้างยุ่งยากเช่นเดียวกัน


ใครควรใช้การคุมการคุมกำเนิดแบบใด
กรณีที่ยังไม่แต่งงาน และไม่ได้อยู่ด้วยกัน    โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่ได้เสียกันก่อนแต่ง ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กันบ่อย ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดที่น่าเลือกใช้ที่สุด เพราะนอกจากป้องกันการตั้งครรภ์ได้แล้ว ยังสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย เรียกว่า two in one ถุงยางอนามัยหาซื้อได้ง่าย ตามร้านขายยาทั่วไป ตามห้าง หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อ ไม่ต้องอายหรอกครับ ติดโรคเอดส์ยังน่าอายกว่า หรือตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมยังน่าอายกว่า หยิบมาแล้วจ่ายเงินเหมือนซื้อสินค้าทั่วไป

กรณีที่ยังไม่แต่งแต่อยู่ด้วยกัน    กรณีนี้ก็เหมือนสามีภรรยากันแล้ว ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบธรรมดา 21 เม็ดหรือ 28 เม็ดเหมาะสมที่สุด และต้องช่วยกันเตือนไม่ให้ลืมกิน ฝ่ายชายเองก็ไม่ควรไปสำส่อนกับหญิงอื่นหรือชายอื่น ก็จะช่วยลดอัตราการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

กรณีที่ได้เสียแบบไม่ตั้งใจ    ก็มักเป็นฝ่ายหญิงแหละครับที่ประสบเหตุการณ์อย่างนี้ ทั้งนี้ก็เพราะวัฒนธรรมของเราไม่เอื้อ ฝ่ายหญิงก็ไม่รู้ตัวว่าจะโดนเมื่อไหร่จึงไม่ได้ป้องกัน กรณีที่ผิดพลาดไปอย่างนี้ ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินก็สามารถช่วยได้

กรณีแต่งงานแล้ว    ถ้าเพิ่งแต่งงานใหม่ๆ ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบกินทุกวัน (21เม็ดหรือ28เม็ด) เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนแจกการ์ดแต่งงานโน่นเลยครับ (หรือตั้งแต่ได้วันฤกษ์ดี หรือช่วงไปถ่ายรูปสตูดิโอ) รอบเดือนมาปุ๊บก็เริ่มกินยาเม็ดคุมกำเนิดไปได้เลย ถ้ากิน 21 เม็ด แล้วถึงวันแต่งกลัวจะเป็นรอบเดือนก็กินแผงใหม่ต่อไปเลย ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับการฮันนี่มูน

มีลูกแล้ว    คนมีลูกแล้ว มีทางเลือกมาก อาจกินยาเม็ดคุมกำเนิดต่อได้เลย หรือจะฉีดยาคุมกำเนิด แต่ถ้าจะเว้นช่วงมีบุตรออกไปหลายปี ยาฝังยาคุมกำเนิดก็อาจเป็นอีกทางเลือก แต่ถ้าไม่ใช้ยา เพราะไม่อยากใช้หรือมีอาการข้างเคียงจากยา ใส่ห่วงอนามัยในโพรงมดลูกก็เป็นอีกทางเลือก

มีลูกพอแล้ว    และแน่ใจว่าจะไม่มีลูกอีก การทำหมันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด จะเป็นฝ่ายหญิงทำหมันหลังคลอดทันทีก็ดี หรือจะทำหมันแห้งก็ได้ แต่ถ้าให้ดีฝ่ายชายทำหมันดีที่สุด เพราะจะได้ไม่ไปปล่อยไว้ที่อื่นอีก ของฝ่ายชายทำง่าย หายเร็ว ทำช่วงที่ภรรยาตั้งครรภ์ดีที่สุด

ให้นมลูก    กรณีที่เพิ่งคลอด หรือยังให้นมลูกอยู่ การกินฮอร์โมนเอสโตรเจนก็อาจมีผลให้ปริมาณน้ำนมลดลงได้ จึงควรใช้การคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนโปรเจสโตเจนอย่างเดียว อาจเป็นยาเม็ดรับประทานหรือยาฉีดก็ได้ และเมื่อหย่านมลูกแล้วก็เปลี่ยนไปใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบปกติทั่วไป

อายุมากแล้ว    กรณีที่มีอายุเกิน 35 ปี การใช้เอสโตรเจนเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะนัก มีอัตราเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ จึงควรใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่ไม่มีเอสโตรเจน หรือจะใช้การฉีดก็ได้ หรือถ้ามีลูกแล้วจะใส่ห่วงอนามัยในโพรงมดลูกก็ได้

(update 25 เมษายน 2002)
 
 

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors45/lady_preg003.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]