บทความเกี่ยวกับ สุขภาพจิต
คนเป็นคนที่ - 2971 [Date : 20 เม.ย. 2553 ]   
 
เบื่อ งาน
 
วันที่ 20 เม.ย. 2553   โดย วารยา
 
 

เบื่องาน

ประเดิมเริ่มคอลัมน์ใหม่หมาดนี้ด้วย ประเด็น เบื่องาน คงจะโดนใจใครเช่นคุณจำนวนไม่น้อย ในช่วงเวลาวุ่นๆ ของสังคมไทยในทุกวันนี้
เคยบ้างไหม อยากจะลาออกหรือเปลี่ยนงานประจำที่ทำมาร่วม 20 ปี เพราะอยู่ๆ ก็เบื่อเซ็งเสียเต็มประดา บางทีตื่นเช้าขึ้นมาไม่อยากไปทำงาน ไปถึงแล้วก็ไม่มีแก่ใจทำงาน หรือทำไปแบบหุ่นยนต์ ไม่สามารถคิดอะไร ปิ๊งๆ ได้เพราะหัวสมองถูกบล็อกด้วยความเบื่อหน่าย
กลุ่มคนเบื่องานมานั่งช่วยกันขบคิดแล้วเห็นทางออก 2-3 ทางแก้ปัญหามาแลกเปลี่ยนกันดังนี้
  • ลาพักร้อน 3-7 วัน
  • หลาย คนขยันทำงานจนลืมวันพักร้อน มีแต่วันลากิจไปประชุมผู้ปกครองลูกคนเล็ก ไปมอบตัวลูกคนโต พาแม่สามีไปหาหมอ หรือลาไปตรวจภายใน ขออภัย... เป็นสถานการณ์จริง ล้วนแต่ลาเพื่อภารกิจสำคัญ ไม่เคยลาเพื่อนอนเหยียดยาวหรือเพื่อหาความแปลกใหม่ให้ชีวิต
    ในช่วงเบื่องาน การลาพักร้อนยังมีประโยชน์สำคัญที่ทำให้สามารถคิดทบทวนชีวิตที่ผ่านมา ได้ทำอะไรไปบ้าง เพื่ออะไร และจะทำอะไรต่อไปในช่วง 20 ปีปลายของชีวิตการทำงาน ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยบอกว่าเวลาวุ่นวายหรือขุ่นมัว ก็เหมือนมองผ่านน้ำที่ถูกกวนให้ขุ่น ไม่เห็นตัวปัญหาที่แท้จริง ท่านให้รอหรือหาจังหวะที่น้ำใส มองเข้าไปในตนเอง ผู้หญิงเราจะพบสิ่งที่ต้องการแท้จริง และสามารถหาวิธีจัดการอย่างเหมาะสม ให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้น
    ที่สำคัญ ก่อนจะลาพักร้อน ก็ฝากฝังงานกับเพื่อนที่เข้าใจคุณสักคน แล้วค่อยหาทางตอบแทนเขาหรือเธอภายหลัง
  • ลองทำสิ่งใหม่ๆ ในขณะพักร้อน
  • ลอง หากิจกรรมใหม่ๆ ทำถ้าจะให้ดีก็ลองทำสิ่งที่คิดว่าเมื่อลาออกจากงานแล้วจะทำ เช่น ทำกับข้าว ทำขนม พวกขนมปัง คุกกกี้ น้ำพริก ที่พอจะเก็บได้สัก 2-3 วัน หลังพักร้อนก็นำไปขายเพื่อนที่ทำงานเสียเลย บางทีอาจพบเส้นทางทำกินใหม่ๆ หรืออาจเดินไปสำเพ็ง ซื้อผ้ามาเย็บกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ แบบเก๋ๆ ไว้แจกบ้างขายบ้าง
    เรื่องแบบนี้ บางทีอาจไม่ต้องอาศัยวันพักร้อน แต่หาช่วงเวลาวันละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ทดสอบตัวเองว่าทำได้หรือไม่ ถ้าจะต้องอยู่กับงานทำกับข้าว ร้อยลูกปัด เย็บกระเป๋า เพื่อหาเงินให้ได้เพียงพอ
  • เปลี่ยนวิธีคิด
  • หา ความสุขจากงาน เมื่อลองหยุดและให้เวลาตัวเองได้คิดทบทวนงานที่ทำอยู่ว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” งานที่เหมาะกับเราหรือพบตนเองไม่สามารถไปต่อสู้กับโลกนอกที่ทำงานได้ ก็หาความสุขจากการทำงานต่อไป คิดเสียว่า เราแค่เบื่อความวุ่นวายในที่ทำงาน โดยไม่รู้ว่า โลกข้างนอกอาจยุ่งเหยิงยิ่งกว่า งานที่ทำก็มีคุณค่าต่อตัวเราและต่อคนอื่น และเมื่อถึงปลายเดือน มีเงินเข้าบัญชีแน่ เป็นความมั่นคงที่สุดแล้วในขณะนี้

ที่สำคัญ ต้องอาศัยการเปิดหูเปิดตารับฟังปัญหาของคนอื่นบ้าง จะได้รู้ว่าบางคนนั้นปัญหาหนักกว่าเราเสียอีก ถ้าในที่ทำงานมีใครสักคนเป็นเพื่อนที่เข้าใจและเราอยากไปพบเจอทำงานด้วย นั่นอาจเป็นของขวัญจากการทำงานที่มากพอแล้ว
สุดท้ายคือ กลับไปหาแม่ ฟังดูแปลกหูอยู่หน่อยๆ ในเมื่อเราก็เติบโตจนเป็นแม่มาตั้ง 10 กว่าปี จะให้กลับไปหาแม่ทำไม เรื่องนี้มีคนทำและพบสัจธรรม ทำให้เธอกลับไปทำงานได้อย่างสบายใจไปอีกนาน แม่ของเธอบอกว่า “โฮ้ย เธอคิดมากเรื่องมาก สมัยฉันอายุเท่าเธอ มีลูกคือเธอ ฉันก็ทำงานหาเงินมาเลี้ยงเธอ ตั้งใจแน่วแน่ส่งเธอเรียนสูงๆ ยิ่งๆ ไปกว่าฉัน ให้เธอคิดได้ฉลาดๆ กว่าฉัน ไม่เห็นต้องคิดมากทำๆ ไปเถิ้ด”
เพื่อนบอกว่าเอ้อจริงแฮะ ทำไปเถอะ แต่ถ้าถามแม่แล้วได้คำตอบไม่จุใจก็ลองถามหาความเห็นจากลูกวัยรุ่นดู บางทีจะได้คำตอบจ๊าบๆ โดนใจบ้างก็ได้
(update 21 เมษายน 2005)
[ ที่มา.. life&family (kids&family) ปีที่ 9 ฉบับที่ 106 มกราคม 2548 ]

 
 

[ ที่มา...http://www.elib-online.com/doctors48/mental_work001.html ]

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors48/mental_work001.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]