บทความเกี่ยวกับ คู่มือเลี้ยงลูก
คนเป็นคนที่ - 12294 [Date : 07 มี.ค 2551 ]   
 
ไอ...สัญญาณบอกสุขภาพลูก
 
วันที่ 07 มี.ค 2551   โดย อาราดา
 
 

ไอ...สัญญาณบอกสุขภาพลูก


คุณพ่อคุณแม่คงรู้สึกอย่างนี้ใช่ไหมคะ พอได้ยินเสียงไอค้อกแค้กของเจ้าตัวเล็กทีไร ก็เกิดกังวลใจตามมาทุกที... ด้วยเกรงว่าลูกจะเป็นอะไรมากกว่าอาการไอที่เห็น รักลูกเข้าใจความรู้สึกดังกล่าวค่ะจึงเรียนเชิญ รศ.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาบอกเล่าถึงเรื่องไอ.. ไอ.. นี้ค่ะ

อาการไอเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กช่วงอายุ 4 เดือนถึง 2 ขวบ เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ได้รับมาจากแม่เริ่มหมดลงแล้ว จึงมีโอกาสรับเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย ยิ่งหากไอติดต่อกันนานๆ ไม่หายสักที น่าสงสัยว่าอาจเข้าขั้นไอเรื้อรังได้ค่ะ


ต้นเหตุไอเรื้อรัง

อาการไอเป็นกลไกอย่างหนึ่งจากการที่ร่างกายต้องการจะกำจัดเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมออกไป แต่ถ้ามีอาการไอติดกันมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไปนั้น ถือว่าเป็นอาการของโรคไอเรื้อรังค่ะซึ่งสาเหตุหลักๆ มีอยู่ 2 ประการคือ

1. ไอเพราะติดเชื้อ
  • การติดเชื้อซ้ำซ้อน เมื่อลูกได้รับเชื้อไปก็จะมีอาการไอประมาณ 1-2 วัน จากนั้นอาการมักจะดีขึ้นแล้วเป็นซ้ำอีกส่วนใหญ่มักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีน้ำมูก เสียงแหบ เจ็บคอ และเป็นไข้
    การติดเชื้อซ้ำซ้อนส่วนมากพบในเด็ก ที่เริ่มให้เข้าเนิร์สเซอรี่เด็กจะเริ่มมีอาการไอหรือน้ำมูกไหลตลอดปีหรือเป็นๆ หายๆ

  • การติดเชื้อที่ไม่รุนแรง แต่อาการของโรคมีระยะเวลานาน เช่น ได้รับเชื้อไมโครพลาสมา ซึ่งเป็นเชื้อที่ไม่รุนแรงแต่เป็นนานและการรักษายากกว่าการติดเชื้อที่มีความรุนแรงซึ่งรักษาได้ง่ายกว่าให้ยาในการรักษาไม่นานเชื้อก็จะตาย

  • โรคติดเชื้อไอกรน ซึ่งเป็นโรคทางประวัติศาสตร์และเจอน้อยมาก เด็กที่ได้รับเชื้อมักจะมีอาการไออย่างหนักและยาวนานประมาณ 3 เดือน จากนั้นอาการจะค่อยๆ ทุเลาลงได้ ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคนี้แล้ว ซึ่งเด็กทุกคนควรจะได้รับช่วง 2, 4, 6 เดือน และฉีดกระตุ้นเมื่ออายุขวบครึ่งและ 4-6 ปี อยู่แล้ว
2. ไอเพราะภูมิแพ้
อาการภูมิแพ้ถือเป็นโรคที่พบได้มากในปัจจุบัน ยิ่งถ้าตรวจพบว่าประวัติในครอบครัวเป็นภูมิแพ้ด้วยแล้วโอกาสเกิดภูมิแพ้ก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งเด็กที่แพ้มักจะไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ ง่ายกว่าปกติ ทั้งขี้ฝุ่น ตุ๊กตาขนสัตว์ กองหนังสือหรือไรฝุ่นจากที่นอน หมอน มุ้ง ล้วนแต่เป็นสาเหตุของอาการแพ้ได้ โดยเฉพาะไรฝุ่นจะถือเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้เลยล่ะค่ะ

อย่างไรก็ตาม ในเด็กปกติก็สามารถเกิดภูมิแพ้ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเจอสิ่งกระตุ้นที่มีความรุนแรงเพียงใด เช่น ไปอยู่ในที่มีฝุ่นควันเยอะๆ หรือในอาการเย็นจัด เป็นต้น

เรื่องไอๆ ที่พ่อแม่พึงระวัง

สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงที่ลูกไอ คุณหมอบอกว่าคือการติดเชื้อที่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ดังนี้ค่ะ

สรุปคือถ้าหนูน้อยมีอาการไข้ ไอ หอบ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นโรคปอดบวม แต่ถ้ามีไข้และไอเฉยๆ ก้อาจจะเป็นอาการของหลอดลมอักเสบ

เพราะฉะนั้น ทั้งคุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าดูอาการไอของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ทางที่ดีหากเจ้าตัวเล็กมีอาการไอ ติดต่อกันหลายวันก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องพาไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยค่ะ


