บทความเกี่ยวกับ ครอบครัว
คนเป็นคนที่ - 3911 [Date : 18 เม.ย. 2553 ]   
 
ปัญหาหย่าร้าง
 
วันที่ 18 เม.ย. 2553   โดย ส.อินทรสุขศรี
 
 
ปัญหาหย่าร้าง
 

สถิติการหย่าร้างของคู่สมรสของไทย ได้รับการเปิดเผยจากกระทรวงมหาดไทยว่ามีเพิ่มขึ้น จากสถิติการหย่าร้างของกองทะเบียนสมรส


เรื่องการหย่าร้างหากจะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวก็จริง แต่ผลกระทบจากการหย่าร้างนี้ ย่อมมีผลกระทบต่อสภาพครอบครัวที่มีลักษณะบ้านแตก กระทบจิตใจลูกๆ ที่พ่อแม่ต้องแยกจากกัน ทั้งยังมีผลกระทบสืบเนื่องถึงสภาวะเศรษฐกิจของครอบครัวและสังคมด้วย ที่น่าคิดก็คือ การหย่าร้างนั้นมิใช่จะมีสาเหตุเนื่องจากความไม่ซื่อของชายต่อภริยาตนเพียงฝ่ายเดียว แต่ก็ยังมีสถิติเพิ่มขึ้นในเรื่องการฟ้องหย่าของชาย หญิงที่ไม่ซื่อต่อสามีนั้นมีอยู่หลายระดับ ไม่ว่าในด้านสูงด้วยวุฒิภาวะการศึกษาอยู่ในสังคมชั้นสูง หรือในทางตรงกันข้าม

เป็นความจริงที่ว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่แต่งงานแล้ว (ยกเว้นผู้นิยมความสัมพันธ์ทางเพศเป็นพิเศษ) ย่อมไม่ต้องการเลิกร้างจากสามีอย่างแน่นอน แต่เท่าที่ปรากฏหญิงที่ขอหย่าสามี จนทำให้ครอบครัวแตกแยกนั้น สาเหตุสำคัญที่สุดก็ คือ ฝ่ายชายเป็นผู้ที่ไม่สนใจรักใคร่ภริยาเหมือนเดิม หรือไม่ก็ฝ่ายชายทำตัวห่างเหินหรือแยกตัวไปทำมาหากินในถิ่นที่ไกลภริยา ทั้งบางคนยังมีภริยาน้อยไว้สำรอง ฉะนั้นจึงทำให้ภริยาเกิดความหึงหวงโกรธแค้น หรือคิดแก้แค้น เมื่อหญิงเกิดความว้าเหว่มากจนไม่อาจทนได้ จึงต่างคนต่างไป ความว้าเหว่ผสมความโกรธแค้นนี้เองอาจทำให้ฝ่ายหญิงคิดแก้ลำโดยเริ่มประพฤติผิด อาทิ การหันเข้าหาเหล้า ของเสพติดและหาความสุขทางเพศโดยไม่คิดถึงศีลธรรมอันดี และประสบกับปัญหาเรื่องการคบชู้สู่ชาย ซึ่งเป็นที่ประณามของสังคม ทั้งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้ หญิงก็จะถูกฟ้องหย่าได้ทันทีจากฝ่ายชาย

อนึ่งสังคมวัตถุนิยมก็ทำให้คนเราหลงผิดได้ง่าย รวมทั้งค่านิยมของสังคมไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะฝ่ายชายมักจะถือว่าผู้ชายนั้นมีเงิน มีอิทธิพลเสียอย่าง การหาภริยาน้อย ไม่ว่าสักกี่คนดูเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเรื่องนี้ก็คงจะต้องแก้ไขปรับค่านิยมกันเสียใหม่

อย่างไรก็ดี ถ้าหากเราคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของหญิงบ้างก็จะดี เดิมฝ่ายหญิงก็รักใคร่สามี แต่เมื่อมาถูกสามีทอดทิ้งให้ว้าเหว่ ทั้งไม่เอาใจใส่สนใจครอบครัวเลย มิหนำซ้ำกลับไปสนใจภริยาน้อย แต่สังคมแทนที่จะประณามกลับยกย่องชมเชยว่า เป็นชายชาตรีเก่งกล้าแบบขุนแผน ก็น่าที่ผู้หญิงเราซึ่งเป็นมนุษย์ปุถุชนจะต้องมีความโกรธแค้นเป็นธรรมดา และยิ่งผู้หญิงสมัยนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ได้รับการศึกษา มีอาชีพ มีเกียรติ และมีเศรษฐกิจดี (และบางท่านดีกว่าชายมากด้วย) ผู้หญิงย่อมมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เมื่อไม่สามารถทำให้เขากลับมารักมาอยู่กับตัวเช่นเคยได้ ก็ย่อมเกิดความรู้สึกมีทิฐิ ไม่อยากง้องอน ยิ่งหากเผอิญได้พบชายอื่นที่ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิด เพื่อนหรือนายที่รู้ใจหญิงก็ย่อมมีจิตใจเอนเอียงไปเป็นธรรมดา ทั้งไม่คิดจะอดทนต่อสภาพที่ถูกเอาเปรียบจากฝ่ายชายต่อไป อย่าได้คิดว่าหญิงอยากประพฤติต่ำทราม คิดจะมีสามีน้อยเหมือนอย่างชาย เพราะเหตุผื่นดังที่ชายปากร้ายบางคนมักอ้างประชดประชันเสมอว่า "ผู้หญิงสมัยนี้น่ะอยากเท่าเทียมชายทุกทางเลยมีผัวน้อยซะเลย"

อย่างไรก็ดี ปัญหาการหย่าร้างเป็นปัญหาร้ายแรงสำหรับชีวิตคู่ ถ้าคนเราไม่ว่าชายหรือหญิงรู้จักพอและพอใจในสิ่งที่ตัวมี และรู้จักหน้าที่ของตัวดี ไหนเลยจะมีเรื่องผิดศีลธรรมของการครองเรือนและปัญหาครอบครัวเกิดขึ้น ชีวิตคู่ก็จะต้องมีความสุข แต่เหตุแห่งความไม่พอนั่นเองจึงเกิดปัญหาหย่าร้างขึ้น และสังคมก็ควรให้ความยุติธรรมแก่ฝ่ายหญิงบ้าง อย่างไรก็ดี เรื่องการมีชายชู้หรือมีภริยาน้อยนั้นก็นับว่าผิดศีลธรรมพอๆ กัน ทั้งหญิงและชาย

ส.อินทรสุขศรี

 
 

[ ที่มา...http://www.elib-online.com/doctors/family_divorce01.html ]

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors/family_divorce01.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]