บทความเกี่ยวกับ วัยรุ่น
คนเป็นคนที่ - 3128 [Date : 19 เม.ย. 2553 ]   
 
วัยสิบสาม : ห้ามยุ่งกับหนู
 
วันที่ 19 เม.ย. 2553   โดย พัฒนา สุจริตวงศ์
 
 


วัยสิบสาม : ห้ามยุ่งกับหนู


เราเรียนรู้ร่วมกันว่า เป็นธรรมชาติที่เมื่อเขาสู่วัยสิบสาม อันเป็นวัยที่ร่างกายของเขา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายนั้น ผลของฮอร์โมนเพศยังส่งไปถึงอารมณ์ของเขา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายเช่นกัน… วัยพรีทีนที่ว่องไว ฉลาดปราดเปรียว กลายมาเป็นวัยทีนตอนต้นที่แสนจะถดถอย

อะไรๆ ก็ไม่ดี อะไรๆ ก็ไม่เอา เอาแต่เรื่องของตัวเอง

มาคุยกันหน่อยปะไร ถึงความสัมพันธ์กับพ่อแม่พี่น้อง ดูซิว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง…เป็นแบบฟ้าใสสีคราม หรือฟ้าลั่นครั่นครืน

ความสัมพันธ์กับพ่อแม่และสมาชิกอื่นในครอบครัว

ความสัมพันธ์ช่วงนี้แย่หน่อยค่ะ เพราะความที่เขาเก็บเนื้อเก็บตัว คิดแต่เรื่องตัวเอง สงสัย ไม่เข้าใจในทุกสิ่งทุกอย่างและเปราะบางกับแรงกระแทกทุกเรื่อง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น กับคนที่ใกล้ตัวที่สุด ซึ่งก็คือพ่อ แม่ พี่น้อง ย่อมมีเรื่องให้ต้องขบคิด และจัดการให้ดี

  • ความสัมพันธ์กับแม่

กับแม่ จะเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่หนักหน่วงที่สุด พูดตรงไปตรงมาก็คือ วัยนี้มักจะร้ายกับแม่ ไม่ใช่ว่าเพราะความสัมพันธ์เดิมมาไม่ดี ถึงจะร้ายกับแม่ แม้แต่คุณแม่ที่เคยเป็น "คุณแม่คนดีที่หนึ่งเลย" อาจโดนหางเลขได้ทั้งปีเช่นกัน ไม่ว่าเรื่องใหญ่เรื่องเล็ก…และไม่ว่าเจ้าตัวร้ายวัยสิบสามจะเป็นหญิงหรือชาย

เรื่องกับแม่ก็มีตั้งแต่ อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับแม่เป็นต้อง "เชย…ไม่เข้าท่า …ไม่เอาไหน ไม่เห็นดี" แม่เตือนก็ว่า …แม่ขี้บ่น แม่จู้จี้ แม่เผด็จการ ชอบบังคับ แม่ไม่รู้เรื่อง… แม่มักจะกลายเป็นกระโถน รองรับอารมณ์ลูก ความสัมพันธ์ที่เคยจี๋จ๋าเมื่อปีก่อนๆ ลดลงไปเรื่อยๆ จนแม่บางคนรู้สึกสูญเสีย ทำใจแทบไม่ได้ วัยนี้แม่ชี้ไปทางไหน แนะนำอะไรก็ไม่ค่อยฟังแล้ว แม่ว่า "ไปทางซ้ายลูก" พี่ต้องเบนหัวเรือไปทางขวาทันที แม่บอกว่าเสื้อตัวนี้สวยดีนะ เขาก็พร้อมที่จะเดินไปถอดทิ้งทันที

เวลาไม่ลงรอยกับแม่ เขาจะแสดงอาการรุนแรงเข้าใส่… เถียง ปึงปัง หน้าง้ำหน้างอ ไม่พอใจ บางคนถึงกับตะคอกใส่แม่ก็มี หนุ่มสิบสามบางคนต่อต้านแม่อย่างเปิดเผย พูดจาแรงๆ เข้าใส่แม่ อย่างไม่คิดถึงหัวใจของแม่สักนิด

แต่ก็ไม่ทุกคนหรอกนะ บางคนที่แม่สอนมาดีก็อาจจะรู้จักใช้เทคนิคกับแม่…หรือไม่รุนแรงนัก อาจใช้วิธีไม่ต่อล้อต่อเถียง ไม่พูดด้วย นิ่งเสียอย่างกับว่าแม่ไม่อยู่ตรงนั้น
ที่แน่ๆ ก็คือ ไม่เห็นด้วยกับแม่เป็นส่วนใหญ่