พ่อแม่ดูแลเบื้องต้น
  • ไอเพราะมีเสมหะ การดูแลรักษาเบื้องต้นเพื่อกำจัดเสมหะซึ่งก่อให้เกิดอาการไอที่พ่อแม่ทำได้ง่ายมาก คือ ให้ลูกดื่มน้ำเยอะๆ และบ่อยครั้ง พ่อแม่บางคนให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพน้ำที่ให้ลูกดื่มมากจนเกินไป เมื่อลูกป่วยก็ห้ามดื่มน้ำเย็น โดยที่ไม่ได้ดูจากธรรมชาติของเด็กว่าชอบดื่มแบบไหน ในเด็กบางคนนั้น การที่ดื่มน้ำเย็นอาจทำให้ดื่มน้ำได้ปริมาณที่มากกว่าเดิม ดังนั้น พ่อแม่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างปริมาณของน้ำที่ต้องการให้ลูกน้อยกับคุณภาพของน้ำที่ให้ลูกดื่ม
    ถ้าลูกดื่มน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นได้ปริมาณเท่ากับดื่มน้ำเย็นก็ควรให้ลูกดื่มน้ำอุ่นแทน แต่หากดื่มน้ำอุ่นและน้ำธรรมดาไม่ได้แต่ดื่มน้ำเย็นได้ก็ต้องยอมรับข้อเสียซึ่งมีไม่มากนัก สรุปคือ ขอให้ดื่มน้ำ ปริมาณเยอะๆ จะน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นก็ได้

  • ไอเพราะน้ำมูก มีเสมหะ และรู้สึกระคายเคืองลำคอ ใช้วิธีรักษาตามอาการ ถ้าลูกระคายเคืองในลำคอให้อมยาอม วิตามินซีหรือการให้ลูกทานน้ำผึ้งก็ช่วยทำให้ชุ่มคอได้ ส่วนอาการไอที่เกิดจากน้ำมูกก็ให้กินยาลดน้ำมูก ซึ่งต้องให้เท่าที่จำเป็นและตามความเหมาะสม เพราะการให้ยาลดน้ำมูกทำให้น้ำมูกแห้งแต่เสมหะจะเหนียว และร่างกายก็อาจขาดเสมหะออกมาไม่ได้ ทำให้อาการเริ่มลุกลาม จนถึงขั้นเป็นปอดบวมได้

ดังนั้น เมื่อให้ลูกกินยาลดน้ำมูกไปแล้ว พ่อแม่ก็ต้องตระหนักว่าควรให้เด็กดื่มน้ำในปริมาณที่มากขึ้นด้วย เพื่อทำให้เสมหะไม่เหนียวข้น แม้ว่าเด็กวัยนี้ยังขากเสมหะทิ้งไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเสมหะที่เหลวก็จะทำให้ลูกกลืนลงกระเพาะไปได้โดยง่าย เมื่อเสมหะมีเยอะเกินก็จะอาเจียนออกมาเองตามธรรมชาติ


คุณหมอช่วยรักษา
  • ซักประวัติ การซักประวัติของลูกน้อยเป็นสิ่งที่สำคัญมากคุณหมอจะสอบถามถึงประวัติโรคภูมิแพ้ของคนภายในครอบครัวการเดินทางไปตามแหล่งชุมชนซึ่งมีผู้คนแออัดยัดเยียด หรือการเข้าเนิร์สเซอรี่ กรณีที่เด็กมีอายุไม่ถึงขวบแล้วเข้าเนิร์เซอรี่ ก็ให้สันนิษฐานได้เลยว่า อาการไอและติดเชื้อมาจากสาเหตุนี้แน่นอน เพราะเด็กมักเริ่มป่วยที่อายุ 4 เดือน-2 ขวบ ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เด็กดูแข็งแรง แต่ภูมิคุ้มกันไม่ดี เนื่องจากภูมิคุ้มกันจากคุณแม่เริ่มหมดไปแล้ว เพราะฉะนั้น เด็กจะเป็นหวัดและไอหนักๆ อยู่ 2 ช่วง ช่วงแรกก็คือ 4-6 เดือน ช่วงที่สองคือ ขวบครึ่ง-2 ปี เมื่อเข้าชั้นประถมปีที่ 1 อาการเหล่านี้ก็จะหายไปได้เอง

  • ตรวจร่างกาย เพื่อดูว่ามีเสมหะ เป็นไข้มากน้อยเพียงใดอย่างไรก็ตามในการพาลูกมารับการรักษานั้นควรจะทำเมื่อลูกมีอาการไอมากเป็นเวลานานหลายวัน ถ้าหากเป็นแค่เพียง 1-2 วัน ก็ยังไม่ควรรีบพาไปโรงพยาบาล เพราะอาจได้รับเชื้อจากข้างนอกเพิ่มด้วย อีกทั้งทำให้ได้รับยาบางอย่างเกินความจำเป็น ทั้งยาแก้ไข้ ยาลดน้ำมูก ยาขับเสมหะ ยาฆ่าเชื้อ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก

จำเป็นมั้ย...ต้องดูดเสมหะและน้ำมูก?

การดูดเสมหะและน้ำมูกไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นมากนัก หากเด็กได้ดื่มน้ำปริมาณมาก จะขจัดปัญหาเรื่องเสมหะเหนียวได้ แต่ถ้าในเด็กเล็กหรือไม่สามารถดื่มน้ำได้ในปริมาณมากได้ เช่น เด็กที่เป็นโรคหัวใจ พ่อแม่อาจใช้ลูกยางแดงช่วยดูดเสมหะ ในกรณีที่เสมหะอยู่ลึกมาก คุณหมอจะใช้สายยางดูดเอาน้ำมูกออกมา ส่วนคุณแม่ใช้ก้านสำลีค่อยๆ เช็ดออกก็สามารถช่วยลดการอุดตันของน้ำมูกได้

ไอเรื้อรังในเด็กเล็ก ถือเป็นเรื่องที่พบเจอได้บ่อยๆ ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่รู้ข้อมูล และหาสาเหตุที่ทำให้ลูกไอพบ ก็จะช่วยให้ลูกปลอดภัยจากโรคนี้โดยง่ายค่ะ
 
 

[ ที่มา...นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 299 ธันวาคม 2550 ]

URL Link : http://www.panpublishing.com

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]