บทความเกี่ยวกับ คู่มือเลี้ยงลูก
คนเป็นคนที่ - 2491 [Date : 26 มี.ค 2551 ]   
 
เด็กชาย... วัยซน... วัยเสี่ยง!
 
วันที่ 26 มี.ค 2551   โดย นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์
 
 

เด็กชาย... วัยซน... วัยเสี่ยง!


เลี้ยงลูกชายเหมือนเลี้ยงลิง เลี้ยงลูกหญิงเหมือนเลี้ยงแมว จริงบ้างไม่จริงบ้างก็ว่ากันไปครับ แต่ที่แน่ๆ คือ ว่าอุบัติการณ์การเกิดการบาดเจ็บในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงเกือบสองเท่าตัว โดยปรากฏการณ์นี้พบได้ตั้งแต่เด็กทารกที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวดีขึ้นคือประมาณแปดเก้าเดือนเป็นต้นไปเด็กชายก็เริ่มบาดเจ็บแซงหน้าเด็กหญิงแล้ว

ช่วงสายของวันจันทร์ที่ผ่านมา “คุณอ้อน” แม่บ้านวัย 20 เศษอุ้มน้องอ้นลูกชายวัยเกือบ 2 ขวบ ที่กำลังสะอึกสะอื้นด้วยความปวดจากแผลที่ศรีษะ คุณอ้อนเล่าให้หมอฟังว่า ราวชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่เธอกำลังนั่งรีดผ้าดูทีวีไปด้วยเจ้าอ้นลูกชายก็กำลังเล่นอะไรไปเรื่อยตามประสาเด็กวัยซน
“ก็เห็นอยู่ค่ะว่าเขาลากเก้าอี้มาใกล้ชั้นวางของ แล้วก็ยืนหยิบโน่นหยิบนี่ที่ชั้นวางของซึ่งเขาก็เล่นอย่างนี้ของเขาทุกวัน”

“อ้อนก็เลยไม่ทันคิดว่า จู่ๆ วันนี้เขาจะเอื้อมมือขึ้นไปดึงผ้ากำมะหยี่สีแดงที่วางอยู่ แล้วเมื่อเขาดึงลงมา...ก็เลยเป็นเรื่อง...”
ครับ...ที่ “เป็นเรื่อง” ก็เพราะ...เหนือผ้ากำมะหยี่สีแดงนั้นคุณแม่ได้วางวิทยุเครื่องเล็กๆ เอาไว้! เมื่อลูกชายดึงผ้าลงมาก็หมายถึง เจ้าวิทยุก็หล่นร่วง ใส่ศรีษะของเจ้าอ้นโครมใหญ่!!! (ยังดีที่เจ้าอ้นไม่ตกจากเก้าอี้ ไม่เช่นนั้นคงเจ็บหนักกว่านี้)

วิทยุหล่นลงพื้นพังไปแล้ว คุณแม่ไม่เสียดายหรอก แต่หัวของลูกชายที่แตกและเลือดซึม คือภาพที่คุณแม่เห็นแล้วถึงกับเข่าอ่อน...

การดูแล รักษาพยาบาลเมื่อลูกหัวแตก

เมื่อลูกหัวแตก ประการแรกคืออย่าตกใจกลัวเลือดออกในสมองจนร้องห่มร้องไห้เกินเหตุควบคุมสติสตังให้อยู่กับที่ก่อนครับบาดแผลที่หัวมีเลือดออกได้มากก็เพราะว่าผิวหนังบริเวณนี้มีเลือดมาเลี้ยงดีมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้เลือดหยุดไหลยากกว่าที่อื่นครับ เพียงแค่ใช้ผ้าสะอาดวางบนแผลแล้วใช้มือกดไว้ประมาณห้านาที เลือดก็หยุดไหลแล้ว เมื่อเลือดหยุดให้ใช้ไฟฉายส่องดูถ้าแผลกว้างกว่าสองเซนติเมตรหรือแผลอ้า เลือดไหลไม่หยุดจึงนำส่งพบแพทย์ หรือหากตกที่สูง หรือของหนักหล่นจากที่สูง เด็กมีอาการอาเจียน ปวดหัว ซึมลง หรือแขนข่าอ่อนแรง ต้องนำส่งแพทย์ครับ

จุดเสี่ยงของเด็กชายในบ้าน

“บ้าน” ในความรู้สึกของพวกเรา ก็คือ สถานที่ร่มเย็น สุขสบายและปลอดภัยที่สุด แต่หากว่าครอบครัวใดที่มีเด็กเล็กอาศัยอยู่ในชายคาเดียวกัน แล้วผู้ใหญ่ในบ้านไม่เอาใจใส่ลูกหลาน หรือไร้มาตรการเพื่อความปลอดภัย “บ้าน” ก็อาจจะไม่ร่มเย็นไม่สุขสงบอีกต่อไป...

