บทความเกี่ยวกับ วัยรุ่น
คนเป็นคนที่ - 1332 [Date : 19 เม.ย. 2553 ]   
 
ระเบิดเวลามาแล้วจ้า
 
วันที่ 19 เม.ย. 2553   โดย บาหลี
 
 

ระเบิดเวลามาแล้วจ้า


" โอ๊ย…ย ทำยังไงก็ไม่เข้าท่า" ว่าแล้วก็ขว้างหวีทิ้งดังปึ่ก!

" ทำไมโรงเรียนนี้ต้องให้ไว้ผมสั้นด้วยนะ ฮึ่ม เพราะคุณแม่แท้ๆ บอกให้ช่างตัดให้สั้นอย่างนี้"
หนุ่มน้อยวัย 13 คนนี้ไม่พอใจผมทรงนักเรียน ก็ไปลงกับคุณแม่ตัวเองค่ะ พาลจริงๆ

" เสื้อนักเรียนก็ไม่เรียบ อย่างนี้ใครจะไปใส่ลง อายเขาตาย" ว่าแล้วก็เหวี่ยงเสื้อลงพื้นดังพรึ่บ…อะไรกันนี่
" ไม่ปงไม่ไปมันแล้วโรงเรียน ผมก็สั้น เสื้อก็ยับ" โครม! ยังไม่พอใจ เหวี่ยงกระเป๋าทิ้งอีก ชักไปกันใหญ่แล้ว
" คุณแม่!" คุณลูกแผดเสียงลั่นบ้าน "วันนี้ไม่ไปโรงเรียนนะ ปวดหัว ไม่สบาย"
" ไม่ได้นะ จ้าต้องไป" คุณแม่ตะโกนเสียงหลง
" ไม่ไป" เจ้าจ้าสวนกลับทันที ก่อนที่จะปิดประตูห้องดังปัง
เอาล่ะสิคะ เจ้าลูกชายตัวดีทิ้งระเบิดแต่เช้า ประกาศไม่ไปโรงเรียนอย่างนี้ ถ้าอุณหภูมิอารมณ์ของคุณแม่ไม่พุ่งทะลุเพดานบ้าน ก็คงจะเป็นคนใจเย็นเอามากๆ
ที่จริงแล้ว คุณแม่ทั้งงงทั้งสงสัยท่าทีของลูกชาย ไอ้โกรธน่ะไม่ต้องพูดถึง กรุ่นๆ จะกลายเป็นระเบิดอยู่เหมือนกัน
แต่ก่อนที่อารมณ์จะพาไป คุณแม่เกิดคิดได้ว่า ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะใช้อารมณ์โต้ตอบลูกชายวัยนี้ เพราะมันอาจจะยิ่งทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต
เธอจึงเลือกที่จะรอ เพื่อหาโอกาสดีๆ คุยกับลูก

น่าชมเชยทางเลือกของคุณแม่ท่านนี้จริงๆ ค่ะ เพราะถ้าหากเธอตอบโต้ลูกชายในทันที อุณหภูมิอารมณ์ที่ทำท่าจะดับก็อาจจะถูกกระตุ้นจนเกิดปะทุขึ้นมาอีก คราวนี้แรงระเบิดจะเป็นสองเท่า เพราะเพิ่มของแม่เข้าไปด้วย

และเมื่อคนหนึ่งเป็นไฟ อีกคนเป็นน้ำมัน ต่อไปแม่ลูกอาจจะคุยกันน้อยลง ไม่เข้าใจกันมากขึ้น เพราะบาดหมางทางอารมณ์กันมาแล้ว แม่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับลูก หรือลูกอยากจะสื่อสารอะไรถึงแม่ ก็จะทำได้ยาก

ยิ่งเขาอยู่ในวัยที่กำลังก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเป็นเด็กกับผู้ใหญ่ ซึ่งในบางทีเขาก็อาจจะมีอารมณ์อ่อนไหวไม่ต่างกับต้นอ้อ หรือบางหนก็อาจจะรุนแรงเหมือนพายุ
และในบางครั้ง เขาอาจจะแสดงอารมณ์ไม่ชอบอะไรมากๆ ไม่ยอมใครจริงๆ ขณะเดียวกันเขาก็อาจเปลี่ยนเป็นคนโอบอ้อมชอบช่วยเหลือหรือเห็นแก่ตัวอย่างเด็กๆ ซึ่งความผันแปรทางอารมณ์เหล่านี้ เด็กในช่วง 13-15 จะแสดงออกมาอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมาด้วย

