บทความเกี่ยวกับ วัยรุ่น
คนเป็นคนที่ - 3160 [Date : 19 เม.ย. 2553 ]   
 
วัยสิบสาม : มองลึกลงไปในตัวตน
 
วันที่ 19 เม.ย. 2553   โดย พัฒนา สุจริตวงศ์
 
 


วัยสิบสาม : มองลึกลงไปในตัวตน


จากฉบับที่แล้ว เรารู้ว่า กับพ่อแม่นั้น วัยสิบสามง่องๆ แง่งๆ เอาการ ถ้าเช่นนั้น หมายความว่า วัยนี้เอาเพื่อนมากกว่าพ่อแม่หรือ… แน่นอนค่ะ…แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เพื่อนเป็นเป๊ปซี่ที่ดีที่สุด

  • ความสัมพันธ์กับเพื่อน
จริงอยู่…เมื่อเทียบกับความสัมพันธ์ของวัยสิบสามกับคนอื่นๆ ก็นับว่าความสัมพันธ์กับเพื่อนดีกว่า หลายคนยอมรับว่าปฏิบัติต่อเพื่อนดีกว่ากับคนในบ้านเสียอีก แต่กระนั้น รวมๆ แล้วความสัมพันธ์กับเพื่อนวัยนี้ก็แย่ลงกว่า วัยนี้มีแนวโน้มที่จะเข้าสังคมกลุ่มเพื่อนน้อยกว่าตอนวัยสิบสองหรือสิบสี่

  • เด็กหญิงกับเพื่อน
เด็กผู้หญิงยังเกาะกันเป็นกลุ่มเหมือนช่วงสิบสองขวบ แต่เนื่องจากอารมณ์ถดถอย ขึ้นๆ ลงๆ เหมือน ผีเข้าผีออก ไม่คงเส้นคงวาดังที่กล่าวไปในตอนที่แล้ว ความสัมพันธ์กับเพื่อนผู้หญิงด้วยกันจึงตะกุกตะกัก ไม่ราบรื่นอย่างที่ควร มีโกรธ มีงอน เคยมีเพื่อนสนิทก็อาจไม่มีเหมือนเคย หรือสนิทกันน้อยลง และบ่อยครั้งอาจมีลักษณะเก็บตัวกับเพื่อนด้วยเหมือนกัน เช่น มีความลับต่อกัน

ด้วยเหตุที่เริ่มให้ความสนใจกับบุคลิกภาพของตนเองและเพื่อนร่วมวัย บางส่วนเริ่มมองเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน วิพากษ์วิจารณ์และอาจนินทาคนนอกกลุ่ม

เรื่องการใช้โทรศัพท์นานๆ มากๆ เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในยุคนี้ เด็กผู้หญิงบอกว่าคุยกันเรื่องการบ้าน โรงเรียน เพื่อน ฯลฯ เมื่อผู้ใหญ่ถามว่าทำไมไม่คุยกันเสียให้เสร็จตั้งแต่ที่โรงเรียน มาคุยกันต่อทำไมนักหนา ทั้งเสียเวลา อาจทำให้เสียเรื่องถ้าคนอื่นมีธุระต้องโทร.เข้ามาแล้วโทร.ไม่ติด เพราะสาวน้อยจองไว้คนเดียว…

เธอบางคนอาจบอกว่า มันคุยได้ไม่หมด ที่โรงเรียนมีแต่เรียน เรียน เรียน…?? ไม่มีเวลาคุย

ส่วนเรื่องของสาวน้อยวัยสิบสามกับเพศตรงข้าม ส่วนใหญ่วัยนี้แบ่งเป็นสองพวก พวกหนึ่งไม่ชอบยุ่งกับผู้ชาย มองว่าพวกผู้ชายงี่เง่า… ไม่สน พวกนี้อาจพอใจที่จะแสดงตัวว่าชอบผู้หญิงด้วยกัน แต่ไม่ใช่รักร่วมเพศอะไรหรอกนะคะ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่เอาใจใส่กันเป็นพิเศษ อยากมีใครสักคนที่เข้าอกเข้าใจและชื่นชมกันเป็นพิเศษมากกว่า อีกพวกหนึ่งเริ่มมีความรู้สึกเป็นสาวแล้ว จึงแอบสนใจหนุ่มๆ บ้าง แต่ก็ไม่ยอมแสดงตัว ไม่ต้องการให้เจ้าหนุ่มรู้ ยังเป็นแค่ชอบๆ เท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม สาวน้อยวัยสิบสามส่วนใหญ่ไม่ปฏิเสธการคบเพศตรงข้าม แต่ในวันนี้ ยังไม่มี และบางทีเมื่ออยู่ต่อหน้าหนุ่มๆ ก็ขัดเขิน วางตัวไม่ค่อยจะถูกเหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าสาวเจ้าไม่ค่อยมีเพื่อนเป็นเพศชาย เรียนมาในโรงเรียนแบบหญิงล้วน อาจจะรู้สึกวางตัวลำบาก แต่สำหรับสาวน้อยที่คุ้นเคยเล่นหัวมีเพื่อนเป็นผู้ชายมาบ้าง พฤติกรรมดังที่ว่ามาก็จะลดลง

