บทความเกี่ยวกับ วัยรุ่น
คนเป็นคนที่ - 2953 [Date : 19 เม.ย. 2553 ]   
 
วัย 14 : อารมณ์สดใส หัวใจชื่นบาน
 
วันที่ 19 เม.ย. 2553   โดย พัฒนา สุจริตวงศ์
 
 


วัย 14 : อารมณ์สดใส หัวใจชื่นบาน


ดังที่ว่าไปแล้วว่า เจ้าหมีจำศีลที่แสนดุร้ายวัยสิบสามเมื่อปีกลาย ปีนี้ออกจากถ้ำมาแล้ว

วิถีถดถอยที่แสนจะดึงตัว เก็บตัว ปกป้องตัวเองของวัยสิบสาม ถึงปีนี้คลายตัวขึ้นเยอะ วัยสิบสี่เขาจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความมั่นคงในใจสูงขึ้น เปิดตัวกับโลกมากขึ้น เป็นคนที่เข้าใจอะไรง่ายขึ้นอย่างที่พ่อแม่เราก็งงๆ (เอ…งานนี้ไม่ยักขวางโลกอีกล่ะ)

ยอมรับผู้อื่นได้ดีขึ้น รู้จักการให้และการรับ สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและผ่อนคลายดีขึ้น เขามองโลกเปลี่ยนไป พร้อมที่จะเข้าไปค้นหาและสัมพันธ์กับโลกมาเท่าที่จะเป็นไปได้


  โลกสดใส หัวใจเบิกบาน
วัยนี้อารมณ์ขันมากขึ้น ชอบคุยเรื่องตลก ชอบฟังคนพูดเรื่องตลกๆ แล้วตัวเองก็ช่างสรรหามุมตลกๆ สนุกๆ ของเรื่องต่างๆ ขึ้นมาทำให้ตัวเองเพลิดเพลินได้ดี (บางทีก็อาจจะใช้เรื่องตลกมาเป็นตัวแสดงอาการต่อต้านพ่อแม่หรือคุณครูด้วยล่ะ) เอาเพื่อนมาล้อเป็นตัวตลกก็มี แต่บางทีก็มากไป จนกลายเป็นการเอาคนอื่นมาล้อเลียนดูหมิ่น

รวมๆ แล้วพูดได้ว่า เขามีอารมณ์สดใสมากขึ้นจริงๆ

นอกจากนี้ สังเกตดูสิคะ จะพบว่าวัยสิบสี่มีความสามารถที่จะชื่นชมสิ่งต่างๆ มากขึ้น ชอบของใหม่ๆ เรื่องใหม่ๆ ไม่ทำตัวหงุดหงิดกับสิ่งทั้งหลายอย่างแต่ก่อน ไม่ทำตัวให้ยากเย็นกับการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไร
น่ารักใช่ไหมคะ

วัยสิบสี่จะรู้สึกค่อนข้างดีกับตนเอง และเปิดเผยตนเองกับคนอื่นมากขึ้น อยากให้คนอื่นรู้และเข้าใจว่าตนเองกำลังคิดอะไรอยู่ ขณะเดียวกันก็เห็นความสำคัญของคนอื่น แม้บางทีเขาจะรู้สึกไม่สบายใจในสิ่งที่คนอื่นคิดกับเขา แต่เขามักจะพอผ่านความรู้สึกนั้นไปได้ไม่ยากนัก ไม่ติดหนึบอยู่กับความขุ่นข้องในใจอย่างช่วงก่อน

  เริ่มเห็นตัวตนของตนเองปรากฏขึ้น
วัยนี้เขาจะเริ่มตระหนักในความแตกต่างของตัวเขากับคนอื่น รู้ว่าตัวเองเป็นแบบนี้ แต่คนอื่นเป็นแบบนั้น และเริ่มตระหนักในความเป็นหนึ่งเดียวของตนเอง ไม่เหมือนคนอื่นตรงไหนบ้าง แม้ว่ามันจะยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่เขาก็เริ่มเห็นเค้ารางตัวตนของตนเอง

วัยสิบสี่เป็นวัยกำลังเรียนรู้ศิลปะของการดำเนินชีวิต เขาเริ่มเรียนรู้ว่า ขณะที่ตนกำลังปรับตัวให้เข้ากับข้อเรียกร้องของโลกภายนอกนั้น ตนก็ได้เรียนรู้ที่จะเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตนเองด้วย เขาเริ่มเรียนรู้ว่าตนต้องการอะไร และในสิ่งที่ไม่ต้องการนั้น เขาจะขจัดมันออกไปได้อย่างไร เขารู้จักเลือกเพื่อน เลือกวิชาเรียน เลือกกิจกรรมที่เขาสนใจ ฯลฯ

จะว่าไป วัยนี้ก็ไม่น่าห่วงเท่าตอนปีที่แล้วใช่ไหมคะ ดูเขาเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจริงๆ

  อารมณ์ค้าง
อารมณ์เหวี่ยงๆ วีนวีน แบบวัยสิบสามอาจจะค้างคาอยู่บ้าง เช่น ขี้หงุดหงิด หรือขรึมซึมเศร้า โกรธเกรี้ยว ฯลฯ ยังมีให้เห็นบ้าง แต่อาการแบบนี้จะดำรงอยู่ไม่นาน และไม่ค่อยแสดงออกด้วยการใช้ความรุนแรงทางร่างกาย ชกต่อยเตะตีไม่ค่อยมีแล้ว ร้องห่มร้องไห้ น้อยอกน้อยใจถอยหนีก็เช่นกัน แต่จะระเบิดออกมาทางวาจามากกว่า

มองในมุมนี้ นั่นก็คือ ความสามารถของลูกในการควบคุมแรงโทสะของตนนั่นเอง เห็นได้ชัดค่ะว่า เขาจะสงบลง มีสติมากขึ้น
แต่ก็อย่าประหลาดใจ หรือตกอกตกใจนะคะ บางทีกับพี่กับน้องก็มีระเบิดใส่กันบ้างบางคราว แต่ไม่ถี่เท่าแต่ก่อนแล้วล่ะค่ะ

  กระตือรือร้นสุดสุด
ปัญหาใหญ่เรื่องหนึ่งของเขาก็คือ เขาจะวางแผนทำโน่นทำนี่ คิดโน่นคิดนี่ในหัวมากจนเกินไป จนดูเหมือนกับว่าเวลาวันๆ หนึ่งนั้นไม่เพียงพอสำหรับเขาเลย …ยังไม่มีอะไรเพียงพอเลย คุณครูก็ยังสอนได้ไม่ถูกใจ โรงเรียนก็ยังไม่ดีพอ ทีมฟุตบอลก็ยังมีเรื่องต้องแก้ไข

แต่ตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก การพูดคุยกันก็อาจจะเป็นการช่วยให้เขาตบๆ ความฟุ้งกระจายทางความคิดได้บ้าง แต่ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เราต้องไปห้ามเสียมากมาย เด็กช่างคิดดีกว่าเด็กที่ไม่คิดอะไรเลยค่ะ

ปัญหาใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่วัยนี้กำลังสนใจกันมาก ก็มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับรูปร่างตนเอง และภาพลักษณ์ที่คนอื่นจะมองมาที่ตน โดยเฉพาะเรื่องรูปร่าง ไม่ว่าสาวน้อยหรือหนุ่มน้อย จะคอยสนใจว่าตัวเองอ้วนไป สูงไป ดำไป สิวมากไป ฯลฯ สารพัดจะหามาคิด ดูกระจกอยู่นั่นแล้ว แต่สำหรับวัยนี้ มันก็ไม่ถึงกับเป็นปัญหาร้ายแรงแบบคิดไม่ตก ต้องหมกมุ่นอะไรเลยก็แค่เปรยๆ ขึ้นมาบ่อยหน่อยเท่านั้นเอง

  ขี้กังวลพอๆ กับขี้กลัว
น่าแปลกที่วัยนี้ ยังขี้กลัวอยู่บ้าง พอๆ กับที่ขี้กังวล ตอนสิบสามพวกเขาจะกลัวหรือกังวลหนักกว่านี้ ปีนี้แม้วุฒิภาวะของพวกเขาสูงขึ้น แต่ความกลัวและความกังวลยังมีอิทธิพลต่อเขาอยู่ กลัวได้หมดตั้งแต่งู ยันความสูง ??? แต่ที่กลัวมากที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องทางสังคม …กลัวเพื่อนไม่ยอมรับ กลัวถูกใครแกล้งให้อาย กลัวคนอื่นจะว่า…

ส่วนเรื่องที่กังวลก็มักจะเป็นเรื่องทั่วๆ ไป อาจจะเป็นดังที่ว่า วัยนี้ช่างคิด คิดโน่นคิดนี่มาก ฉะนั้น เมื่อคิดไปมากก็อาจจะกังวลมาก เรื่องงานที่คุณครูให้บ้างล่ะ กังวลเรื่องเวลาเข้าโรงเรียนบ้างล่ะ ฯลฯ… เพียงแต่ข้อดีของวัยนี้ก็คือ จะกังวลไม่หนักและไม่นาน เขาคลี่คลายตัวเองได้เร็วขึ้นนั่นเอง

  แข่งดะ
คุณพ่อคุณแม่คงจำได้ว่า ในวัยสิบเอ็ดปีนั้นเขาจะชอบการแข่งขันมาก มีอะไรแข่งดะ มันกับการแข่งขันทุกชนิด ตั้งแต่เรื่องเรียนยันกีฬา เกม ฯลฯ ยิ่งแข่งกับเพศตรงข้ามยิ่งสะใจ มาวัยสิบสี่ปีนี้ ความรู้สึกมั่นใจในตนเอง รู้สึกดีกับตนเองที่เกิดขึ้นก็ผลักดันให้เกิดความรู้สึกอยากแข่งขันมากขึ้นอีก แต่คราวนี้มันจะแตกต่างกับตอนสิบเอ็ดขวบตรงที่ว่า ตอนสิบเอ็ดขวบนั้นเอาเป็นเอาตายกับการแข่งขันมาก ประเภทเป็นไงเป็นกัน

