บทความเกี่ยวกับ คู่มือเลี้ยงลูก
คนเป็นคนที่ - 3111 [Date : 25 ก.พ. 2551 ]   
 
ลูกน้อยไม่สบายเลือกใช้ยาอย่างไร
 
วันที่ 25 ก.พ. 2551   โดย ภก.วิรัตน์ ทองรอด
 
 

 

 

คำถาม ? เวลาลูกน้อยไม่สบาย ควรเลือกใช้ยาอย่างไร ?...จึงจะได้ผลดีและปลอดภัย

 

การใช้ยาอย่างพอเพียง...เพื่อให้ได้ผลดีและปลอดภัย

ขอคำขวัญยอดฮิตการใช้ยา “ยามีคุณอนันต์และโทษมหันต์” มาย้ำเตือนทุกท่านอีกครั้งหนึ่งว่า ยาเป็นสารเคมีที่ใช้เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพ เป็นประโยชน์ แต่ขณะเดียวกันก็อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตได้ ถ้ามีการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมหรือเมื่อเกิดการแพ้ยา ซึ่งผลเสียเหล่านี้ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ถึงแม้จะไม่เคยมีประวัติแพ้ยาชนิดนั้นเลยก็ได้

ดังนั้น ใช้ยาอย่างพอเพียง ใช้เมื่อจำเป็น เมื่อมีปัญหาสุขภาพเท่านั้น ไม่มากหรือน้อยเกินไป และไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ โดยไม่มีประโยชน์ เพราะอาจจะเกิดอันตรายโดยไม่คาดฝันได้

 

เด็กไม่ใช่ “ผู้ใหญ่...ตัวเล็ก”

การใช้ยาสำหรับเด็กจะมีความแตกต่างไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ เริ่มตั้งแต่ร่างกายของเด็กจะมีอวัยวะหลายส่วนแตกต่างจากผู้ใหญ่ จึงขอยืมคำกล่าวที่ว่า เด็กไม่ใช่ “ผู้ใหญ่...ตัวเล็ก” มาประยุกต์ใช้เรื่องการใช้ยา เพื่อให้เพิ่มความระมัดระวังการใช้ยาสำหรับเด็กที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กทารกและเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถช่วยตัวเองได้ดีดท่ากับเด็กโต

ลักษณะพัฒนาการของร่างกายเด็กจะยังไม่เต็มที่หรือสมบูรณ์เท่ากับผู้ใหญ่ การทำงานของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่างๆ จึงแตกต่างจากผู้ใหญ่ทั่วไป

ตัวอย่างเช่น ร่างกายเด็กจะมีสัดส่วนของปริมาณน้ำมากกว่าผู้ใหญ่ หรือที่นิยมพูดว่า เด็กมีปริมาณน้ำมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้น การกระจายยาหลายชนิดของร่างกายเด็กจึงแตกต่างจากผู้ใหญ่ ซึ่งจะส่งผลถึงความเข้มข้นของยา และส่งผลต่อการรักษาและผลเสียของยาที่แตกต่างกันด้วย

ตรงกันข้าม ผู้ใหญ่มีปริมาณไขมันมากกว่าเด็กยาบางชนิดละลายได้ดีในไขมันก็จะกระจายตัวไปส่วนต่างๆ ของร่างกายเด็กได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ ทำให้ยาที่ละลายได้ดีในไขมันจะมีความเข้มข้นสูงเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ซึ่งอาจสูงจนทำให้เกิดอันตรายได้

การดูดซึมของยา กระเพาะอาหารเด็กมีการสร้างและหลั่งกรดออกมาย่อยอาหารที่มีปริมาณน้อยกว่าผู้ใหญ่และระยะเวลาที่ยาและอาหารตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานกว่าผู้ใหญ่

สำหรับเด็กยาสามารถเดินทางจากกระแสเลือดเข้าสู่สมองได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ นอกจากนี้ การทำงานของเอนไซม์ที่ตับเด็กยังไม่เต็มที่เท่ากับผู้ใหญ่อีกด้วย

สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนที่แสดงให้เห็นถึงข้อแตกต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ซึ่งจะส่งผลต่อยาหลายชนิดที่ตอบสนองผู้ใหญ่แตกต่างจากในเด็กได้ ในเรื่องการใช้ยา เด็กจึงไม่ใช่...ผู้ใหญ่ตัวเล็ก แต่เด็กก็เป็นเด็กที่มีร่างกายและการตอบสนองต่อยาเฉพาะของเด็กแตกต่างจากในผู้ใหญ่ การเลือกใช้ยาจะต้องเหมาะสมสำหรับเด็ก

 

ยาสามัญประจำบ้านสำหรับเด็ก

ครอบครัวที่มีสมาชิกตัวน้อยๆ ขอแนะนำให้จัดเตรียมยาสามัญประจำบ้านสำหรับโรคที่พบบ่อยๆ เผื่อฉุกเฉิน ยามค่ำคืน หรือเมื่อเริ่มมีอาการเพียงเล็กน้อยก็จะได้ใช้ยาสามัญประจำบ้านที่เตรียมไว้นี้เพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นได้

ตัวอย่างยาสามัญประจำบ้าน ได้แก่ ยาลดไข้ แก้ตัวร้อน ยาแก้ไข้หวัด ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นต้น

·        ยาลดแก้ไข้ตัวร้อน ที่นิยมคือ พาราเซตามอลมีฤทธิ์ลดไข้ แก้ตัวร้อน และบรรเทาอาการปวดได้อย่างดีมีทั้งชนิดน้ำเชื่อมและเม็ด ซึ่งมีปริมาณยาต่อช้อนชาหรือต่อเม็ดที่แตกต่างกัน จึงควรอ่านรายละเอียดและขนาดการใช้ตามกล่องหรือคำอธิบายที่แนบมากับยาให้เข้าใจก่อนใช้ยา และกรณีที่มีไข้สูงก็อาจดูแลด้วยการเช็ดตัวให้แก่ลูกน้อยตามบริเวณข้อพับต่างๆ พร้อมๆ กับให้ดื่มน้ำบ่อยๆ และมากๆ ด้วย

·        ยาแก้หวัดคัดจมูก เนื่องคัดจมูกเป็นปัญหาต่อการดูดนมของเด็กเล็กอย่างมาก ถ้าเด็กคัดจมูก มักจะโยเย และไม่ยอมดูดนม ดังนั้น เด็กเล็กควรบรรเทาอาการอุดตันของรูจมูกก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้เด็กดื่มนมได้ตามปกติ

วิธีที่นิยมใช้แก้ปัญหาคัดจมูกของเด็กเล็กคือ การใช้ไม้พันสำลีเช็ดน้ำมูกออก ซึ่งถ้าเป็นน้ำมูกเหลวจะสามารถเช็ดออกได้ง่าย ด้วยไม้พันสำลีขนาดเล็กสำหรับเด็ก แต่บางกรณีน้ำมูกแห้งกรังอุดตันรูจมูก จะแนะนำให้ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำเกลือหยดที่ขี้มูกที่แห้งกรังอยู่นั้นให้นิ่มลงก่อนที่จะใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำหมาดๆ เช็ดขี้มูกออกได้ง่ายขึ้น

อีกวิธีที่นิยมใช้คือ การใช้ไม้พันสำลีชุบยาแก้คัดจมูกพอหมาดๆ เช็ดที่จมูก วันละ 3-4 ครั้ง เพื่อเปิดช่องรูจมูกให้เด็กหายใจได้ และดูดนมได้เป็นปกติ

·        ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นยาอีกชนิดหนึ่งที่นิยมมีไว้ประจำบ้าน โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ที่ยังดื่มนมเป็นอาหารหลัก ซึ่งมักจะเกิดปัญหาท้องอืดท้องเฟ้อ เช่น มหาหิงคุ์ เป็นต้น มักนิยมใช้ทาที่ท้องเพื่อช่วยไล่ลม (ขับลม) และใช้ร่วมกับการอุ้มเด็กขึ้นพาดบ่าพร้อมทั้งลูบหลังเบาๆ หลังดื่มนม ทั้งนี้เพราะระหว่างการดูดนมเด็กจะดูดลมเข้าไปในกระเพาะอาหารด้วย