ลูกสาวบางคนวิจารณ์แม่สะบั้นหั่นแหลก… แม่แต่งตัวรุ่มร่าม ทรงผมของแม่เหมือนรังนกกระจาบ แม่พูดจาไม่เป็นประเด็นเลย บางทีก็วิจารณ์ไปถึงบุคลิกภาพของแม่ว่า…เชยๆ เฉิ่มๆ

หลายคน ทั้งลูกชายลูกสาวอาจจะถึงขั้นไม่อยากไปไหนๆ กับแม่ เพราะอายคน ยิ่งอยู่ต่อหน้าเพื่อนด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าให้เดินไปด้วยก็เดินห่างกันเป็นวา เหมือนไม่ให้ใครรู้ว่ามาด้วยกัน แม่บางคนบอกว่า รู้สึกเหมือนตัวเองถูกจับผิดจากลูกตลอดเวลา บางคนทำแม่หน้าแตกต่อหน้าธารกำนัลเสียเลยก็มี

วัยสิบสามชอบตั้งคำถามว่า
"แม่มายุ่งเรื่องของผมทำไม"
"ทำไมหนูจะต้องบอกอะไรกับแม่ทุกเรื่อง"

  • ความสัมพันธ์กับพ่อ
กับพ่อ ลูกสาววัยสิบสามส่วนใหญ่จะติดพ่อ บางคนผูกพันกับพ่อมาก เด็กผู้ชายอาจจะไม่ถูกกับพ่อนัก แต่ก็จะไม่แผลงฤทธิ์เท่ากับที่ทำกับแม่ โดยรวมแล้ว ถือว่าความสัมพันธ์วัยนี้ดีกับพ่อมากกว่ากับแม่ วินัยคำสั่งของพ่อศักดิ์สิทธิ์กว่า กลัวพ่อมากกว่า และรู้สึกว่าพ่อไม่ค่อยบ่นมาก เพราะฉะนั้น พ่อพูดอะไรก็ยังฟัง ชื่นชมพ่อมากกว่า วิจารณ์พ่อน้อยกว่า ปฏิบัติต่อพ่อดีกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงจะร้ายกับแม่มากกว่า รู้สึกดีกับพ่อมากกว่า แต่ก็มักจะรู้สึกใกล้ชิดกับพ่อน้อยกว่าแม่อยู่ดี
แน่นอน…ของตายอยู่แล้ว เพราะข้อเท็จจริงแต่ไหนแต่ไรมา ส่วนมากก็ใกล้ชิดกับแม่มากกว่าอยู่แล้ว เพิ่งมาปีนี้เท่านั้น ที่จู่ๆ ก็เพี้ยนขึ้นมาอย่างไม่มีสัญญาณเตือนภัย

ด้วยวัยสิบสามที่มีลักษณะถดถอย เขาจึงมักเข้าใจไปเองว่า พ่องานยุ่งเกินกว่าจะมาดูแล เอาใจใส่เขาได้อย่างที่เขาปรารถนา ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกของพ่อต่อเขาก็สวนทางกัน เพราะถึงเขาจะรู้สึกดีกับพ่อ แต่พ่อก็มักจะคิดจากพฤติกรรมที่ถดถอยของเขาว่า เขาเอาแต่เรื่องของตัวเอง จนไม่เอาพ่อแม่…

  • กิจกรรมในครอบครัว
ลูกวัยสิบสามเริ่มจะทำอะไรด้วยกันในครอบครัวน้อยลง เขาจะเข้ามาร่วมทำเท่าที่จำเป็น เช่น จำเป็นต้องมากินข้าวด้วยก็มา แต่กินแล้วก็รีบลุกไป ไม่มานั่งพูดคุยเล่นหัวอย่างเคย เรื่องที่เคยปรึกษาหารือแทบจะไม่มี ถ้าจะมีวัยสิบสามบางส่วนที่ยังทำอะไรกับพ่อบ้าง อาจเป็นการเล่นกีฬา ดูหนัง พูดคุย ถ้าพ่อช่วยเรื่องการเรียน จะยอมรับได้ดีกว่าแม่

