บทความเกี่ยวกับ สุขภาพจิต
คนเป็นคนที่ - 2997 [Date : 14 พ.ย. 2550 ]   
 
เมล็ดพันธุ์ของอารมณ์
 
วันที่ 14 พ.ย. 2550   โดย รศ.นพ.อัมพล สูอำพัน
 
 

 

 

ท่านผู้อ่านคงจะได้อ่านและรับฟังข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดจากผู้คนในสังคมอยู่เนื่องๆ ถ้าเป็นความรุนแรงที่ไม่หนักหนาสาหัสเราก็เพียงแต่รับรู้แล้วเรื่องต่างๆ ก็จางหายไปจากความทรงจำ แต่ในที่สุดความรุนแรงก็เกิดขึ้นในสังคมอีก จึงดูเป็นเรื่องปกติประจำวันที่เกิดขึ้นได้และทุกคนยอมรับทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องที่ไม่ปกติและทุกๆ คนควรนำมาคิดพิจารณาแก้ไข

เมื่อไม่นานมานี้ทุกท่านคงจะจำเหตุการณ์หนึ่งที่สะเทือนขวัญของชาวอเมริกา รวมทั้งผู้คนในประเทศต่างๆ ก็รู้สึกสะเทือนอารมณ์เช่นกันเมื่อได้รับข่าวนี้ เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มชาวเกาหลีที่เกิดในประเทศอเมริกาและมีความกดดันอย่างมากในชีวิตจนในที่สุดความคับข้องใจที่สะสมมาก็ระเบิดท่วมท้นและใช้ปืนกราดกระสุนเพื่อนนักศึกษาและอาจารย์อย่างไม่เลือกหน้า จนมีการเสียชีวิตของผู้คนเป็นจำนวนมาก

และเมื่อเร็วๆ นี้เด็กหนุ่มในตระกูลที่มีชื่อเสียงก็แสดงอารมณ์โกรธอย่างมากมายเมื่อมีเหตุการณ์ไม่สบอารมณ์เกิดขึ้น

อะไรทำให้ผู้คนในปัจจุบันมีความทุกข์ง่าย โกรธง่ายก้าวร้าวและรุนแรงง่าย

เราจะทำอย่างไรกันดีที่จะให้คนในสังคมเป็นคนสุขง่ายโกรธยาก มีความอ่อนโยน สงบ และมีความเมตตาปราณีต่อกัน

ถ้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่เราก็คิดว่าส่วนใหญ่แล้วความมีวุฒิภาวะหรือความเป็นผู้ใหญ่ จะทำให้สามารถควบคุมความก้าวร้าวรุนแรงได้ระดับหนึ่ง แม้แต่กระนั้นก็ตาม ปัญหาความรุนแรงก็เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ในวัยผู้ใหญ่แม้แต่ผู้อาวุโสที่มีประสบการณ์ชีวิตมาอย่างดีในหลายๆ กรณีก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ จนเกิดเรื่องราวใหญ่โตทำให้เสียภาพพจน์และเสื่อมเสียความเคารพนับถือได้เป็นอย่างมาก

ถ้าเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเด็กและวัยรุ่นแล้ว ด้วยความที่ยังอ่อนด้อยในวุฒิภาวะและประสบการณ์ ด้วยความอ่อนด้อยในการควบคุมเหตุการณ์และอารมณ์ จึงทำให้ลุแก่โทสะได้ง่ายและเลยเถิดไปสู่ความรุนแรงได้ง่าย

แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังเห็นความหลากหลายในอารมณ์ที่เด็กและวัยรุ่นแสดงออกต่อสังคม เด็กบางคนมีอารมณ์ดี อ่อนโยน มีน้ำใจ มีความเชื่อมั่นในการที่จะช่วยเหลือกลุ่ม รู้จักให้อภัย แต่เด็กบางคนกลับโกรธง่าย หงุดหงิดง่าย อะไรที่มีกระทบใจหรือไม่ได้ดังใจเล็กๆ น้อยๆ ก็ทนไม่ได้ระเบิดอารมณ์และคำพูดที่ก้าวร้าวง่ายและเมื่อมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแล้วก็ไม่รู้สึกว่าผิด ไม่รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง

อะไรทำให้เด็กและวัยรุ่นแต่ละคนมีความแตกต่างกันได้อย่างมากมายอย่างนี้

ปัจจัยหนึ่งที่เราคงต้องยอมรับก็คือเป็นเรื่องของพื้นอารมณ์ของตัวเด็กเองซึ่งประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิดเป็นส่วนที่พันธุกรรมและชีววิทยากำหนดมาไว้แล้วว่าเด็กแต่ละคนมีพื้นอารมณ์ต่างๆ กัน เช่น พื้นอารมณ์ร้อน อารมณ์เย็น หรือหวั่นไหววิตกกังวลง่าย เป็นต้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นพื้นอารมณ์อย่างไรก็ตาม สิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะประสบการณ์ชีวิตของเด็กที่ได้รับจากพ่อแม่ โรงเรียน และสังคม ก็จะเป็นปัจจัยปั้นแต่งให้เด็กมีรูปแบบและโครงสร้างของจิตใจเปลี่ยนแปลง ไปจากพื้นอารมณ์ที่ติดตัวมาแต่เกิดได้อย่างมากมาย