ดังนั้น การอุ้มเด็กเล็กพาดบ่าพร้อมกับการลูบหลังก็จะเป็นการจัดท่าทางร่างกายของเด็กให้เกิดการเรอได้ง่ายขึ้น ช่วยลดแก๊สหรือลมในท้อง ช่วยแก้ท้องอืดได้เป็นอย่างดี

การเลือกยาสามัญประจำบ้านของเด็กอาจปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมยาบางรายได้ตามความนิยมและโรคประจำตัวของเด็กๆ หากมีข้อสงสัยเหล่านี้ ก็ขอคำแนะนำและปรึกษาเรื่องยาสามัญประจำบ้านของเด็กได้จากแพทย์หรือเภสัชกรได้

 

การใช้ยา...กรณีที่ไปพบแพทย์

บางกรณีอาจต้องไปพบแพทย์ และอาจได้รับยาจากแพทย์ทั้งจากที่คลินิกหรือโรงพยาบาล ดังนั้นเพื่อให้การใช้ยาเกิดประสิทธิภาพสูงสุดควบคู่กับความปลอดภัยก่อนพาบุตรหลานไปพบแพทย์ จะมีขั้นตอนง่ายๆ คล้ายกับขั้นตอนของผู้ใหญ่ดังที่ได้กล่าวอย่างละเอียดในฉบับที่แล้วดังนี้

 

1. ขั้นตอนก่อนไปพบแพทย์

ขั้นนี้ควรเตรียมข้อมูลการเจ็บป่วย ยาที่ใช้อยู่ โรคประจำตัวและการแพ้ยา (ถ้ามี) ประวัติการเจ็บป่วยของครอบครัวและการเจ็บป่วยของเด็กที่ผ่านมา เพื่อให้แพทย์ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนเหมาะสม

 

2. ขั้นตอนการตรวจรักษาจากแพทย์

เมื่อไปพบแพทย์ควรให้ข้อมูลความเจ็บป่วยที่เตรียมไว้อย่างครบถ้วน เช่น อาการสำคัญ ยาที่ใช้อยู่ โรคประจำตัวและการแพ้ยา (ถ้ามี) ประวัติการเจ็บป่วยของครอบครัวและการเจ็บป่วยของเด็ก เป็นต้น และควรให้แพทย์อธิบายถึงผลการวินิจฉัยว่า เด็กน้อยเป็นโรคอะไร การรักษาจะต้องใช้ยาอะไรบ้าง และมีขั้นตอนการดูแลเด็กระหว่างการเจ็บป่วยอย่างไร

 

3. ขั้นตอนการรับยาที่ห้องยา

เมื่อรับยาควรตรวจเช็กความถูกต้องของชื่อและนามสกุล ชนิดและจำนวนยา ข้อควรระวัง ตลอดจนวิธีการใช้ยา เช่น การสูดยา การผสมและเก็บยาปฏิชีวนะชนิดผง การเหน็บยาทวารหนัก เป็นต้น หากมีข้อสงสัยควรสอบถามจากเภสัชกรและแพทย์ก่อนกลับบ้าน

 

4. ขั้นตอนการใช้ยา

ทุกครั้งที่ใช้ยา ควรอ่านฉลากและวิธีใช้ทุกครั้งว่าจะต้องใช้ครั้งว่าจะต้องใช้ครั้งละเท่าใด วันละกี่ครั้ง เวลาใด และใช้ให้ถูก ตรงตามคำสั่งแพทย์หรือเภสัชกร และสังเกตลักษณะของยาว่ายังเหมือนเดิมหรือไม่ ก่อนการใช้ยา

 