  • เด็กชายกับเพื่อน
ส่วนเด็กผู้ชายยังเกาะกลุ่มกันเป็นแก๊งเป็นกลุ่มก้อนดี บางคนมีเพื่อนซี้หลายคน แต่ส่วนใหญ่แล้วความสัมพันธ์กับเพื่อนรวมๆ แล้วไม่ดีเท่าตอนสิบสองขวบ อาจจะมีที่เคยรวมกันเป็นกลุ่มได้ดีเมื่อปีก่อน แต่มาปีนี้เริ่มกระจัดกระจายไปตามความสนใจเฉพาะของตนเอง หรือจากการที่อยากอยู่คนเดียวมากขึ้น

สำหรับเด็กผู้ชาย มีรายงานว่าใช้โทรศัพท์น้อยกว่าเด็กผู้หญิง การพูดคุยก็เป็นไปในลักษณะที่ไม่ยืดเยื้อยาวนานอย่างของสาวน้อย ที่ยืดออกเป็นชั่วโมงๆ ส่วนใหญ่ถามไถ่เรื่องราว การบ้าน นัดหมาย แล้วก็วางหู

เด็กผู้ชายยังไม่สนใจกับเพศหญิงเท่าไร มีเพียงส่วนน้อยที่เริ่มออกอาการ เป็นหนุ่ม ส่วนใหญ่ยังไม่มีแฟน สำหรับพวกที่ริจีบสาว ไปไหนก็ยังเอาเพื่อนตามไปเป็นเพื่อนด้วย ยังไม่ใจกล้าพอที่จะจีบสาวเพียงลำพัง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวัยสิบสามชอบหมกตัวอยู่คนเดียวในห้องเมื่ออยู่ที่บ้าน เขาอาจจะทำการบ้าน อ่านหนังสือ นอนเล่น หรือฟังวิทยุ วัยนี้เริ่มชอบฟังวิทยุ เพราะเป็นกิจกรรมที่เขาทำได้คนเดียว โดยคนอื่นไม่ต้องมายุ่งด้วย วัยนี้บางบ้านอาจจะพบว่าลูกเริ่มติดดี.เจ. และอยู่ดึกๆ เพื่อฟังรายการวิทยุ


  • ที่โรงเรียน
ความสัมพันธ์กับครู ถ้าโกรธ ไม่พอใจ จะไปแสดงออกด้วยการเอาครูไปนินทา หาเรื่องเอาครูไปล้อเลียนสนุกสนาน หรือทำหน้าเง้าหน้างอเข้าใส่ บางคนอาจใช้วิธีเดินหนี ไม่ยอมพูดด้วย บางคนหาเรื่องแกล้งครูกลับถ้าไม่พอใจหนักๆ

ปกติวัยนี้จะไม่ค่อยเข้าหาครู เห็นครูเดินมาหลบได้เป็นหลบกันพรึ่บพรั่บ

การวิพากษ์วิจารณ์หลายครั้งจะลามจากครูที่สอนไปถึงผู้บริหารโรงเรียน นั่นแสดงว่าเขาเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของระบบแล้ว

วัยสิบสามเขาไม่ชอบการควบคุมแบบเข้มงวด ยอมรับไม่ได้แล้วกับการลงโทษที่ทำให้เขาอับอาย เขาต้องการให้ครูปฏิบัติต่อเขาอย่างที่ ผมโตแล้ว ผมก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ไม่ใช่เด็กเล็ก ขณะเดียวกันก็ต้องการความช่วยเหลือ การอธิบายหรือการปฏิบัติต่ออย่างเป็นเหตุเป็นผล รวมทั้งมีความยุติธรรมผิด-ถูกต้องชัดเจน

เพราะวัยนี้คือวัยอารมณ์ถดถอย ดังนั้น เด็กบางคนอาจจะรู้สึกว่าโรงเรียนน่าเบื่อ หลายคนอาจไม่สนใจการเรียน และถอยกลับเข้าไปอยู่ในโลกของตัวเอง กลายเป็นคนใจลอบ ไม่ได้ยินเสียงครูพูดจากหน้าห้อง แล้วก็เลยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับครูเข้าไปอีก

อาการขยัน ทบทวนบทเรียน ดูหนังสือ ฯลฯ เป็นเรื่องที่ครูบอกว่า หาได้ยากสักหน่อยในนักเรียนวัยนี้ทั่วๆ ไป

แต่สำหรับบางคน โรงเรียนอาจเป็นที่ที่พวกเขามีความสุขมากกว่าวัยสิบสองปีที่ผ่านมา ถ้าโรงเรียนนั้น หรือครูที่สอนมีความเข้าใจในพัฒนาการของเด็ก และสร้างโรงเรียนที่มีบรรยากาศเปิดกว้าง เพราะดังกล่าวแล้วว่าวัยสิบสามต้องการอิสระ หลายคนจึงรู้สึกว่า โรงเรียนหรือครูให้ความไว้ใจเขา เขาจึงพยายามดูแลตัวเอง วางแผนเรื่องเวลา และแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องต่างๆ ดีขึ้น
แต่คำว่า ดี ของเขากับของคุณครูหรือพ่อแม่อาจจะไม่ตรงกัน เพราะผู้ใหญ่ก็มักรู้สึกว่า เจ้าตัวถดถอยไม่เห็นจะดูแลตัวเองเลย !!


(update 30 กันยายน 2002)
[ ที่มา.. life & family   ปีที่ 5 ฉบับที่ 56 พฤศจิกายน 2543 ]
 
 

[ ที่มา...http://www.elib-online.com/doctors45/teen_teen004.html ]

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors45/teen_teen004.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]