ที่ว่าซนแล้วเจ็บในเด็กชาย ส่วนใหญ่ก็เกิดขึ้นในบ้าน ยิ่งลูกเข้าสู่วัยสำรวจโลก คือ ช่วง 1-2 ขวบ กล้ามเนื้อใหญ่ และกล้ามเนื้อเล็กมีการพัฒนาการอย่างรุดหน้า เด็กจะสามารถเดิน วิ่ง ปีนป่ายได้ ใช้นิ้วใช้มือในการหยิบฉวย แหย่รูได้ดี คุณพ่อคุณแม่ก็ยิ่งต้องเพื่อความเอาใจใส่ และระมัดระวัง ในขณะเดียวกันก็ต้องให้อิสระลูก โดยไม่ปิดกั้นไปซะทุกอย่างและให้เอาใจใส่ใน “จุดเสี่ยง” ของบ้าน ดังต่อไปนี้


ของหนัก ของคม ของแรง เก็บให้ดีๆ ครับ

เด็กเล็กที่เล่นซน จนของหนักหล่นใส่หัวบาดเจ็บเช่นเดียวกับน้องอ้นก็มีไม่ใช่น้อย บางคนถึงกับคอหักเสียชีวิต เช่น ที่โดนทีวีเครื่องใหญ่หล่นใส่จนเสียชีวิตหรือตู้หนังสือใบเขื่องที่เอนลงมาทับเด็กเมื่อหลายปีก่อนหลายๆ บ้านแก้ปัญหาโดยการวางทีวีไว้บนชั้นเหล็ก ที่ติดตั้งกับข้างฝาหรือการเชื่อมยึดตู้หนังสือให้ติดกับกำแพงอย่างถาวร (แต่ถึงอย่างไร ก็ควรหมั่นเช็คดูบ้างนะครับ ว่ามันยังคงติดแน่นมั่นคง ไม่โยกเยก)

มีด ของมีคมทั้งหลาย ก็เป็นสิ่งที่เด็กชายไม่ว่าเล็กหรือโตต่างก็ชอบกันทั้งสิ้น ยิ่งดูในทีวี ฟันดาบโช้งเช้งกันใหญ่แล้ว ยิ่งติดอกติดใจ ไขว่คว้าหามาเล่นกันพันละวัน พ่อแม่ควรเก็บไม่ว่ามีดคัตเตอร์ มีใช้ในห้องครัว กรรไกร เหล็กปลายแหลมทั้งหลายให้เป็นที่เป็นทาง อยู่ในตู้ในลิ้นชักล็อกให้เรียบร้อย หากตู้หรือลิ้นชักล็อกไม่ได้ อย่าลืมครับว่าตามห้างมีขายอุปกรณ์ที่ใช้ในการล็อก ซึ่งติดตั้งง่าย ผู้ใหญ่เปิดได้ เด็กเปิดไม่ออกครับหาซื้อไม่ยากตามแผนกอุปกรณ์บ้าน

ปืน ในเด็กโตมีอันตรายอีกอย่างที่ในต่างประเทศพบมากขึ้นเรื่อยๆ ในบ้านเราก็มีรายงานประปรายคือการเล่นปืน เด็กชายชอบไปค้นหาปืนพ่อมาเล่นกัน หากคุณพ่อไม่เก็บไว้เป็นที่เป็นทาง แถมใส่กระสุนรอไว้เสร็จ เด็กไปเอามาส่องมองกัน หรือทำท่าทางจ่อยิงกัน พลาดพลั้งกระสุนลั่น เป็นเหตุให้เสียชีวิต


ที่สูง... ปีนป่าย หกล้ม

บันได จะสังเกตได้ว่า เด็กชายวัยหนึ่งถึงสองปี จะชื่นชอบกับการปีนบันได แม้ว่าจะค่อนข้างทุลักทุเลกว่าจะผ่านพ้นไปแต่ละขั้น

ในเด็กๆ วัยนี้ การปีนบันขาขึ้น ไม่ใช่เรื่องลำบากนัก แต่ขาลงนี่สิครับ ยังเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับเขา เด็กหลายคนปีนขึ้นไปยืนบันไดบนสุด แล้วยิ้มอย่างภาคภูมิใจ แต่แล้วก็กลับร้องไห้จ้า เรียกคุณพ่อคุณแม่มาอุ้มเมื่อถึงคราวอยากจะลง ในขณะที่เด็กบางคนก้มหน้าก้มตาหาทางลงอย่างหมิ่นเหม่ และเสี่ยงต่อการตกบันได

แต่อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ก็ควรสอนให้เจ้าชายตัวน้อยปีนบันไดขึ้นลง โดยเราดูแลอย่างใกล้ชิดระมัดระวังอย่าให้ลูกหล่น หรือล้มกระแทก ค่อยๆ สอนให้เขาหัดเอาก้น หรือด้านข้างลง แต่ที่สำคัญคือ ไม่ต้องเร่งร้อน ไม่ต้องฝืนถ้าลูกยังไม่พร้อม หรือยังไม่ต้องการจะหัดในตอนนี้

