บทความเกี่ยวกับ ผู้หญิง ผู้หญิง
คนเป็นคนที่ - 5022 [Date : 28 ม.ค. 2551 ]   
 
ปวดหลังเรื่องกวนตัวของแม่ท้อง
 
วันที่ 28 ม.ค. 2551   โดย รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์
 
 

 

 

อาการปวดหลังในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยมาก แม้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรงแต่ก็สร้างความวิตกกังวลให้กับคุณแม่ไม่น้อยคุณแม่หลายคนพยายามรักษาอาการปวดหลังของตัวเองด้วยวิธีการต่างๆ มากมายแตกต่างกันไปหลายวิธีมีประโยชน์ แต่หลายวิธีก็เสี่ยงที่ทำให้เกิดอันตรายได้ ลองมาดูตัวอย่างคุณแม่ที่มีปัญหาปวดหลังในรูปแบบต่างๆ กันนะครับ

1. คุณยืนยาว อายุ 23 ปี อาชีพพนักงานขายเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้า ขณะทำงานต้องยืนทั้งวันแทบไมได้นั่งเลย คุณยืนยาวตั้งครรภ์นี้เป็นครั้งแรก ภายหลังตั้งครรภ์ก็ยังต้องทำงานตลอด จนขณะนี้อายุครรภ์ประมาณ 9 เดือนแล้ว คุณยืนยาวเล่าให้คุณหมอที่ดูแลฟังว่าช่วงนี้มีอาการปวดหลังมาก โดยเฉพาะหลังตื่นนอน แต่ก่อนหน้านี้ก็ปวดหลังเหมือนกันเพียงแต่ยังไม่มากเหมือนตอนนี้ คุณยืนยาวเคยไปซื้อยาแก้ปวดมากินเองหลายครั้ง แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ระยะหลังนี้อาการเป็นมากจนแทบจะยืนไม่ค่อยไหว และต้องขอลาหยุดงานหลายครั้ง</p>

2. คุณไหว อายุ 32 ปี อาชีพเป็นครูสอนนักเรียนมัธยมต้นต้องยืนสอนสลับกับนั่งตรวจงานนักเรียนวันละหลายๆ ชั่วโมงขณะตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนรู้สึกปวดบริเวณก้นลงมาจนถึงบริเวณน่องทั้งสองข้าง เวลาที่นั่งแล้วลุกขึ้นยืนจะปวดขาและหลังมากพอหยุดงานประมาณ 2-3 วันอาการก็ดีขึ้น แต่พอกลับมาทำงานก็มีอาการปวดที่สะโพกและหลังแทน บางครั้งปวดจนนอนไม่หลับเลยก็มี ไปซื้อยาแก้ปวดมากินเองบ้างไปหาหมอบ้าง บางครั้งก็ไปให้หมอนวดนวดให้แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเลย คุณไหวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าตั้งแต่ตั้งครรภ์ยังคงสอนหนังสือมาตลอด และทำงานมากเหมือนช่วงที่ไม่ตั้งครรภ์

3. คุณชวนชิม อายุ 30 ปี อาชีพขายอาหาร ต้องยืนทำอาหารให้ลูกค้าเกือบทั้งวัน มีโอกาสนั่งหรือนอนพักน้อยมาก เมื่อตั้งครรภ์ใหม่ๆ ก็สบายดี แต่ระยะนี้ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 5 เดือนมีอาการปวดบริเวณเอวและหลังมาก โดยเฉพาะเวลาก้มหลังและบิดตัวเพื่อหยิบของต่างๆ ยิ่งปวดมาก กินยาแก้ปวดหลายชนิดแล้วยังมีอาการปวดน่องและปวดขาอีกด้วย รู้สึกขาแข็งเกร็งจนแทบจะยืนไม่ได้ ยังไม่ได้ไปหาหมอเพราะไม่มีเวลา</p>

4. คุณเกศา อายุ 29 ปี อาชีพช่างทำผม ในแต่ละวันต้องยืนทำผมวันละหลายชั่วโมง ขณะนี้ตั้งครรภ์ประมาณ 2 เดือน มีอาการปวดหลังมากไม่ว่าจะตอนยืนทำผมให้ลูกค้าหรือตื่นนอนใหม่ๆ ซื้อยาแก้ปวดมากินหลายขนานแล้วก็ยังไม่หาย