คุณพ่อคุณแม่ยิ่งไม่ควรโกรธหรือลงโทษลูก หากในบางครั้งเขาจะแสดงอารมณ์ผันผวนเหล่านี้ให้เห็น
อย่าลืมว่า การที่เด็กในวัยนี้จะต้องปรับทั้งอารมณ์ตัวเองกับทางบ้าน กับเพื่อน กับเพื่อนต่างเพศ กับโรงเรียน หรือกับคนอื่นๆ ขณะที่วุฒิภาวะทางอารมณ์ยังหาความชัดเจนไม่ได้
ความเข้าใจ และการชี้แนะของพ่อแม่จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กวัยนี้มากกว่าการสอนด้วยซ้ำค่ะ เรื่องการดุด่า จ้ำจี้จ้ำไช ไม่ต้องพูดถึง วัยนี้เขาเซย์โน ก็แหมเขาเป็นช่วงวัยที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงพร้อมๆ กับอ่อนไหวนี่คะ

เมื่อคุณแม่เข้าใจว่าลูกกำลังก้าวเดินไปพร้อมกับความสับสนปนลังเลอย่างนี้แล้ว แทนที่จะโกรธหรือลงโทษลูก ก็ลองหาโอกาสดีๆ เหมือนอย่างคุณแม่ข้างต้น ตะล่อมถามถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกกลายเป็นระเบิดดีกว่า

เริ่มต้นด้วยการโยนหินถามทางจากคำพูดที่ลูกสื่อสารผ่านอารมณ์เขานั่นแหละค่ะ เช่น
" แม่เองก็คิดว่าผมของลูกสั้นจริงๆ ลูกไม่ชอบหรอกเหรอ"
หรือ " ไหนๆ มันก็สั้นแล้ว เอาไว้อีกสักพัก ผมลูกเริ่มยาว เข้าที่เข้าทาง ลูกแม่ก็จะหล่อเหมือนเดิม"
หรืออาจจะถามว่า "เพื่อนๆ ลูก ผมเขาก็สั้นอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ เอ๊…หรือว่ามีใครไว้ผมยาวได้"

ถ้าคำถามโยนหินถามทางได้ผล ลูกตอบโต้เกี่ยวกับเรื่องผมนั่นแสดงว่าเขากังวลกับเรื่องนั้นจริงๆ จนทำให้เขาหงุดหงิด พานไม่ไปร่ำเรียนหนังสือ คำพูดชี้แนะของคุณแม่ต่อจากนั้นจึงสำคัญค่ะ เช่น อาจจะค่อยๆ ตะล่อมบอกถึงข้อดีของผมสั้น
" แม่ว่า ถ้ามองในแง่ดี ผมสั้นก็ไม่เลวนะ อย่างน้อยก็ไม่มีเส้นผมตกลงมาบังหน้าให้รำคาญ"
" แม่เคยอ่านหนังสือ เขาว่าผมสั้นทำความสะอาดง่ายเหมาะกับเด็กวัยรุ่น…"

คุณแม่อาจจะลองทิ้งปริศนาลักษณะนี้ดู ถ้าเห็นว่าลูกเริ่มมีทีท่าลังเล สนใจ คุณแม่อาจจะต้องอธิบายแกมขู่กันล่ะค่ะ
" เด็กวัยรุ่นอย่างลูกฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนทำให้อะไรๆ ก็เปลี่ยน สังเกตสิ เสียงก็เปลี่ยน สิวก็ขึ้น คิดดูนะ ทุกวันเราต้องเจอฝุ่นควันรถข้างนอก อากาศร้อน ถ้าลูกผมยาวก็จะสกปรกมาก แล้วพอเส้นผมสกปรกตกมาระหน้ามันๆ ของลูกเข้า หน้าก็อาจจะเป็นสิง หมดหล่อกันจริงๆ ล่ะทีนี้
" ผู้ชายหน้าสิว ใครๆ ก็ต้องคิดว่าสกปรก ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นเพราะออน์โมนแต่ละคน นี่ถ้าแม่เป็นเด็กผู้ชายอย่างลูก แม่จะไว้ผมสั้นไปก่อน รอจนกว่าจะโตค่อนไว้ผมยาวก็ยังไม่สาย"