ปีนป่ายเก้าอี้ โซฟา เก้าอี้เป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่เด็กๆ ชอบปีน เราสอนให้เขาปีนขึ้นมาเพื่อนั่งกินข้าวด้วยกัน แต่อย่าสอนเพื่อให้ปีนเล่นเพื่อขึ้นมายืนหยิบของ หรือเพื่อขึ้นมายืนแล้วกระโดดเล่น เพราะหากคุณพ่อสอนให้กระโดด คุณแม่ห้ามกระโดด กลับไปกลับมา เด็กจะไม่ได้เรียนรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ เก้าอี้ในบ้านควรเลือกที่มีความมั่นคงไม่ล้มง่าย เก้าอี้ขาสูงๆ เด็กปีนป่ายแล้วล้มคว่ำได้ง่าย ก็ไม่ควรใช้

อีกอย่างหนึ่งคือคุณพ่อ คุณแม่ต้องสังเกตพนักพิงของเก้าอี้ให้ดีครับ บางครั้งมีช่องรูขนาด 9-23 ซม เรียกกันว่าช่องว่างอันตรายซึ่งเด็กสามารถเอาตัวลอดช่องไปได้แต่ศรีษะติดค้าง ต้องหลีกเลี่ยงครับ


พื้นลื่นไถล

ห้องน้ำ เป็นจุดเสี่ยงที่ลูกชายมักบาดเจ็บจากการหกล้ม ต้องทำความสะอาดพื้นไม่ให้มีคราบไคล ตะไคร่น้ำ ผงซักฟอก สบู่ หรือแป้งตกค้างที่พื้น หลังอาบน้ำ ปะแป้ง ซักผ้าทุกครั้งเอาน้ำฉีดล้างพื้น อย่าให้คราบเหล่านี้ตกค้างบางครั้งเด็กๆ เล่นๆ อยู่ปวดฉี่แต่ยอมกลั้นไว้จนทนไม่ได้จึงวิ่งเร็วจี๋เข้าไปในห้องน้ำ แล้วลื่นล้ม มักจะเป็นศรีษะด้านหลังที่กระแทกพื้นหรืออ่างล้างหน้าเจ็บครับ! อันตรายมากด้วย! ต้องช่วยกันดูแลครับ


ซ่อนแอบ ช่องรู มุดลอด

การเล่นซ่อนแอบ คือการละเล่นที่สร้างความตื่นเต้นสนุกสนานให้กับเด็กๆ ทุกวัย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มักเล่นพร้อมกับพี่ๆ ...เคยมีคุณแม่ท่านหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่า วันนั้นพี่ๆ หาน้องสาวคนเล็กไม่เจอนับชั่วโมง จนต้องตามคุณแม่มาช่วยหา สุดท้ายก็เจออยู่ในลังกระดาษรกๆ ใบหนึ่งในห้องเก็บของ ขณะที่กำลังหมดสติ!

ในขณะที่เคยมีข่าวเมื่อหลายปีก่อน ที่เด็กเล็กๆ เข้าไปแอบซ่อนในตู้เย็น และโดนแช่แข็งอยู่ในนั้น! ดังนั้นพ่อแม่จึงควรกำหนดพื้นที่อันตรายที่ห้ามลูกๆ เข้าไปแอบซ่อน (เช่น ในห้องเก็บของ, ในตู้เย็น, ในโรงรถ ฯลฯ...) และอย่าลืมที่จะคอยสังเกตการณ์เสมอเมื่อลูกๆ เล่นเกมซ่อนแอบกัน

ใครที่เคยมีลูกเล็กมาก่อน คงจำวันคืนที่แสนวุ่นวาย ที่ต้องเดินหาเจ้าตัวเล็กกันรอบบ้าน เพื่อมาพบว่ามุดเข้าไปอยู่ใต้เตียงหรือแม้แต่ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง ซอกหลืบใต้โต๊ะทำงาน, โต๊ะกินข้าว ก็ดูเหมือนเป็นห้องส่วนตัวของเจ้าหนูที่มักหยิบตุ๊กตาตัวโปรด 2-3 ตัว หลบเข้าไปสร้างจินตนาการอย่างมีความสุข

หนทางที่ดีก็ควรจะจัดห้องส่วนตัวให้เขาซะเลย บ้านจำลองของเด็กๆ ที่ทำด้วยกระดาษหรือผ้าร่มก็เห็นวางขายอยู่ตามห้างทั่วไป หรือคุณพ่อคุณแม่จะหากล่องกระดาษมาตกแต่งให้งดงามน่ารัก เท่านี้ก็คงโดนใจลูกน้อยวัยซน แถมยังปลอดภัยอีกด้วยครับ
 
 

[ ที่มา...นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.173 December 2007 ]

URL Link : http://www.familydirect.com

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]