5. ขั้นตอนหลังการใช้ยา

หลังใช้ยาควรสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยระหว่างการใช้ยา ถ้ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นขอให้ติดต่อกับผู้สั่งจ่ายยาทันทีเพื่อแจ้งให้ผู้สั่งจ่ายทราบและให้คำปรึกษาดูแลอาการผิดปกตินั้น

ทั้ง 5 ขั้นตอนนี้ผู้ปกครองผู้ดูแลเด็กไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่จะมีส่วนสำคัญตลอดทุกขั้นตอน และถ้ามีผู้ดูแลเด็กหลายคนหรือมีการเปลี่ยนผู้ดูเด็ก ควรส่งต่อ หรือเล่ารายละเอียดของการดูแลและการใช้ยาให้กับผู้ดูแลคนอื่นได้เข้าใจถูกต้องด้วย เพื่อช่วยให้การใช้ยาของเด็กถูกคน ถูกชนิด ถูกขนาด และถูกต้อง เพื่อผลการรักษาและความปลอดภัยในการใช้ยาแก่ลูกหลานท่าน

 

ข้อแนะนำการป้อนยาสำหรับเด็ก

อีกปัญหาหนึ่งที่เป็นเรื่องปวดหัวสำหรับผู้ปกครอง คือ การป้อนยาให้บุตรหลาน ซึ่งเป็นเรื่องยากเย็นเข็ญใจสำหรับบางครอบครัว จะขอแนะนำขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1. อ่านรายละเอียดของยาและเตรียมตัวยาตามขนาดที่ถูกต้องด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสมไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป

2. อธิบายถึงเหตุผลและความจำเป็นสำหรับการใช้ยาด้วยความห่วงใยของผู้ปกครองให้เด็กรับรู้ เพื่อการยอมรับ และร่วมมือปฏิบัติตามการป้อนยา

3. พยายามอย่าให้ยาสัมผัสกระพุ้งแก้ม และหลีกเลี่ยงให้ยาสัมผัสกับลิ้น โดยเฉพาะยาที่มีรสขม (เพราะต่อมรับรสที่อยู่ที่ลิ้น)

4. หลังป้อนยาให้ดื่มน้ำตามเล็กน้อย

5. ไม่ผสมยากับนม เพราะถ้ามีรสขมเด็กอาจไม่ดื่มนมที่มียารสขมผสมอยู่ หรือกรณีที่เด็กดื่มนมไม่หมดขวดก็จะได้ยาไม่ครบตามขนาดที่ต้องการ

6. ขณะที่เด็กร้องไห้ไม่ควรป้อนยา เพราะอาจทำให้สำลักได้

7. จำนวนครั้งของการให้ยาจะต้องน้อยที่สุด แต่ก็ไม่จำเป็นต้องผสมยาหลายๆ ชนิดพร้อมกัน เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันได้

การป้อนยาให้เด็กจะต้องใช้หลักจิตวิทยา ตั้งสมาธิให้ดี และใจเย็นๆ พยายามอธิบายให้เด็กรับรู้และเข้าใจถึงความจำเป็นของการใช้ยา เพื่อรักษาโรค และอาจให้รางวัลได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ ไม่ควรหลอกลวงหรือข่มขู่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกฝังทัศนคติและการใช้ยาที่ดีแก่เด็ก พร้อมๆ กับสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ปกครองและบุตรหลานเรื่องความห่วงใยที่ต้องการช่วยเหลือให้บุตรหลานของตนลดความทุกข์ทรมาน หายป่วยหายไข้อย่างเร็วที่สุด

การใช้ยาสำหรับเด็กจึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ตลอดจนเป็นสื่อแสดงความรัก ความเอื้ออาทรและความห่วงใยที่มีต่อบุตรหลานทุกคน ความสำเร็จของการใช้ยาจึงขึ้นกับความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ปกครอง ผู้ดูแลและบุตรหลานด้วย

 
 

[ ที่มา...นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 29 ฉบับที่ 343 พฤศจิกายน 2550 ]

URL Link : http://www.doctor.or.th

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]