อย่างไรก็ดี เด็กผู้ชายอาจจะออกไปไหนๆ กับพ่อเพียงลำพังบ้าง แต่กับแม่นะหรือ…ยากหน่อยมั้ง
แม้แต่การไปรับ-ส่งที่โรงเรียน ก็ เป็นเรื่อง ได้…
เขาไม่ชอบ…รู้ไหม เพราะฉะนั้นอย่าเข้าไปจอดรถในโรงเรียน

วัยนี้มักจะบ่นว่า "พ่อแม่ไม่เคยเข้าใจ" แต่พอพ่อแม่ยื่นหลักฐานชี้ชัดว่า "ทำไมจะไม่เข้าใจ… นี่ไง…พ่อแม่ทำอย่างนี้ตามที่ลูกต้องการแล้วไงล่ะ…ยังจะมาว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจอีกเหรอ"
เจอไม้นี้เข้าเจ้าวัยสิบสามก็จะโกรธขึ้นมาทันที…อยากเข้าใจก็เข้าใจไป… ผมไม่ได้ต้องการให้พ่อแม่มาเข้าใจสักหน่อย !!! เป็นงั้นไป

อาการพิลึกพิลั่นทำนองนี้ ทำให้พ่อแม่มักจะกังวลกลุ้มอกกลุ้มใจ ในพฤติกรรมถดถอยของลูก และรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ที่คล้ายกับว่าถูกลูกปฏิเสธไปแล้ว แหม…ทีกับเพื่อนละก็ คุยกันได้เป็นชั่วโมงๆ ทีกับพ่อแม่…ทั้งวันพูดสองคำเท่านั้นเอง ถามคำก็ตอบคำ ยังกะกลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก !?

พ่อแม่บางคนอดไม่ได้กับลูกวัยนี้ บ่นลูกแหลกไปเหมือนกัน บ่นได้ทุกเรื่องตั้งแต่…ไม่เก็บที่นอน ยันกิริยามารยาทที่ไม่เห็นหัว พ่อแม่ พ่ออาจจะติว่า ไม่ตั้งใจเรียน อืดอาด เอาแต่นอน ฯลฯ

  • ข้อแนะนำพ่อแม่
ข้อแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ของลูกสาวลูกชายวัยสิบสามนั้น…วิธีที่ดีก็คือ อย่าไปกังวลกับอาการไม่เข้าใครออกใคร ไม่ยุ่งกับใคร ต่อต้าน ฯลฯ ดังที่กล่าวมาแล้ว มันเป็นธรรมชาติของเขา เด็กทุกคนคล้ายกันอย่างนี้ มากน้อยอาจจะต่างกันไปตามพื้นฐานการเลี้ยงดู

แต่ที่สำคัญ พ่อแม่ควรตระหนักว่า ลูกรักคนเดิมนั้น ไม่ได้หายไปไหนหรอก โน่น…แค่หมกอยู่ในห้องของเขาเท่านั้นเอง แค่ไม่อยากพูดกับใครเท่านั้นเอง แค่ฉุนเฉียวหน่อยเดียวเท่านั้นเอง

ใจเย็นๆ อดทนอดกลั้นให้เวลาเขาสักระยะหนึ่ง ไม่ควรปะทะทุกเรื่องที่เขากระแทกมา เพราะมันมีโอกาสเจ็บกันทั้งสองฝ่าย และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ถ้ากระแทกกันแรงๆ แล้วอาจจะส่งผล ต่อความสัมพันธ์กันต่อไปในอนาคต โดยที่เราทั้งสองฝ่ายไม่ได้ตั้งใจและไม่ปรารถนาก็ได้

ถ้าเขากระแทกมาเราก็เลี่ยงเสียก่อน ยอมรับว่าในวัยที่ลูกถดถอย พ่อแม่ควร ถอยห่าง สักหน่อย ยืนอยู่อย่างรักษาระยะ คอยดูว่าเมื่อไรเขาต้องการความช่วยเหลือจริงๆ จึงค่อยเข้าไป

คุณพ่อคุณแม่โปรดตระหนักไว้ว่า นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เขาจะต้องถดถอย เขาจะต้องอยู่คนเดียว เพื่อคลี่คลายความเข้าใจต่อตัวเอง ค้นหาตัวเองของเขา
อย่าไปตั้งแง่ว่า นี่ถ้าพูดดีๆ พ่อแม่ก็เข้าใจ…ทำไมไม่พูดดีกับพ่อแม่ล่ะ…