แต่ตอนสิบสี่นี้ ใจที่ต้องการแข่งขันของเขาจะต่างกันออกไป เขาจะเข้าสู่การแข่งขันก็ต่อเมื่อเขามีความมั่นใจ ว่าสิ่งนั้นเรื่องนั้นเป็นสิ่งที่เขาทำได้ดี โดยเฉพาะในการแข่งขันกีฬา ถ้าไม่มั่นใจ…ไม่ล่ะครับ…

  อิสระในชีวิต
วัยนี้สามารถจัดการเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวันด้วยตนเองเวลาเข้านอน การอาบน้ำ การกิน ไม่ต้องพูดกันมาก โดยเฉพาะเรื่องกินนั้น ใช้คำว่ากินทุกอย่างที่ขวางหน้าอาจจะไม่ผิด คุณพ่อคุณแม่บางคนร้องว่า "กินยังกับยัดทะนาน" เท่าไรก็ไม่รู้จักอิ่ม

ส่วนเรื่องเสื้อผ้าก็ต้องการเลือกเอง ทั้งแบบทั้งสีสัน ลวดลาย บางคนอาจจะรู้จักเลือกซื้อเสื้อผ้าเองได้แล้ว เรื่องวันไหนจะแต่งชุดไหนอย่างไรนั้น พ่อแม่อย่ายุ่ง…เขาจะจัดการเอง

โดยเฉพาะเรื่องเสื้อผ้า จะพิถีพิถันมากขึ้นจนเห็นได้ชัด คุณเนี้ยบเดินทั่วบ้านค่ะ เสื้อผ้าของเขาจะสะอาด อาจจะถึงขนาดที่ว่า มีจุดด่างนิดหน่อยชักไม่อยากสวมใส่แล้ว

เรื่องความสะอาดเรียบร้อยของห้องนอนยังเป็นเรื่องที่ต้องถูกบ่น โดยเฉพาะเด็กผู้ชายชอบสุมๆ เสื้อผ้าดีนัก เรื่องความสะอาดของห้องนอนนี่ไม่ได้ครึ่งความเนี้ยบของเสื้อผ้าหรือการดูแลเนื้อตัวหัวหูเชียวละ

  กับพ่อแม่
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะอารมณ์ดีกับคนทั้งโลกมากขึ้น แต่กับพ่อแม่…ยังค่ะ เขายังมองการเข้าไปดูแลของพ่อแม่ว่าไปยุ่งวุ่นวายกับเขา สิ่งที่พ่อแม่พูดมักจะถูกสวนกลับทำนองว่า "ก็เทศนาดีๆ นี่แหละ"…"รู้แล้วน่าว่าจะพูดอะไร"

โดยเฉพาะกับแม่ แม่ยังเป็นนางยักษีตัวร้าย ที่ลูกวัยสิบสี่จะวิพากวิจารณ์บ่อยๆ (ยังไงก็บ่อยกว่ากับพ่อก็แล้วกันล่ะ) เขามักจะไปกับพ่อได้ดีกว่า

การช่วยงานบ้าน จะเป็นปัญหาระหว่างพ่อแม่กับลูกวัยนี้น้อยลง บางคนเขาภูมิใจเสียด้วยซ้ำ ว่ามีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบางอย่างในบ้านเป็นของเขาเอง และถ้ามอบหมายกันชัดเจนแล้ว เขามักจะทำได้ดี แต่ก็ยังมีบ้างที่อาจจะอิดออดก็อย่าไปบ่นว่าอะไรเขามากนักเลย

ถึงแม้เขาจะยังมีอาการไม่เข้าที่กับพ่อแม่อยู่บ้าง แต่เขาก็ต้องการคำแนะนำชี้ทางจากพ่อแม่หรือจากผู้ใหญ่คนอื่น

ความสัมพันธ์กับวัยนี้ ก็น่าจะพูดได้ว่า พ่อแม่ไม่ถึงกับต้องคอยระแวดระวังตัวแจว่าจะทำยังไง จะพูดยังไง ถึงจะถูกใจพ่อเจ้าประคุณแม่เจ้าประคุณอย่างปีก่อน ขณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องจ้ำจี้จ้ำไชกันมากนัก
สรุปว่า วัยนี้เจ้าหมีออกจากถ้ำ มาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันแบบสบายๆ ค่ะ


(update 8 ตุลาคม 2002)
[ที่มา.. life & family   ปีที่ 5 ฉบับที่ 60 มีนาคม 2544 ]
 
 

[ ที่มา...http://www.elib-online.com/doctors45/teen_teen007.html ]

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors45/teen_teen007.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]