บทความเกี่ยวกับ วัยรุ่น
คนเป็นคนที่ - 19804 [Date : 20 เม.ย. 2553 ]   
 
ปัจจัย ทางสังคม ค่านิยมทางเพศ
 
วันที่ 20 เม.ย. 2553   โดย นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล
 
 

ปัจจัยทางสังคม ค่านิยมทางเพศ

นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


ประสบการณ์ตอนผมไปยุโรป สถานที่สาธารณะ…หนุ่มสาวยืนจูบปากกันอย่างดูดดื่ม… แถมจูบกันตั้งนานด้วย ก็ไม่เห็นมีชาวบ้านชาวเมืองคนไหนให้ความสนใจ…ยกเว้นหนุ่มหล่อ ชาวเอเซียคนหนึ่งที่หน้าตาไม่ต่างจากผู้เขียน

พฤติกรรมทางเพศของมนุษย์เป็นผลพวงจากปัจจัยหลายๆ อย่างทั้งปัจจัยทางชีวภาพ และทางจิตใจ หากแต่การแสดงออกทางเพศจะมากหรือน้อยแค่ไหน มันขึ้นอยู่กับปัจจัย ทางสังคมร่วมด้วย จะมีกิจกรรมแห่งรักมันต้องดูกาลเทศะ…ยิ่งล้ำลึก ยิ่งต้องเป็นส่วนตัว

นี่ถ้าหนุ่มสาวไทยขืนทำแบบเดียวกันในที่สาธารณะ มีหวังถูกตำหนิจากไทยมุง ที่ชำเลืองมองโดยรอบ…ด้วยความหวังดีอยาก " ร่วมด้วยช่วยกัน "

ฝรั่งคู่นั้นเอง ถ้ามาเที่ยวเมืองไทย มาจูบกันแบบเดิมก็เป็นเรื่องไม่สมควร… เพราะวัฒนธรรมไทยถือว่าการแสดงความรักด้วยการจูบจะเหมาะสมหากกระทำ ในที่ลับหูลับตาผู้คน ไม่เกิดภาพไปกระแทก " ริดสีดวงใจ " ของมวลมหาชน

วัฒนธรรมจึงเป็นบรรทัดฐานในการประเมินพฤติกรรมว่าถูกต้อง - ผิด, เหมาะสม - ไม่สมควร, ดี – ชั่ว

จารีต ธรรมเนียมปฏิบัติในกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์มีความแตกต่างกันในแต่ละชุมชน หนุ่มสาวยุค 2000 ท่ามกลางสังคมไทย ที่คละเคล้าไปด้วยวัฒนธรรมไทยที่ถือปฏิบัติมา แต่ดั้งเดิมแต่ถูกผสมผสานกับวัฒนธรรมตะวันตกที่ทั้งฮิตทั้งฮ็อต…จึงตกอยู่ใน ภาวะสับสน ในค่านิยมปฏิบัติทางเพศที่มีความแตกต่างกันในสองวัฒนธรรม

กระแสวัฒนธรรมตะวันตกส่วนหนึ่งหลั่งไหลผ่าน " สื่อภาพยนต์ " ฮอลลีวู้ด ทะลุสายตา แทรกซึมสู่สมอง สนองเป็นการปฏิบัติ…ตามค่านิยมใหม่ๆ โดยเฉพาะ ค่านิยมเรื่องเพศ

ผมสรุปค่านิยมทางเพศที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางเพศของหญิงไทย ที่สำคัญได้ 3 อย่าง
ผู้หญิงกล้าแสดงออกมากขึ้น …สมัยก่อนถ้าสาวชอบใจหนุ่มคนไหน ก็คงต้องสงวนท่าที สังคมไทยสมัยก่อนไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเริ่มต้น ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ชายเป็นฝ่ายจีบก่อน ผู้หญิงคงทำได้แค่ชม้ายชายตา…เดี๋ยวนี้ถ้าดูหนังฝรั่ง ผู้หญิงเป็นฝ่ายเริ่มจีบผู้ชายก่อนแล้ว ยกตัวอย่างสักสองเรื่อง Nothing Hill จูเลีย โรเบิร์ต นางเอกปิ๊งพระเอกหนุ่มคนขายหนังสือ เลยเป็นฝ่ายขอความรักซะเอง ตอนแรกพระเอกก็รักนวลสงวนตัว ตอนจบกลับเปลี่ยนใจยอมเป็นของนางเอกคนสวย, Bouce กวินเน็ท แพทโธรว์นางเอก สูญเสียสามีจากเครื่องบินตก พระเอกหนุ่มของเราคอยมาดูแลช่วยเหลือ จนนางเอกถูกชะตา เลยเริ่มเป็นฝ่ายนัดหมาย และ "จีบ" ซะเลย…ปัจจุบันสาวไทยกล้าบอกรักชายหนุ่มมากขึ้น แทนที่จะมัวทอดสะพาน เหมือนแต่ก่อน…เดี๋ยวนี้ เขา "พัฒนา" แล้ว !