สำหรับคุณแม่บางคนที่คิดว่าไม่ง่ายที่จะรับมือ ก็แหมลูกเพิ่งจะส่งสารท้ารบอยู่แหมบๆ คุณพ่อมืออาชีพแนะว่า ถ้าอย่างนั้น ก็ลองให้คุณพ่อใช้น้ำเสียงนุ่มหูกับท่าทีอ่อนโยนตะล่อมถามลูกดูบ้าง
บางทีความเป็นผู้ชายเหมือนกันก็ช่วยได้เยอะค่ะ
ยิ่งพ่อคนไหนเข้าใจวิธีสื่อสาร รู้จักปรับคลื่นความถี่จากพ่อถึงลูกเป็นเพื่อนถึงเพื่อนได้แนบเนียน
มีหรือ ? ระเบิดเวลาในใจลูกจะไม่ดับสนิท ด้วยมือพ่อจริงมั้ยคะ



เทคนิคตัดชนวนระเบิดเวลา

จู่ๆ ลูกชายวัยรุ่น กลายเป็นระเบิดอารมณ์อย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุแบบนี้ คนเป็นพ่อแม่จะรับมืออย่างไร ลองพิจารณาข้อแนะนำเหล่านี้ดูค่ะ
  • พ่อแม่ควรใจเย็น หนักแน่น ควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่ใช้อารมณ์โต้ตอบ
  • ต้องเข้าใจว่าลูกวัยรุ่นมีแนวโน้มจะโกรธง่าย ฉุนเฉียว เพราะเขามีความเครียดระดับหนึ่งจากการเปลี่ยนแปลง
  • รอให้ลูกอารมณ์ดี แล้วค่อยๆ พูดจา อย่างมีเหตุมีผล
  • เปิดใจกับลูก บอกให้เขารู้ว่าพ่อแม่รู้สึกไม่สบายใจที่ลูกเป็นอย่างนี้
  • เปิดโอกาสให้ลูกพูดระบายความในใจออกมา จะช่วยให้เขารู้สึกโล่งและดีขึ้น
  • ชวนลูกพูดคุย ให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่เป็นมิตร ก่อนถามถึงสาเหตุ ความรู้สึก สิ่งที่ทำให้ลูกไม่สบายใจหรือไม่พอใจ
  • ชวนลูกพูดคุย เสนอตัวว่าพ่อแม่จะช่วยอะไรได้บ้างมั้ย ลูกอยากให้พ่อแม่ทำอย่างไร หรืออยากให้พ่อแม่เป็นอย่างไร วัยรุ่นบางคนอาจจะบอกกับพ่อแม่ว่า จริงๆ แล้ว เขาไม่โกรธเพราะผมสั้น แต่อยากให้พ่อแม่เลิกบ่นหรือพูดซ้ำซากในเรื่องเดิมๆ ซะที
  • ไม่ควรพูดคุยกับลูกในเชิงอบรม สั่งสอน หรือตำหนิมากจนเกินไปจนลูกรู้สึก เพราะนอกจากจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างกัน ถ้าพ่อแม่พูดคุยในลักษณะนี้ซ้ำๆ เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดช่องว่าง พูดคุยกันยากขึ้น
  • พ่อแม่ไม่ควรกังวลเกินไป ควรเชื่อว่า ปกติแล้ววัยรุ่นส่วนใหญ่ จะปรับตัวได้ดีกับพ่อแม่ของตัวเอง


(update 6 พฤศจิกายน 2002)
[ ที่มา.. life & family   ปีที่ 6 ฉบับที่ 65 สิงหาคม 2544 ]
 
 

[ ที่มา...http://www.elib-online.com/doctors45/teen_teen011.html ]

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors45/teen_teen011.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]