บทความเกี่ยวกับ ผู้หญิง ผู้หญิง
คนเป็นคนที่ - 5689 [Date : 08 พ.ย. 2550 ]   
 
คำเตือน : กลั้นปัสสาวะไม่คุ้มกับโรคที่ถามหา!
 
วันที่ 08 พ.ย. 2550   โดย Coco
 
 

 

 

หลายคนคงจะเคยกลั้นปัสสาวะมาแล้วบางคนกลั้นเพราะงานยุ้ง…ยุ่ง ไม่สามารถปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำได้ส่วนแม่ท้องก็ปวดท้องฉี่บ๊อย..บ่อย จนขี้เกียจเข้าห้องน้ำก็มีนานเข้าเชื้อโรคก็ถามหาจนเกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบอย่างที่ Coco จะเล่าให้ฟังนี่แหละค่ะ

ผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็น

คงมีน้อยคนที่จะดูแลและใส่ใจกับการปัสสาวะของตัวเอง แม้รู้ทั้งรู้ว่าเมื่อน้ำในกระเพาะปัสสาวะเต็มจำเป็นต้องถูกขับออกมา แต่คุณผู้หญิงบางคนกลับมีนิสัยชอบกลั้นปัสสาวะ บางคนทำงานอยู่กลางแดดบ่อยๆ ร่างกายเสียเหงื่อ เสียไอน้ำทางผิวหนังไปมาก แล้วถ้าไม่ได้ดื่มน้ำชดเชยเพียงพอ อาจนำไปสู่การผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะได้

อีกทั้งโครงสร้างทางสรีระของผู้หญิงยังเอื้อให้เชื้อโรคจากภายนอก เดินทางเข้าสู่ กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่าผู้ชาย เนื่องจากท่อปัสสาวะสู่รูเปิดภายนอกร่างกายของผู้หญิงมีความยาวโดยเฉลี่ยเพียง 2 เซนติเมตร ทำให้เชื้อโรคจากบริเวณปากช่องคลอดและทวารหนักสามารถเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้โดยง่ายหากคุณแม่ทำความสะอาดผิดวิธี ส่วนของคุณผู้ชายมีองคชาตยาวกว่าหลายเท่าโอกาสของโรคนี้ จึงเกิดขึ้นกับผู้หญิงได้สูงกว่าผู้ชายค่ะ

นอกจากนั้นแล้ว อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ พบมากในผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว (อายุ 30-40 ปี) เนื่องจากมีการอักเสบในช่องคลอดบ่อยๆ มีตกขาวมากกว่าปกติทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้ากระเพาะปัสสาวะง่าย

อาการระยะแรกคือรู้สึกปวดท้องน้อยปัสสาวะบ่อย แต่มีปริมาณน้อยลง ยิ่งถ้าคุณผู้หญิงเพิกเฉยต่ออาการเหล่านี้ ไม่รีบไปหาหมออย่างทันท่วงที เชื้อโรคอาจแพร่เข้าสู้กระแสโลหิต หรือเดินทางขึ้นไปตามท่อไต กรวยไต จนถึงตัวไตเอง ซึ่งตั้งอยู่สองข้างของกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอว ทำให้ไตอักเสบเป็นหนอง มีไข้สูง หนาวสั่น รวมทั้งมีอาการปวดบั้นเอว สีข้างและท้องน้อยร่วมด้วย บางคนรู้สึกปวดขัดหรือแสบร้อนเวลาถ่ายปัสสาวะ สีปัสสาวะอาจจะขุ่นหรือมีเลือดปน ซึ่งเป็นอาการที่น่าตกใจไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ และต่อไปนี้คือต้นเหตุที่เชื้อโรคจะเดินทางเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะที่คุณแม่ควรรู้เท่าทัน จะได้กันไว้ดีกว่าแก้ไงคะ

ตั้งครรภ์โอกาสเสี่ยงเพิ่ม

ผู้หญิงตั้งครรภ์ก็เป็นอีกกลุ่มที่อาจมีอาการปัสสาวะไม่ปกติได้เพราะขณะท้องฮอร์โมนเพศที่ชื่อ “โปรเจสเตอโรน” (Progesterone) มีผลทำให้ลำไส้ใหญ่และท่อไตขยายตัวประกอบกับเส้นเลือดต่างๆ ของอวัยวะสืบพันธุ์ขยายตัวจนกดทับท่อไตและขนาดของลูกในมดลูกก็โตขึ้นจนไปทับกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ใกล้ๆ อีกจนเกิดการอุดกั้นระบบถ่ายเทน้ำปัสสาวะจากไตสู่กระเพาะปัสสาวะ แม่ตั้งครรภ์จึงปวดฉี่บ่อยเพราะประการฉะนี้เอง

ยิ่งพอดีเชื้อโรคเล็ดลอดเข้ามา (เหตุผลเดียวกับผู้หญิงทั่วไป) ก็อาจทำให้เกิดอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ตลอดจนถึงไตเป็นหนองได้ ผลเสียที่น่ากลัวก็คืออาจทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนดได้ด้วยเหตุนี้คุณแม่ท้องจึงควร…
  • ตรวจปัสสาวะระหว่างการตั้งครรภ์เป็นประจำ เพื่อหาจำนวนเชื้อแบคทีเรีย

  • ถ้ามีอาการต่อไปนี้ รู้สึกเจ็บแสบเวลาถ่ายปัสสาวะ รู้สึกปวดถ่วงหรือปวดเสียดในท้องน้อย มีความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะอยู่ตลอดเวลาแต่เมื่อไปห้องน้ำจริงๆ กลับมีจำนวนปัสสาวะออกมาแต่ละครั้งน้อยมากต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

