บทความเกี่ยวกับ ผู้หญิง ผู้หญิง
คนเป็นคนที่ - 4885 [Date : 31 มี.ค 2551 ]   
 
ไมเกรน..แม่ท้อง แบบออนไลน์
 
วันที่ 31 มี.ค 2551   โดย โยทะกา
 
 

ไมเกรน..แม่ท้อง แบบออนไลน์


t-warn say : >ปวดหัวจังเลย ปวดจี๊ด ตุ๊บๆ เป็นๆ หายๆ ข้างเดียว เลยสงสัยว่าเป็นไมเกรนหรือเปล่า อยากรู้ว่าคนท้องเขาเป็นกันทุกคนรึเปล่า ยิ่งท้องแรกแล้วต้องสอนหนังสืออีกไม่รู้ปวดหัวจากนักเรียนหรือปวดเพราะท้อง รบกวนฝากถามคุณหมอให้หน่อยนะเพื่อน

Yothaka : yib say : > ได้เลย แต่ขอตอบคำถามแรกก่อนนะว่า อาการที่ตัวเป็นไม่ทุกคนที่เป็นหรอก บางคนเป็นก่อนท้อง บางคนเป็นระหว่างที่ท้อง เรามีเคสของคุณแม่ที่เป็นไมเกรนมาให้ลองอ่านดู เดี๋ยวส่งเมล์ไปให้นะ
คุณครูหวานเพื่อนรัก (และว่าที่คุณแม่หวานอีกหนึ่งตำแหน่ง)

ตามที่สัญญาว่าจะหาข้อมูลเรื่องอาการปวดหัวในคุณแม่ท้องมาฝาก มีทั้งข้อมูลและกรณีตัวอย่างเอาไว้เปรียบเทียบอาการ แถมเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะหลีกเลี่ยงและป้องกันไมเกรนให้มาด้วยนะ อย่าลืมอ่านล่ะ


เรื่องจริงของคุณแม่ไมเกรน

คุณเปี่ยมพร หาญพรชัย ที่รู้ตัวว่าเป็นไมเกรนตอนทำงาน เพราะอาการรุนแรงขึ้น ปวดร้าวไปทั้งหัวเหมือนมีเหล็กมาเสียบ หลายครั้งปวดจนต้องนั่งกอดโถส้วม เพราะมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย ทรมานมากๆ

แต่ช่วงตั้งท้องนับว่าคุณแม่โชคดีมากๆ ที่แทบจะไม่มีอาการปวดหัวมารบกวน เธอบอกว่าอาจเป็นเพราะว่าไม่ได้ทำงานหนัก ไม่เครียด คิดถึงแต่ลูกสบายใจและมีความสุขมาก เพราะทานยาไมเกรนไม่ได้คุณหมอให้ทานแต่พาราเซตามอลเท่านั้น แต่คุณเปี่ยมพรก็ยังไม่อยากทาน เพราะเป็นห่วงลูกในท้อง

พอคลอด ลูกก็เริ่มกวน พักผ่อนน้อยอาการก็กำเริบอีก คุณหมอสั่งยาพาราเซตมอลให้ก็ไม่อยากทาน เพราะต้องให้นมลูก อย่างนี้แหละคนเป็นแม่ก็ต้องทน ฮั่นแน่...จะถามใช่ไหมล่ะว่า ตกลงทานยาได้หรือไม่ได้จริงๆ ก็คือ ทานได้ แต่ควรทานตามคำแนะนำของแพทย์จ้ะ

และอย่าคิดว่ามีกรณีเดียวนะ เพราะมีคนที่ไม่เคยเป็นไมเกรนมาก่อน แต่พอท้องแล้วกลับมีอาการคล้ายๆ หวานเลย ชื่อคุณน้ำ เพิ่งจะมีอาการตอนท้องนี่แหละ เป็นบ่อยๆ อาทิตย์ละ 3-4 วัน ตลอด 9 เดือนเลย เธอพยายามไม่ทานยาเหมือนกัน

วิธีที่ช่วยได้จริงๆ สำหรับคุณแม่รายนี้ เธอบอกว่าต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในที่โล่งโปร่ง มีลมเย็นๆ พัด หลีกเลี่ยงการใช้สายตามากๆ เพราะตอนท้องสายตาจะเปลี่ยนแปลงจากเดิมนิดหน่อย ถ้าเพ่งมากจะกระตุ้นให้ปวดนะจ้ะ