5. คุณอดทน อายุ 32 ปี อาชีพพนักงานบริษัทประกันชีวิต ตั้งครรภ์แรก ชีวิตประจำวันต้องขับรถไปหาลูกค้าเสมอ ขณะนี้อายุครรภ์ประมาณ 7 เดือน เพิ่มเริ่มรู้สึกปวดบริเวณก้นกบปวดหลัง และปวดเอวมากจนแทบไม่อยากขยับตัว นอกจากนี้ยังรู้สึกว่ามีตะคริวกินที่น่องตอนช่วงเย็นๆ ภายหลังกลับบ้านด้วยคุณอดทนได้ไปซื้อยาแก้ปวดมานวดและซื้อแคลเซียมมากินแต่อาการปวดหลังก็ไม่ดีขึ้นเลย

อาการปวดหลังในคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยมาก ถ้าจะกล่าวว่าเมื่อตั้งครรภ์คุณแม่แทบทุกคนจะต้องมีอาการปวดหลังเสมอก็ไม่น่าจะผิดนักหรอกครับ อาการปวดหลังที่ว่าจะเป็นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นอายุครรภ์ อาชีพการงานที่ทำอายุของคุณแม่รวมทั้งนิสัยส่วนตัวบางประการของคุณแม่ด้วย ส่วนมากแล้วอาการปวดหลังเป็นเรื่องไม่รุนแรงแลไม่จำเป็นต้องให้การดูแลรักษาอะไรมากนัก แต่ก็มีคุณแม่บางรายที่มีอาการเป็นมากจนต้องรับไว้ในโรงพยาบาล

 

กระดูกและข้อกับการปวดหลัง

กระดูกคนเรามีมากมายหลายชิ้นประกอบกันเป็นโครงสร้างของร่างกาย กระดูกแต่ละชิ้นที่ร่วมกันทำงานไมได้เชื่อมต่อกันโดยตรง แต่จะยึดติดกันโดยใช้กล้ามเนื้อหรือเอ็นเป็นตัวช่วย กระดูกในบางส่วนของร่ากายที่ใช้ในการเคลื่อนไหวจะไม่ยึดติดกัน เพียงแค่มาชนกันแล้วมีกล้ามเนื้อและเอ็นมายึดไม่ให้หลุดออกจากกัน เช่น กระดูกบริเวณข้อมือ ข้อศอก ข้อเข่า ข้อเท้า ในขณะที่กระดูกบางส่วน เช่น กระดูกสันหลังหรือกระดูกเชิงกรานที่มีการยึดติดกันแน่นหนากว่า ทำให้มีการขยับหรือเคลื่อนไหวได้น้อยกว่า การยึดกันของกระดูกสันหลังคล้ายกับการเรียงอิฐเป็นชั้นๆ โดยระหว่างอิฐแต่ละก้อนที่เรียงสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แทรกด้วยปูน อิฐแต่ละก้อนก็คือกระดูกสันหลังแต่ละชิ้น และปูนที่แทรกระหว่างอิฐก็คือเอ็นหรือเนื้อเยื่อที่แทรกทำหน้าที่เป็นหมอนรองกระดูกนั่นเอง ส่วนกระดูกเชิงกรานของคนเรามีรูปร่างเหมือนกับขันน้ำที่ก้นรั่ว โดยตัวกระดูกเชิงกรานสร้างขึ้นมาจากการประกอบกันของกระดูกหลายชิ้นมายึดติดกันแน่น โดยอาศัยเอ็นยึดกระดูก

เมื่อตั้งครรภ์ทั้งตัวลูกในครรภ์ รก และตัวคุณแม่เองจะมีการร่วมมือกันในการสร้างฮอร์โมนขึ้นมาหลายชนิดเพื่อทำหน้าที่ต่างๆ มากมาย หนึ่งในหน้าที่เหล่านั้นก็คือจะทำให้ข้อต่อของกระดูกและข้อในส่วนต่างๆ ของร่างกายหลวมและหย่อนตัวลง กระดูกสันหลังที่เคยยึดกันแน่นก็จะหลวม ทำให้ขยับง่ายขึ้น กระดูกเชิงกรานที่เคยยึดกันแน่นก็จะคลายออก ทำให้เชิงกรานหลวมและกระดูกมีการขยับได้เล็กน้อย เหมือนกับเราคลายน็อตที่ยึดเหล็กหรือไม้สองชิ้นไว้ด้วยกัน การที่ร่างกายมีการปรับตัวเช่นนี้ขณะตั้งครรภ์ เชื่อว่าเพ่อให้เชิงกรานขยายตัวได้มากขึ้น จะได้ช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์คลอดออกมาได้แม้ว่าขนาดจะใหญ่ไปสักนิดก็ตาม ส่วนการที่กระดูกสันหลังหลวม ก็เพื่อที่จะให้สามารถขยับเพื่อให้แอ่นหลังได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยในการปรับสมดุลในการับน้ำหนักของมดลูกและทารกในครรภ์ที่โตขึ้นทุกวันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ทำไม...ปวดหลัง ?