ถ้าวัยสิบสามเขาสามารถอธิบายให้พ่อแม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น อย่างอดทน ไม่คอยกัดคอยเถียง หรือทำท่าทีเบื่อหน่ายได้ แน่นอน พ่อแม่คงเข้าหาได้ไม่ยาก แต่นี่คือธรรมชาติ เขาก็ยังไม่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ฉะนั้นก็ยิ่งไม่รู้ว่าจะจัดวางตัวเองอย่างไรให้เหมาะ มันจึงวุ่นวายไปหมด คล้ายๆ หลายสิ่งหลายอย่างประดังประเดเข้ามาในชีวิต จนตั้งตัวไม่ติด ปัญหาเพียงนี้จึงอาจลุกลาม กลายเป็นปัญหาใหญ่ในบ้าน และกระทบความสัมพันธ์ที่ยาวนานได้ง่ายๆ

พ่อแม่จึงควรเป็นฝ่ายนิ่งสงบ และรอเวลา อีกไม่นาน ถ้าไม่มีอะไรที่ลุกลาม ลูกจะเข้าสู่ที่ทางที่พ่อแม่รับได้แน่นอน
แต่อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกคนจะเก๊กับพ่อหรือโดยเฉพาะแม่ไปเสียทั้งหมด เด็กที่เดิมมีความสัมพันธ์ที่ดีมากมากับพ่อและแม่ ก็อาจจะคลี่คลายสภาพยุ่งเหยิงของวัยสิบสาม ได้ง่ายกว่านี้ อาจจะพูดจา ซักถาม ขอคำอธิบายจากพ่อหรือแม่ในเรื่องต่างๆ ที่ตนเองสับสน ยังเข้าหากันอยู่

กระนั้นก็ตาม… พึงระลึกว่า วัยสิบสามนี้ยังไงๆ ก็ไม่ต้องการให้พ่อแม่เข้ามายุ่มย่าม ในเรื่องของเขามากจนเกินไป
ความสัมพันธ์กับพี่น้อง

กับพี่น้อง จะคล้ายกับช่วงก่อนหน้านี้ คือวัยสิบเอ็ด-สิบสองขวบ

กล่าวคือ ถ้ากับพี่มักจะไปได้ดีกว่าอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะแก่กว่ากันมากๆ หรือไล่ตามกันมา พวกเขาจะแสดงความใกล้ชิดผูกพันกันพอสมควร บอกว่าคุยกันรู้เรื่องมากกว่ากับน้อง ยอมรับกันและกันมากกว่า ชอบทำอะไรๆ ด้วยกัน ความขัดแย้งถึงขั้นทะเลาะกันนั้นนับว่าน้อยมาก

ถ้ากับน้องที่ห่างกันมากๆ ก็พอไปกันได้ดี แสดงความห่วงใยอาทรดูแลอย่างดี คงเพราะวัยสิบสามรู้สึกว่าเขาคุ้มครองน้องได้ และน้องเชื่อฟังเขาดี
แต่ถ้าไล่กันมาใกล้อย่างเช่นวัยสิบสาม กับน้องวัยสิบเอ็ด สิบสองละก็ มักจะมีปัญหา เป็นไม้เบื่อไม้เมากันค่อนข้างมาก มันก็ไม่ถึงขั้นรุนแรงน่าห่วงนักหรอกค่ะ เพียงแต่วัยสิบสามเขาจะรู้สึกว่าน้องน่ารำคาญ วุ่นวาย ชอบถามอะไรโง่ๆ แล้วก็ขี้ฟ้อง

ส่วนน้องก็จะบ่นว่า พวกพี่วัยสิบสามชอบใช้อำนาจ ชอบขู่ ชอบบังคับ ชอบว่า …แล้วเจ้าตัวเล็กกว่าก็เลยหาเรื่องกวนหรือแหย่เอาเสียบ้าง

การทะเลาะของพี่น้องช่วงวัยนี้ไม่ใช้ความรุนแรงทางร่างกายกันแล้ว ส่วนใหญ่ชอบใช้วาจาประหัตประหารกันมากกว่าค่ะ

พัฒนา สุจริตวงศ์

(update 7 มีนาคม 2001)


[ที่มา.. life & family   ปีที่ 5 ฉบับที่ 55 ตุลาคม 2543]
 
 

[ ที่มา...http://www.elib-online.com/doctors2/child_teenage06.html ]

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors2/child_teenage06.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]