 

ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กเก็บเมล็ดพันธุ์แห่งความทรงจำ วันแล้ววันเล่าเข้าไปในห้วงลึกของจิตใจ เป็นห้วงมหรรณพของจิตใจ ซึ่งเด็กจะเก็บประสบการณ์ต่างๆ ไว้อย่างไม่มีวันจบสิ้น ความทรงจำที่เก็บไว้นั้น ไม่ใช่เป็นความทรงจำเฉพาะเนื้อเรื่องแต่จะมีความทรงจำด้านอารมณ์ซึ่งผมขอใช้คำว่า “ เมล็ดพันธุ์ของอารมณ์” เข้าไปด้วยเสมอ

เรื่องราวที่มีอารมณ์มาก มีความรู้สึกมาก มีทัศนคติเข้าไปเกี่ยวข้องมาก เรื่องนั้นจะถูกเก็บอย่างละเอียด ชัดเจน เก็บนาน ไม่คลายตัวหรือลืมเลือนไปง่ายๆ

โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธ ความไม่พอใจ ความทุกข์ใจ ความขมขื่น การถูกลบหลู่เหยียดหยาม ยิ่งถ้าเป็นถูกเหยียดหยามความเป็นมนุษย์อารมณ์แค้นเคืองจะเก็บสะสมไว้นาน

เด็กๆ ที่ไม่มีความสุขในชีวิต “ แม้จะเกิดจากความปรารถนาดีของพ่อแม่” ก็ตาม ซึ่งเป็นความปรารถนาตามความคิดและความพึงพอใจของผู้ใหญ่เด็กจะค่อยๆ สะสมเมล็ดพันธุ์ของความโกรธไว้อยู่เรื่อยๆ อยู่เนืองๆ อยู่ตลอดเวลา เมล็ดพันธุ์ของอารมณ์เหล่านี้ไม่หายไปไหนแต่จะเติบโต เติบใหญ่ มีกำลังกล้าขึ้นในจิตใจ เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นก็อาจเป็นปัจจัยพอเหมาะให้เมล็ดพันธุ์ของอารมณ์ที่เก็บสะสมไว้เพิ่มพลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างท่วมท้น จนปะทุออกมาได้อย่างน่ากลัว จนเป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง ต่อสังคมและต่อเจ้าของเมล็ดพันธุ์ของอารมณ์เอง

เป็นภาวะที่มีอารมณ์อยู่เหนือเหตุผลหรืออารมณ์เป็นเจ้าแห่งปัญญา

ตัวอย่างของวัยรุ่นเกาหลีในสังคมอเมริกาอย่างไม่มีความสุข ไม่เป็นที่ภาคภูมิใจเหมือนอย่างเด็กเจ้าของประเทศ เมล็ดพันธุ์ของอารมณ์ที่ไม่มีความสุขจึงสะสมอยู่โดยตลอดและเมื่อถึงภาวะหนึ่งที่กระตุ้นให้เขารู้สึกว่าถูกกดดันอย่างท่วมท้น เมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธจึงปะทุและระเบิดเป็นอารมณ์ได้อย่างรุนแรง กว้างขวางและทำลายร้าง

วัตถุประสงค์ที่ผมเขียนบทความนี้ก็เพื่อกระตุ้นเตือนว่าเราที่เป็นผู้ใหญ่ต้องระวังในการเลี้ยงดูควรจะหลีกเลี่ยงความรุนแรง หลีกเลี่ยงความเหยียดหยามดูถูก หลีกเลี่ยงการบังคับกดดันจนเกินไป เพื่อที่เราจะได้ไม่เพาะเมล็ดพันธุ์ของความโกรธให้กับลูกของเรา

จะเห็นว่าผมเน้นคำว่าอย่าเกินไปอย่ามากมายที่เราควรหลีกเลี่ยง แต่ผมไม่ได้สนับสนุนให้ตามใจเด็ก เรายังคงต้องฝึกให้เด็กมีความอดทน มีระเบียบ มีความรับผิดชอบได้ แม้จะเป็นความกดดันแต่ถ้าเป็นความกดดันน้อยๆ ก็เป็นความกดดันที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาวุฒิภาวะของเด็ก

 
 

[ ที่มา...นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.170 September 2007 ]

URL Link : http://www.familydirect.co.th

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]