จากการที่กระดูกและข้อมีการขยายตัว หลวมและกล้ามเนื้อหย่อนตัว หรือรวมๆ กันทุกอย่างผลก็คือคุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องมีการปรับตัวในการยืน เดิน ทำกิจกรรมต่างๆ ค่อนข้างมาก เนื่องจากข้อเข่าและข้อกระดูกสันหลังหลวมมากกว่าเดิม แม้จะเพียงแค่ยืนเฉยๆ คุณแม่ก็จำเป็นต้องเกร็งขามากกว่าปกติ มิฉะนั้นก็อาจจะล้มได้ง่ายๆ ผลดังกล่าวเลยทำให้มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อขา ทำให้ปวดขาหรือตะคริวกินขาได้ ยิ่งถ้าต้องยืนนานๆ การเกร็งขาก็ยิ่งต้องทำมากขึ้น ก็จะยิ่งปวดขามากขึ้นไปด้วย อาการปวดขาสามารถเกิดขึ้นได้แม้ตั้งครรภ์เพียงไม่กี่เดือน เมื่อการตั้งครรภ์ดำเนินต่อไป ท้องที่โตขึ้นก็จะทำให้คุณแม่ต้องแบกน้ำหนักมากขึ้นทุกวันเช่นกันเนื่องจากข้อหลังมีการหลวมมากขึ้น คุณแม่ที่ครรภ์แก่พอสมควรจึงมักจะต้องยืนหรือเดินแอ่นหลังกันโดยไม่รู้ตัว การที่คุณแม่ต้องแอ่นหลังก็เพื่อเป็นการปรับสมดุลของร่างกายเพื่อสู้กับน้ำหนักของท้องที่โตขึ้นและทิ้งน้ำหนักไปข้างหน้า ผลของการต้องแอ่นหลังนานๆ ย่อมทำให้ปวดหลังอย่างแน่นอน ดังนั้นคุณแม่ที่ท้องแก่เกือบทุกรายจึงมีอาการปวดหลังเสมอโดยไม่ต้องไปทำอะไรเพิ่ม คุณแม่บางรายน่าสงสารแม้ว่าจะตั้งครรภ์ก็ยังต้องทำงาน เพราะแค่รับน้ำหนักลูกในท้องก็หนักหนาพอแล้ว ยิ่งมาต้องทำงานขณะตั้งครรภ์ด้วยก็จะยิ่งทำให้ปวดขาและปวดหลังมากขึ้นอีก งานที่ทำให้คุณแม่ปวดหลังมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นงานที่ทำให้คุณแม่ต้องรับน้ำหนักมากขึ้นหรือรับน้ำหนักอยู่นานๆ เช่นอาชีพของคนไข้ที่ผมยกตัวอย่างนั่นแหละครับ

เทคนิคบรรเทาอาการปวดหลัง

ผมมีข้อแนะนำที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณแม่ในการบรรเทาอาการปวดหลังมาฝาก ก่อนที่จะนั่ง ยืน เดิน หรือเคลื่อนไหวประการใด ขอให้ทำด้วยความระมัดระวังเสมอถ้ายังคงต้องทำงานที่ยืนนาน นั่งนาน หรือยกของหนัก ขอให้หาเวลาพักให้มากขึ้นกว่าตอนที่ไม่ตั้งครรภ์นะครับ

หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง ควรใส่รองเท้าส้นที่เตี้ยๆ ถ้าจะให้ดีควรเป็นรองเท้าที่พื้นรองเท้ามีความโค้งรับพอดีกับความโค้งของฝ่าเท้า หลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด ควรขอร้องให้คนอื่นช่วยยกจะดีกว่า เวลานั่ง ควรนั่งให้หลังตรง และควรนั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิง โดยพยายามนั่งให้สะโพก ไหล่ หลักชิดพนักพิง และถ้าทำได้ควรหาหมอนใบเล็กๆ มารองบริเวณบั้นเอวและต้นคอจะทำให้สบายขึ้น เวลานอน ควรนอนบนที่นอนที่ไม่อ่อนนุ่มเกินไป เพราะทำให้หลังงอและปวดหลังได้ ถ้าที่นอนอ่อนนุ่มเกินไปควรเปลี่ยนหรือหากระดานแข็งๆ มารองระหว่างตัวสปริงกับตัวเบาะที่นอน ควรนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่งโดยใส่หมอนไว้ระหว่างขาเพื่อเป็นตัวช่วยหนุนขา เวลายืน อย่ายืนนานๆ ควรสลับไปนั่งหรือนอนบ้างก็จะดี ถ้าต้องยืนนานๆ ควรยกขาข้างหนึ่งยืนบนหล่องหรือเก้าอี้รองเท้า

 

วิธีรักษา

หากปฏิบัติตัวอย่างถูกวิธีแล้วแต่อาการปวดหลังก็ยังไม่ดีขึ้น สิ่งที่ผมคิดว่าคุณแม่ควรจะทำก็คือการพักผ่อนที่เพียงพอ โดยเฉพาะการนอนพักที่มากพอจะช่วยให้อาการปวดหลังบรรเทาลงได้ดีกว่าสารพัดวิธี ที่พยายามนำมารักษาอาการปวดหลังให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ จากประสบการณ์ที่ผมดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์จำนวนไม่น้อยพบว่าข้อแนะนำที่ว่านี้ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไรหรอกครับ เพราะเป็นข้อแนะนำที่พูดง่ายแต่ทำตามยาก เพราะคุณแม่ส่วนมากในปัจจุบันต้องทำงานแม้ว่าจะอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ก็ตาม โอกาสจะได้นั่งพักหรือนอนพักน้อยมากฟังแล้วก็สงสารแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ถ้าเป็นไปได้อยากให้หน่วยงานของรัฐช่วยมาดูแลออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์บ้าง จะได้ไม่ปล่อยให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ต้องทนทรมานจากการทำงานที่ต้องยืนนานหรือนั่งนาน เช่น ขายของในห้าง งานบริการหน้าเคาน์เตอร์ ผมว่าน่าจะมีกฎให้คุณแม่เหล่านี้ได้มีเวลาพักมากขึ้น มีเก้าอี้ให้นั่งพักบ้าง หรือถ้าจะให้นอนพักเป็นบางช่วงระหว่างทำงานก็จะยิ่งวิเศษเลยครับ นอกจากการพักผ่อนแล้วสิ่งควรจะทำเป็นประจำก็คือ การออกกำลังกาย เนื่องจากการออกกำลังกายบ่อยๆ ก็เหมือนกับรถที่มีการอุ่นเครื่องหรือใช้งานบ่อยๆ เครื่องจะได้ไม่ติดขัด ส่วนจะออกกำลังกายอย่างไรได้บ้าง ผมแนะนำให้ถามคุณหมอที่ดูแลครับ หากทำทั้งสองอย่างแล้วถ้าอาการปวดหลังของคุณแม่ยังไม่ดีขึ้น อย่างนี้คงต้องปรึกษาคุณหมอเพื่อให้การรักษาแล้วละครับ การรักษามีหลายวิธี เช่น การประคบร้อนหรือเย็นบริเวณที่ปวด การกินยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์แรงขึ้น การใส่เครื่องช่วยพยุงท้องหรือเครื่องประคองหลัง และการทำกายภาพบำบัด ส่วนจะวิธีไหนต้องปรึกษากับคุณหมอเป็นรายๆ ไปครับ จากประสบการณ์พบว่ามีคุณแม่ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีต่างๆ เหล่านี้มีน้อยมากครับ

หากพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาการปวดหลังก็มักจะบรรเทาลงได้ แต่ถ้ามีความผิดปกติอย่างอื่น เช่น มีไข้ ปัสสาวะแสบขัด หรือปวดย้ายมาอยู่ที่บริเวณเอว นั่นแสดงว่าเป็นอาการปวดหลังที่ไม่ปกติ ควรรีบไปพบคุณหมอนะครับ ก่อนที่จะดูแลรักษาตัวเองโดยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนวด การกินยาแก้ปวดขอให้คิดให้ดีก่อนนะครับ เพราะวิธีการรักษาและยาหลายชนิดอาจไม่ปลอดภัยกับคุณแม่ก็ได้นะครับ

 
 

[ ที่มา...นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.144 October 2007 ]

URL Link : http://www.planpublishing.com

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]