พฤติกรรมไม่พึงประสงค์
1. กลั้นปัสสาวะเป็นประจำ ไม่ควรนำข้ออ้าง อาทิ ชั้นอยู่บนรถทัวร์นานเขาไม่จอดรถให้ฉี่ หรืออากาศกำลังดี ควรนอนต่อเก็บไว้ฉี่ทีเดียวตอนเช้า ฯลฯ คนกลุ่มนี้เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบมานักต่อนักแล้วล่ะค่ะ ด้วยเหตุนี้ คุณๆ จึงควรจะจัดระบบการขับถ่ายปัสสาวะให้ดี อาทิ อย่าดื่มน้ำปริมาณมากก่อนนอน หรือขึ้นรถทัวร์นานๆ ถ้าปวดปัสสาวะก็ควรรีบเข้าห้องน้ำทันที วิธีง่ายๆ แค่นี้ล่ะค่าาา

2. ดื่มน้ำน้อยเกินไป การอักเสบของระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นสิ่งที่ป้องกันได้โดยดื่มน้ำมากๆ

3. ไม่ใส่ใจทำความสะอาดหลังจากเข้าห้องน้ำ ก็บทเรียนสุขศึกษาเดิมๆ น่ะค่ะ แต่เรามักจะลืม โดนเฉพาะเวลาที่เร่งรีบ วิธีการที่ถูกต้องก็คือ หลังเข้าห้องน้ำต้องทำความสะอาดด้วยความสะอาดทุกครั้ง (ยกเว้นเราไปเข้าตามห้างสรรพสินค้า) ถ้าไม่มีเราก็ใช้กระดาษทิชชู่เช็ด แต่อ๊ะๆ ต้องเช็ดให้ถูกวิธีและสะอาดหมดจดด้วยนะคะ

วิธีก็คือ เช็ดด้านหน้าไปด้านหลังทุกครั้ง เนื่องจากหากคุณแม่เช็ดจากหลังไปหน้า อาจทำให้ติดเชื้อโรค เพราะบริเวณทวารหนักมักมีเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E.Coli) เป็นตัวการสำคัญในการก่อให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

4. ใช้ห้องน้ำที่ไม่สะอาด ต้องระมัดระวังให้ดี ที่ต้องบอกอย่างนี้ก็เพราะเลือกยากค่ะ หากว่าเราจะต้องการเข้าห้องน้ำที่สะอาดและฆ่าเชื้อแล้วเท่านั้น ยิ่งถ้าไปเข้าห้องน้ำตามปั๊มต่างจังหวัด โอ้โห ยิ่งสยองขวัญด้วยเหตุนี้เราจึงต้องเตรียมกระดาษทิชชู่ที่ใหม่สะอาด หรือผ้าเปียก ที่เดี๋ยวนี้มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป หรือถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงจะดีกว่า

5. มีเพศสัมพันธ์ขณะปวดฉี่ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เชื้อโรคเคลื่อนตัวผ่านท่อปัสสาวะได้ง่าย ดังนั้น คุณผู้หญิงจึงควรถ่ายปัสสาวะก่อนมีเพสสัมพันธ์นะคะ อีกอย่างคือ ควรงดการมีเพศสัมพันธ์นะคะ อีกอย่างคือ ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ในระยะที่คุณแม่กำลังมีอาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งกินเวลาแค่หนึ่งหรือสองสัปดาห์เท่านั้นเองค่ะ บอกคุณพ่อให้ทำใจเย็นๆ ไว้หน่อยนะคะ มิฉะนั้นเป็นโรคนี้ทั้งสองคนลำบากกว่าค่ะ เพราะเชื้อโรคผ่านไปสู่ผู้ชายขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ นอกจากจะไม่หายกันเลยแล้ว อาการยังอาจอักเสบจนถึงปีกมดลูกและท่อนำไข่ตีบตัน ส่งผลให้ไม่สามารถมีบุตรตามธรรมชาติได้เชียวนะ

ปัสสาวะบ่อยแบบไหนไม่อันตราย
1. ดื่มน้ำมาก/กินยาขับปัสสาวะเนื่องจากเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวาน ส่งผลให้ปัสสาวะที่มากักเก็บในกระเพาะปัสสาวะเต็มเร็ว

2. ปัสสาวะแต่ละครั้งมีปริมาณปัสสาวะเท่าคนปกติ (ประมาณ 350-500 ซี.ซี) ไม่มากและไม่น้อยเกินไป

3. เมื่อตรวจปัสสาวะด้วยแพทย์แล้วไม่พบการติดเชื้อโรคต่างๆ

4. มีภาวะเครียดจากงาน กลัวโรคภัยไข้เจ็บ มีปัญหาครอบครัว มักจะปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางวันหรือหัวค่ำ

สุดท้าย ก่อนจะเจอกันใหม่ฉบับหน้าอยากฝากไว้ว่า โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายหรือป้องกันไม่ได้นะคะ แต่ผู้หญิงเราก็เป็นกันมากซะเหลือเกิน คุณแม่อ่านจบแล้วอย่าลืมลองสำรวจพฤติกรรมการปัสสาวะของตัวเองดูนะคะ หลายคนอาจจะคิดว่า แหม..เป็นแล้วก็หาย แต่เสียเวลารักษากับเงินทอง ไม่คุ้มหรอกค่ะ อย่าให้ปัสสาวะเป็นเหตุเลยนะคะ

(update 31 ตุลาคม 2007)
 
 

[ ที่มา.....นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.143 September 2007 ]

URL Link : http://www.planpublishing.com

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]