บทความเกี่ยวกับ ผู้หญิง ผู้หญิง
คนเป็นคนที่ - 6790 [Date : 17 ธ.ค. 2550 ]   
 
“ปฏิสนธิ” ปฏิบัติการมหัศจรรย์ของชีวิต
 
วันที่ 17 ธ.ค. 2550   โดย ธันญธรณ์
 
 

 

 

ในโลกใบนี้มีสิ่งที่ถือว่ามหัศจรรย์เกิดขึ้นมากมาย การเกิดการปฏิสนธิขึ้นภายในครรภ์ก็ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์เช่นกัน กว่าที่อสุจิหนึ่งตัวจะแหวกว่ายไปหาไข่และเจาะเข้าได้สำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จึงไม่น่าแปลกใจที่คู่สามีภรรยาต่างก็มีความปลาบปลื้มเมื่อรู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตเกิดขึ้นแล้วในครรภ์เรามาดูกันค่ะว่ากว่าที่เจ้าตัวน้อยจะคลอดออกมานั้น มีอะไรเกิดขึ้นในครรภ์บ้าง

 

การเดินทางของอสุจิ

 

หลังจากที่ฝ่ายชายหลั่งน้ำอสุจิซึ่งมีอสุจิจำนวนมากมายหลายร้อยล้านตัวเข้าสู่ช่องคลอดของฝ่ายหญิงแล้ว อสุจิจะแหวกว่ายผ่านมูกบริเวณช่องคลอดไปสู่ปากมดลูกซึ่งมีความบางและยืดหยุ่นได้ดีในช่วงที่ไข่ตกและว่ายต่อไปยังโพรงมดลูก ผ่านท่อนำไข่ไปยังปีกมดลูก โดยทั่วไปอสุจิจะแหวกว่ายด้วยความเร็ว 23 มิลลิเมตรต่อนาที แต่จะว่ายช้าลงในช่วงที่ผ่านช่องคลอดที่มีสภาพเป็นกรด และจะว่ายเร็วขึ้นเมื่อผ่านปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูกที่มีสภาพเป็นด่าง ซึ่งกว่าอสุจิจะเดินทางไปถึงปีกมดลูกจำนวนอสุจิก็จะลดลงเป็นจำนวนมาก ทำให้เหลืออสุจิจำนวนไม่มากที่มีโอกาสจะว่ายเข้าไปถึงไข่ และจะมีอสุจิเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถเจาะเข้าไปในฟองไข่ได้สำเร็จ หลังจากเจาะเข้าไปได้แล้ว อสุจิจะสลัดหางทิ้งไปและย่อยส่วนหัวเพื่อปล่อยโครโมโซมอีก 23 แท่งในฟองไข่ และรวมตัวกันกลายเป็นเซลล์ 1 เซลล์ ก็เป็นอันว่าเกิดปฏิสนธิขึ้นแล้ว

 

พัฒนาการของเซลล์และการเดินทางของไข่

 

หลังจากมีการปฏิสนธิขึ้นจนเกิดเป็นเซลล์แล้ว เซลล์จะมีการแบ่งตัวแบบทวีคูณอย่างรวดเร็ว จาก 1 เป็น 2 เป็น 4 เป็น 8 ไปเรื่อยๆ จนมีหลายร้อยเซลล์ และในเวลาเดียวนั้นเอง ไข่ทีได้รับการผสมและกลายเป็นตัวอ่อนนี้จะค่อยๆ เคลื่อนไปฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูก ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณหนึ่งสัปดาห์ เมื่อตัวอ่อนสามารถฝังตัวลงในเยื่อบุโพรงมดลูกได้อย่างมั่นคงดีแล้วจึงจะถือว่าการปฏิสนธิครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์  หลังจากนั้นตัวอ่อนจะค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ โดยจะใช้เวลาประมาณ 9 เดือน หรือ 40 สัปดาห์ ก็จะพัฒนาเสร็จสมบูรณ์และพร้อมที่จะคลอดออกมาสู่โลกภายนอก

 

4 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์

 

เมื่อเกิดการปฏิสนธิขึ้นในครรภ์ ว่าที่คุณแม่ส่วนใหญ่จะยังไม่รู้ตัวจนกระทั่งประจำเดือนขาดหายไป ซึ่งเมื่อไปตรวจการตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลหรือทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเองถึงได้รู้ว่าคุณกำลังจะได้เป็นคุณแม่แล้ว ในช่วงนี้ตัวอ่อนจะมีขนาดประมาณ 0.36-1 มิลลิเมตร เมื่อวัดจากส่วนบนสุดไปศรีษะไปถึงส่วนก้น ศรีษะของตัวอ่อนจะมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับลำตัว เมื่อเริ่มเข้าถึงสัปดาห์ที่สี่จะเริ่มมีถุงน้ำคร่ำมาห่อหุ้มตัวอ่อนเอาไว้เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน ข้างๆ ตัวอ่อนจะมีถุงไข่แดงซึ่งประกอบไปด้วยเส้นเลือดเล็กๆ มากมาย ทำหน้าที่ให้อาหารกับตัวอ่อนในขณะที่ยังไม่สามารถดูดซึมอาหารเองได้ จนกระทั่งตัวอ่อนเจริญเติบโตขึ้นก็จะเปลี่ยนมาใช้รกในการดูดซึมอาหารจากแม่มาเลี้ยงร่างกายแทน ในส่วนของตัวอ่อนเองจะประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้น เนื้อเยื่อชั้นในจะพัฒนาเป็นอวัยวะภายในที่สำคัญ เช่น ตับ ตับอ่อน กระเพาะปัสสาวะ และ ต่อมไทรอยด์ เป็นต้น เนื้อเยื่อชั้นกลางจะพัฒนาเป็นกล้ามเนื้อ กระดูก กระดูกอ่อน หลอดเลือด และ ไต ส่วนเนื้อเยื่อชั้นนอกจะพัฒนาเป็นสมอง ระบบประสาท ผิวหนัง และ เส้นผม

 

ความเปลี่ยนแปลงของคุณแม่

 

ในช่วงเริ่มของการตั้งครรภ์คุณแม่จะยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงในด้านรูปร่าง แต่จะมีอาการต่างๆ เกิดขึ้นซึ่งจะมีผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึกของคุณแม่ เช่น มีอาการเจ็บคัดเต้านม คลื่นไส้ อาเจียนเวียนศรีษะอ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อยขึ้น มีอาการท้องผูก อารมณ์แปรปรวนง่าย และเบื่ออาหาร เป็นต้น

ในช่วงที่คุณแม่ต้องดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ทั้งต่อตนเองและเพื่อการเสริมสร้างร่างกายของลูกน้อยในครรภ์ อย่าออกกำลังกายหักโหมหรือทำงานหนักโดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก เพราะจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการแท้งได้

แม้การตั้งครรภ์จะนำมาพาความชื่นใจมาให้คุณและครอบครัวแต่อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ก็อาจทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดได้ แต่อย่าเพิ่งกลุ้มใจนะคะ เพราะอาการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติ ขอให้คุณแม่ทำใจให้สบาย ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ฉบับหน้าเรามาติดตามการเจริญเติบโตของทารกน้อยในครรภ์กันต่อนะคะ

 
 

[ ที่มา...นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.171 October 2007 ]

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]