ไม่เพียงเท่านี้นะจ้ะคุณเพื่อน ด้วยความเป็นห่วงหลานในท้องและจะได้เอาข้อมูลมาฝากแฟนๆ คอลัมน์นี้ด้วย เราจึงรีบไปถามคุณหมอมาให้จ้ะ


รู้จักไมเกรน

ไมเกรน (Migraine) อาการปวดหัวที่หลายคนต้องทนมาหลายปี ปวดข้างเดียว ปวดข้างซ้ายย้ายมาข้าวขวา หรือว่าปวดร้าวไปทั้งหัวเลยไปที่กระบอกตา หรือท้ายทอย บางคนปวดตุ๊บๆ ตามจังหวะชีพจรบางครั้งรุนแรงจนถึงทำอะไรไม่ได้ต้องหยุดทำงานทีเดียว ถ้าจะให้แบ่งประเภท ก็แบ่งได้ตามอาการดังนี้ค่ะ
  • Common Migraine จะมีอาการปวดหัว บางทีอาจจะปวดทั้งสองข้างหรือปวดศรีษะก็ได้ ไม่ใช่ปวดข้างเดียวเสมอไป โดยจะมีอาการไมเกรนร่วมด้วยคือ อาเจียน ปวดศรีษะตุ้บๆ ปวดบริเวณขมับร้าวมาที่กระบอกเบ้าตา หรืออาจจะร้าวไปท้ายทอย อาการจะค่อยๆ ปวดเพิ่มขึ้นไปจนถึงจุดที่ปวดมากๆ ซึ่งจะใช้เวลา 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง และจะมีอาการปวดมากจะอยู่ตั้งแต่ 4-5 ชั่วโมง ไปจนถึงมากที่สุด 2-3 วัน แล้วค่อยๆ หายไปเอง หรืออาจเป็นซ้ำอีกในเวลาต่อๆ มา

  • Classic Migraine อาการโดยทั่วไปจะคล้ายกับ Common Migraine แต่จะมีอาการนำก่อนปวด เช่น เห็นแสงแวบแปลกๆ บางคนรู้สึกชาที่หน้าหรือมือ จากนั้นจะเริ่มมีอาการอื่นๆ ของไมเกรนตามมา

  • ไมเกรนชนิดอื่นๆ มีอยู่หลายลักษณะ บางคนเป็นไมเกรนชนิดไม่ปวดหัว บางคนมีอาการแปลกๆ เช่นตาพร่า ตามัวก่อนเป็น บางคนเป็นไมเกรนแล้ว ง่วงซึม ซึ่งบางครั้งยากที่จะวินิจฉัย ต้องให้แพทย์เฉพาะทางซักประวัติโดยละเอียด
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ปวดหัวได้เร็วและมีอาการรุนแรงมากขึ้นก็คือ การเจอกับแสงแดดจ้า หรือการได้กลิ่นอะไรบางอย่าง พักผ่อนให้เพียงพอ เครียด อากาศร้อน ควันรถ หรือดื่มไวน์แดง ซึ่งแต่ละคนก็จะไวต่อตัวกระตุ้นที่แตกต่างกันไป


ไมเกรนกับคุณแม่ท้อง

ไมเกรนเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้หญิงถึงร้อยละ 20 ดังนั้นคนท้องย่อมมีโอกาสเป็นได้ แต่พบว่าร้อยละ 60 หรือ 2 ใน 3 ของผู้หญิงที่เคยเป็นมีอาการก่อนท้อง ขณะมีเจ้าตัวน้อยอาการไมเกรนจะหายไป

สิ่งที่ทำให้ผู้หญิงเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชาย เพราะฮอร์โมนของผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากไปเกรนมีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนภายในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศหญิง ดังนั้นบางคนจึงมีอาการปวดหัวก่อนระหว่างมีหรือหลังมีประจำเดือน

คนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อตั้งครรภ์มีอาการนั้น อาจจะเป็นเพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็วจึงทำให้เกิดอาการไมเกรน สำหรับกรณีคนที่เคยเป็นมาก่อนตั้งท้อง พอท้องแล้วอาการหายไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายมีการปรับระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงขึ้น และมีระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำลงจึงช่วยป้องกันไม่ให้ปวดหัว