ท่าทางในการมีเพศสัมพันธ์ …แต่ดั้งแต่เดิมมา " Missionary Position " หรือท่าหญิงอยู่ล่าง ชายอยู่บนได้รับความนิยมมาตลอดทุกยุคทุกสมัย ผลการเรียกร้องสิทธิสตรี… ไม่ยอมแล้วที่จะให้ผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศให้ฝ่ายชายระบายความต้องการอยู่ ข้างเดียว ตอนนี้เห็นมีแต่ "Woman on top" มาแรงแซงทุกท่า ยกตัวอย่างหนังดังถ่ายทำในเมืองไทย โดยพระเอกดัง ลีโอนาโด หวานใจสาวๆ ในหนังเรื่อง The Beach ตอนมาขึ้น ฝั่งกับ " เจ้าแม่ " พักด้วยกัน ฉากมีเซ็กส์กัน ผู้ชายนั่ง ผู้หญิงอยู่บน ภาพนี้เห็นถูกก็อปปี้อีกครั้ง ในหนังไทยเรื่อง แม่เบี้ย …ดูเรื่องไหนๆ ก็เห็นเป็นอย่างนี้ไปหมดแล้ว

มีเซ็กส์กันง่ายดาย … รู้จักกันไม่กี่วัน ก็สนุกกันซะแล้ว จำฉากในรถเก๋ง บนเรือไตตานิคได้ไหม แหม ! ทั้งที่แจ็คกับโรสเพิ่งรู้จักกันได้สองสามวันเอง เขาทั้งสอง ก็เป็นพระเอกนางเอกในดวงใจของเราอยู่ ก็ไม่เห็นจะมีใครตำหนิติเตียนอะไร หนังไทยเอาอย่างมั่ง แม่เบี้ยมาอีกแล้ว แถมเน้นย้ำฉากอิโรติกซ้ำแล้วซ้ำเล่า กะเร้าใจท่านผู้ชม…หลายคู่ดูจบ ชวนกันสวมบทพระบทนางให้รู้แล้วรู้รอดไป…
การวิจัยในปัจจุบันพบว่า วัยรุ่นมากกว่าครึ่งยอมรับการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ว่าเป็นเรื่องธรรมดา… เป็นข้อมูลที่ผู้ใหญ่ควรรู้ ! จะโทษเด็กทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะผู้ใหญ่ก็เป็นต้นเหตุอยู่หลายกรณี

วัฒนธรรมตะวันตกโหมกระหน่ำด้วยสื่อเทคโนโลยีทันสมัยเร้าใจ อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่วัฒนธรรมไทยอ่อนกำลังลง

เดี๋ยวนี้คำสอนจากผู้ใหญ่หลายอย่างในเรื่องค่านิยมทางเพศกลาย เป็นเรื่องล้าสมัย… ถ้าครูมาสอนบอกว่า เป็นผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว อดเปรี้ยวไว้กินหวานหรือ อย่าชิงสุกก่อนห่าม…เด็กบางคนอาจกำลังรู้สึกว่า
" ครูสอนเรื่องอะไร เช้ย…เชย ! "
" นี่ไม่ใช่ชั่วโมงประวัติศาสตร์นะคะ…"
" หนูไม่เป็นอย่างคุณหญิงกีรติหรอกค่ะ…คุณครู "

ส่วนวัฒนธรรมไทยในกรณีค่านิยมทางเพศของผู้ชาย…กลับฝังแน่น กันมานาน น่าจะเปลี่ยนกันเสียที

พฤติกรรมทางเพศของคุณผู้ชายก็เลียนแบบมาจากพระเอกวรรณคดีไทย อย่างขุนช้างขุนแผน กับพระอภัยมณี…ปัจจุบันก็ต้องสร้างค่านิยมใหม่ จะมีเซ็กส์ไปทั่ว เหมือนแต่ก่อน…มันหมดยุคแล้ว ตอนนี้เป็นยุคเอดส์

มีคำกล่าวว่า " ดูหนังดูละคร แล้วย้อนมาดูตัว "…ดูภาพยนตร์ อ่านวรรณกรรม แล้วต้องพิจารณาปรับปรุงพฤติกรรมของตนเองเพื่อให้ดีขึ้นกว่าเดิม ค่านิยมใดที่ดี ไม่ว่าเก่าหรือใหม่ก็ควรดำรงการปฏิบัติไว้ ค่านิยมใหม่ๆ แม้ดูทันสมัย โก้หรู แต่หากนำชีวิตไปสู่ทางเสื่อม ก็มีวิจารณญาณในการปฏิเสธ…ไม่จำเป็นต้องทำตามอย่างไร้สติ

หากคนเราขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่รู้จักควบคุมความต้องการทางเพศ ต้องมีกิจกรรมทางเพศทุกครั้งที่มีความต้องการก็ไม่ต่างไปจากสิ่งมีชีวิตที่ สมองส่วนหน้า ยังไม่พัฒนาเท่ามนุษย์

ดูภาพยนตร์แล้วเร้าอารมณ์ทางเพศให้ตื่นตัว ไม่รู้จักยับยั้ง ทำอะไรตามใจชอบ แล้วแต่ตัณหาพาไป อย่างนี้ อาจเกิดกรณี " ดูหนังดูละคร แล้วย้อนมาเสียตัว "


(update 25 กันยายน 2001)
[ ที่มา...บทความเพศศึกษา คอลัมน์ " ติวรักให้เต็มร้อย "
นิตยสารกุลสตรี ฉบับปลายเดือนพฤษภาคม 2544 ]
 
 

[ ที่มา...http://www.elib-online.com/doctors3/mental_social01.html ]

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors3/mental_social01.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]