อย่างไรก็ตามคนที่มีอาการไมเกรนมาก่อน หากปวดหัวในช่วงตั้งครรภ์ก็จะรู้สึกปวดหัวในช่วง 3 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญมากของการฟอร์มตัวทารก ดังนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงการทานยาให้มากที่สุด

แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาจริงๆ คุณหมอจะเลือกยาที่มีผลกับลูกน้อยที่สุด ทั้งนี้ต้องพิจารณาประวัติการเจ็บป่วยประกอบด้วยว่าเป็นไมเกรนจริงหรือไม่ หรืออาจจะมีโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการตั้งครรภ์ เช่น โรคสมองที่มีอาการคล้ายไมเกรน ดังนั้นคุณแม่คนใหม่ที่มีอาการปวดศรีษะและอาเจียนร่วมด้วย ควรรีบไปปรึกษาคุณหมอ เพื่อที่จะได้วินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง


แม่ท้องกับยาไมเกรน

การทานยาระงับอาการปวดไมเกรนจะส่งผลกับลูกในครรภ์หรือไม่ เป็นคำถามที่คุณหมอเจออยู่บ่อยๆ ซึ่งยาระงับอาการไมเกรนจริงๆ แล้วไม่ค่อยมีผลกับครรภ์เท่าใดนัก เพราะมียาหลายตัวที่สามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม และคนไข้ที่เป็นคุณแม่ทั้งหลายก็ไม่อยากรับยาอยู่แล้ว แต่หากมีอาการจนทนไม่ได้แล้วไมได้รับยาก็ต้องส่งผลกระทบกับลูกอยู่ดี เพราะคุณแม่ที่เป็นไมเกรนจะมีความเครียด อาเจียน ทำให้ทานอาหารไม่ได้ น้ำหนักลด ซึ่งอาจจะส่งผลกับเจ้าตัวน้อย

หากจำเป็นต้องทานยาควรเริ่มจากยาพาราเซตามอลก่อน ซึ่งหากไม่ได้ผล คุณหมอจะเปลี่ยนเป็นยาแก้ปวดที่แรงขึ้นตามความเหมาะสม


หลีกไกลไมเกรน

สำหรับคุณแม่ท้องและหลังคลอด การหลีกทางจากไมเกรนคือการป้องกันซึ่งทำได้หลายวิธีด้วยกัน
  • พักผ่อนให้มาก หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงหรือสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว

  • อย่าเครียด อันนี้พูดง่ายแต่ทำยาก บางทีเครียดโดยไม่รู้ตัว รู้ก็ตอนที่ปวดหัวไปแล้ว (ฮ่า ฮ่า)

  • ควรระงับความเครียดด้วยการทำสมาธิ ซึ่งเป็นการบำบัดทำให้จิตใจสงบ อารมณ์ดีอยู่เสมอ

  • การออกกำลังกายอาจจะเป็นท่าโยคะสำหรับแม่ท้อง และหลังจากท้องในช่วงไตรมาสที่สองแล้วการเดินรับอากาศบริสุทธิ์ก็ช่วยให้อาการไมเกรนบรรเทาลง หรือป้องกันให้เกิดยากขึ้น แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยคุณแม่จึงจะอดทนกับอาการปวดได้มากขึ้น

  • เรื่องอาหารการกินก็สำคัญ หากกินหรือว่าได้กลิ่นอะไรแล้วปวดศรีษะต้องพยายามหลีกเลี่ยง
เพราะอาการไมเกรนสามารถกลับมาเป็นได้อีกเรื่อยๆ หากว่าได้รับการกระตุ้นที่รุนแรงเพียงพอดังนั้นวิธีสร้างภูมิที่ดีและง่ายที่สุดก็คือออกกำลังกาย เพราะทำให้แข็งแรงขึ้น เป็นการปรับสารเคมีในสมองและลดความเครียด ก็จะเป็นไมเกรนน้อยลงเรื่อยๆ

หวังว่าคงจะได้วิธีไปช่วยลดปวดหัวได้บ้างนะ แต่เราว่าถ้าหวานมีอาการตามที่บอกมาจริงๆ ให้รีบไปปรึกษาคุณหมอดีกว่า เผื่อว่าจะมีโรคอื่นที่ไม่ใช่ไมเกรนก็ได้ กันไว้ดีกว่าแก้จ้ะ
 
 

[ ที่มา...นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 300 มกราคม 2551 ]

URL Link : http://www.panpublishing.com

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]